แจ้งจับครูใส่ส้นสูง ถีบนักเรียนป.3 ฟันโยก

แจ้งจับครูใส่ส้นสูง ถีบนักเรียนป.3 ฟันโยก
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

แม่โร่แจ้งความ ลูกสาวชั้นป.3 ถูกครูที่ปรึกษาสวมส้นสูง ถีบเข้าที่ชายโครงจนฟกช้ำ และฟันโยก ด้านครูยังปฏิเสธ อ้างเด็กทะเลาำะกับเพื่อน

(25 ม.ค.) วานนี้ (24 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางทวิภาวรรณ อายุ 38 ปี ชาวนครราชสีมา เข้าแจ้งความที่ สภ.เมือง อ.เมืองนครราชสีมา ว่าครูผู้สอนคนหนึ่งของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 ได้ทำร้ายร่างกาย ด.ญ.ฟ้า (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ป.3 บุตรสาวอายุ 10 ขวบ พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ พบบาดแผลฟกช้ำและฟันโยก

นางทวิภาวรรณกล่าวต่อว่า สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเลิกเรียนตนสังเกตเห็นบุตรสาวมีลักษณะซึมเศร้า เมื่อถึงบ้านมีอาการเป็นไข้ จึงพาไปพบแพทย์ และพยายามสอบถามสาเหตุที่ซึมเศร้า กระทั่งบุตรสาวเล่าว่าเมื่อช่วงเวลาพักเที่ยงวัน ถูกเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องกลั่นแกล้ง จึงไปฟ้องครูที่ปรึกษา แต่ครูก็ไม่ได้เรียกเด็กนักเรียนคู่กรณีมาสอบถาม เมื่อกลับเข้าห้องเรียนก็ถูกเพื่อนแกล้งอีก โดยถูกโยนกระเป๋านักเรียนไว้นอกห้อง ลูกสาวจึงเข้าฟ้องครูอีกเป็นครั้งที่ 2 กลับถูกครูใช้เท้าที่ยังสวมรองเท้าส้นสูงอยู่ ถีบเข้าที่ชายโครง 3 ครั้งจนล้มลง

เมื่อลูกสาวกำลังจะอ้าปากถาม ก็ถูกครูตบที่ใบหน้าด้านขวาอีก จากนั้นได้พูดว่า "จำไว้ ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้อีก ให้เก็บรักษาของตัวเองให้ดี" เมื่อตนทราบเรื่องราวทั้งหมด ประกอบกับเห็นบุตรสาวมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ช่วงบ่ายวันที่ 23 ม.ค จึงเดินทางไปโรงเรียนเพื่อถามหาความรับผิดชอบ แต่กลับถูกให้ย้ายห้องไปเรียนห้องโปรแกรมพิเศษ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากเดิม จากนั้นทางโรงเรียนให้นำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล ประมาณ 200 บาท ไปเบิกที่โรงเรียน ส่วนครูคู่กรณีผู้บริหารอ้างจะย้ายไปทำหน้าที่อื่นแทน ซึ่งเป็นการบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ ไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

ด้านครูผู้ถูกกล่าวหากล่าวว่า ไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกศิษย์ อาการบาดเจ็บเกิดจากเด็กทะเลาะกับเพื่อนร่วมห้อง ตนเพียงขู่ ทำท่าทำทาง เพื่อป้องปรามให้เด็กหวาดกลัวเท่านั้น ขอเรียกร้องความเป็นธรรม ตนไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวเด็กเลย หากอยากรู้ความจริงให้มาถามเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ว่า เกิดเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่ากระบวนการในขณะนี้เป็นเพียงการกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว จึงยังสรุปไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก ต้องสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา และพยานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน