โอ วรุฒ จากพระเอกโกโบริ สู่ปัจจุบัน

โอ วรุฒ จากพระเอกโกโบริ สู่ปัจจุบัน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

หากใครที่เกิดทันในช่วงยุค 80-90 ของวงการบันเทิงไทย  พระเอกที่เป็นขวัญใจของสาวไทยทั่วประเทศในตอนนั้นคงจะหนีไม่พ้น "วรุฒ วรธรรม" หรือ "โอ วรุฒ" 

ด้วยใบหน้าที่มีสเน่ห์และบุคลิกขี้เล่น ทำให้ โอ วรุฒ ดังเป็นพลุแตกเพียงแค่ชั่วข้ามคืนจากบท "โกโบริ" ทหารหนุ่มอาภัพรักใน "คู่กรรม" เท่านั้นไม่พอ หนุ่มโอยังตอกย้ำความแรงด้วยละครดังอย่าง ละอองดาว พี่เลี้ยง ในฝัน ฯลฯ

หลังจากนั้นไม่นาน งานในวงการก็หลั่งไหลเข้ามาชนิดที่ว่าโทรทัศน์ทุกช่อง รวมถึง นิตยสารทุกหัว ต้องมีใบหน้าของ โอ วรุฒ โผล่อยู่ด้วยตลอดเพื่อเรียกยอดขาย แทบจะพูดได้เลยว่าในเวลานั้นพระเอกทุกคนต้องหลีกทางให้กับผู้ชายคนนี้

และแม้จะมีข่าวลือถึงความเจ้าชู้และการมาสายของหนุ่มคนนี้ออกมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความดังของผู้ชายคนนี้แต่อย่างใด จนเมื่อล่าสุดข่าวที่ออกมาก็ทำให้คนบันเทิงต่างก็ต้องช็อคไปตามกัน

เมื่อหนุ่ม โอ วรุฒ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงประเด็นที่ภรรยาหอบลูกหนีออกจากบ้าน และอาการป่วยจากโรคพิษสุราเรื้อรัง รวมถึงประเด็นถังแตก ชนิดที่ว่าเจ้าตัวหากยังไม่มีงานในวงการก็จะยอมเป็นเด็กปั๊มเพื่อเลี้ยงชีพ เรียกได้ว่านี่คงเเป็นจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตของอดีตซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจชาวไทยคนนี้เลยก็ว่าได้ 

เป็นกำลังใจให้พระเอกในดวงใจของเรากลับสู่วงการอย่างสง่างามนะจ๊ะ 

-------------------------------------------

สัมภาษณ์ โอ วรุฒ ในรายการเช้าดูวู้ดดี้

เจ้าตัวเผยว่า "หายหน้าหายตาไปจากวงการ 1 ปีกว่าๆ ด้วยปัญหาครอบครัวและการดื่มจนต้องโดนพักงานด้านบันเทิงจากต้นสังกัดทีวีธันเดอร์ ใช้ชีวิตอยู่บ้าน ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบไปเรื่อย ๆ แล้วก็มีเปิดบริษัทขายสาหร่าย อันนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แล้วก็มีบริษัท HTP เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับติดตั้งจอLED บิลบอร์ด ช่วงที่มีปัญหาครอบครัวก็เครียดมาก ดื่มเยอะถึงขั้นทำงานไม่ได้พูดไม่รู้เรื่อง แต่ยืนยันว่าทุกวันนี้ไม่ได้ติดเหล้า การเป็นคนติดเหล้าอาการต้องเป็นแบบไหน มือไม้สั่นกินเหล้าตลอดเวลาซึ่งผมก็ไม่ได้เป็น ข่าวที่ออกไปไม่ยอมรับเลยกับคำว่าต้องบำบัดเหล้า ไม่ชอบคำนี้เลย แล้วผมก็ไม่ต้องบำบัดด้วย ไม่มีเงินตกอับ อันนี้ก็ไม่ถึงขั้นตกอับ แต่ไม่มีเงินเหมือนเมื่อก่อน มีแต่รายจ่าย ก็ต้องขายรถ 2 คัน ขายเรือยอร์ช ขายทรัพย์สินบางอย่างเพื่อเอาเงินมาดำรงชีวิตต่อไป"

