ล็อกบ้านขังยาย 84 รอลูกไม่ไหว อดอาหารตาย

ล็อกบ้านขังยาย 84 รอลูกไม่ไหว อดอาหารตาย
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(3 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านภายในซอยบุญศิริ 2 ว่าพบหญิงชรานอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน มีสุนัข 2 ตัวนอนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเป็นบ้าน 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ที่รั้วเหล็กประตูบ้านถูกล็อกโซ่อย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ต้องทำการตัดโซ่ออก เพื่อเข้าตรวจสอบภายในตัวบ้าน แต่ก็พบว่าประตูเข้าบ้านถูกปิดล็อกจากด้านในและมีเตาถ่านกันไว้ที่หน้าประตูอีก เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไป พบศพหญิงชรา นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กับบันไดบ้าน สภาพผอมโซคล้ายคนอดอาหารมาหลายวัน มีสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล 2 ตัว คอยเฝ้าศพผู้เสียชีวิต ท่ามกลางกลิ่นเหม็นของอุจจาระสุนัข ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายและต่อสู้แต่อย่างใด ทราบชื่อคือ นางศิริทิพย์ เทียนศักดิ์ อายุ 84 ปี เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงทราบว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปราว 4-5 ปี โดยมีลูกสาวซึ่งเป็นครูอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางกลับมาดูแลบางครั้งคราวแค่เดือนละ 2 ครั้ง พร้อมกับซื้อข้าวสารอาหารแห้งมาใส่ตู้เย็นเอาไว้ให้ผู้เสียชีวิตเป็นประจำ

แต่ล่าสุดหลานชายของผู้เสียชีวิต ได้ป่วยเป็นโรคทางสมอง นอนรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้ลูกสาวไม่ค่อยมีเวลากลับมาดูแลแม่ได้เช่นเดิม ปกติผู้เสียชีวิตมักจะคลานออกมานั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทักทายเพื่อนบ้านและคนในซอยอยู่เป็นประจำ และเมื่อไม่นานนี้ผู้เสียชีวิตได้ออกไปนอกบ้าน ก่อนจะจำทางกลับบ้านไม่ได้ ลูกสาวจึงให้แม่อยู่แต่ภายในบ้าน ล็อกประตูอย่างแน่นหนา หวั่นว่าแม่จะหลงทางกลับบ้านอีก

ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านผิดสังเกตที่ไม่เห็นผู้เสียชีวิตออกมานอกบ้านเหมือนเป็นประจำ จึงได้ปีนรั้วเข้าไปดูและพบว่าผู้เสียชีวิตนอนซม อดอาหาร ชาวบ้านต้องช่วยเหลือ พร้อมกับโทรศัพท์ไปแจ้งลูกสาวผู้เสียชีวิตให้เข้ามาดูแม่ในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) แต่ปรากฎว่าผู้เสียชีวิตก็ได้เสียชีวิตแล้วดังกล่าว

ขณะที่ด้าน ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เมื่อทราบข่าวจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ ให้การว่า ไม่มีเหตุตั้งใจที่จะปล่อยให้แม่อดตายอยู่เพียงลำพัง ตนเคยเกลี้ยกล่อมให้แม่ไปอยู่ด้วยกันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่หลายครั้ง แต่แม่ก็ไม่ยอมไป ขณะที่ตนก็ต้องทำงานเป็นครูที่ต่างจังหวัด อีกทั้งลูกชายก็มาล้มป่วยอาการหนักอีก ทำให้ตนต้องเทียวไปเทียวไป อยุธยา-กรุงเทพ-สมุทรปราการ เป็นประจำ ซึ่งยอมรับว่าไม่ไหวจริงๆ