"ช่วงหลัง ๆ นี้ดีขึ้น พอมีเงินจากบริษัทที่ทำเข้ามาหล่อเลี้ยง เข้าใจว่าพี่นีโน่พูดด้วยความหวังดี เขาทำด้วยความหวังดีทั้งนั้น และเขาเองก็รู้ว่าผมไม่ได้ติดเหล้า คุณแม่ก็คิดว่าติดเหล้า ทุกคนคิดว่าติดเหล้าก็อยากให้ไปบำบัด ผมเลยอยากรู้ว่าคนติดเหล้ามันเป็นยังไง ถ้าผมเป็นอาการแบบนั้นผมจะไป แต่ยอมรับว่าดื่มหนักจนไม่สามารถทำงานได้ในช่วงที่มีปัญหา พักงานยาว จนทุกวันนี้ยังไม่กล้าโทรไปหาหรือเข้าไปหาผู้ใหญ่เลย เพราะไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นลบหรือบวก เรารู้ตัวเองดี อยากให้ร่างกายและสภาพเฟิร์มกว่านี้ แต่ก็มีโทร.หาผู้จัดบางคนบางท่านที่เคยร่วมงานกัน เขาก็บอกว่าเพิ่งเปิดไป ยังไม่มีละครบ้าง เวลาอยู่บ้านก็จะใช้ชีวิตอยู่หน้าจอทีวี ดูทีวีทั้งวันแล้วก็จะคิดถึงวงการ คิดถึงละครที่เราเคยเล่น บ้านหลังนี้เคยไปถ่ายละคร โซฟาตัวนี้เราเคยนั่ง คิดถึงมาก ถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสในการทำงานอีกครั้ง ก็คงต้องสัญญากับตัวเองเรื่องเหล้า เพราะคงสัญญากับใครไม่ได้ว่าจะเลิก"

วู้ดดี้ขอร้องว่าให้พี่โอ เลิกเหล้าจะได้มั้ย "คงเลิกไม่ได้ เพราะเรายังต้องอยู่ในสังคม ในงาน เจอเพื่อนก็คงต้องดื่มบ้าง แต่นี้ก็ไม่ได้ดื่มติดต่อกันมาหลายวันแล้วนะ ดื่มครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 มกราคม ดื่มกับที่บ้านกับเพื่อนที่เชียงใหม่"

ถามถึงเรื่องครอบครัว "ตอนนี้น้องแอร์บัสอายุ 2 ขวบ 3 เดือน เจอเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 กันยา เรามาหามาร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ในวันเกิด ตอนเล็กๆ ไม่เหมือนผมเลย แต่ตอนนี้เริ่มเห็นเคล้าหน้า ตา ขนตา นิสัย ผมไม่คิดเช็คDNA ผมขอใช้ชีวิตในอนาคต ก่อนหน้านี้ใครจะมาจากไหนเป็นยังไงผมไม่สน เราสองคนยังไม่ได้หย่ากัน แต่แยกกันอยู่ เขาก็เลี้ยงดูลูกและทำงาน เราก็ไม่มีใครใหม่ ไม่กล้าจีบใครด้วย ผมไม่เคยเป็นหมัน และไม่ทำหมันด้วย เคยมีลูกมาแล้วคนหนึ่ง ตอนนี้อายุ 16 ปี กับภรรยาเก่า ไม่เคยเจอกันเลย เขาไม่ให้เจอหน้าลูก 

บทเรียนครั้งนี้ ก็บอกได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ผิดพลาด แต่จะให้หยุดดื่มเลยคงไม่ได้ ผมจะไม่หยุดดื่มแต่จะดื่มแบบไม่ฮา เมื่อไหร่ที่กลับเข้าวงการ ก็คงไม่มีการดื่มแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว ก็คงต้องขอโอกาสจากผู้ใหญ่ถ้ายังมองเห็นว่าผมจะสามารถสร้างความบันเทิงกับผู้ชมได้" 


ติดตามชมทุกคำสารภาพจากปากของโอ วรุฒ ได้ ในรายการเช้าดูวู้ดดี้ วันจันทร์ที่ 23 มกราคมนี้ เวลา 8 โมงเช้า ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี