ภูมะเขือตึงเครียดสั่งอพยพคนผามออีแดง

เว็บไซต์ ฟิฟทีนมูฟ รายงานอ้างแหล่งข่าวในพื้นที่เขาพระวิหาร รายงานว่า เมื่อช่วงสายวันนี้ (16 ม.ค.) ระหว่างที่ ทหารไทย กำลังลาดตระเวนในพื้นที่ภูมะเขือ พบกองกำลังของกัมพูชา ลักลอบเข้าตัดไม้พะยูง และมีเหตุโต้แย้งเกิดขึ้น จนนำไปสู่ความตึงเครียดอย่างหนักในพื้นที่ภูมะเขือ ต่อมา สถานการณ์ลุกลามไปตลอดแนวจนถึงช่องซำแตเมื่อประมาณก่อนเที่ยง ฝ่ายทหาร ได้สั่งให้ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร (มออีแดง) นำนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่บนผามออีแดง กลับลงมาทั้งหมด และปิดที่ทำการอุทยานฯ ให้เหลือไว้เฉพาะเวรยาม ส่วนที่บ้านหว้า ช่องซำแต ได้มีการสั่งให้พรานที่เข้าป่าล่าสัตว์และชาวบ้าน ที่ทำไร่นากลับเข้าหมู่บ้าน ขณะที่ บ้านภูมิซรอล ยังไม่ทราบสถานการณ์ เมื่อเวลา 14.00 น. หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 (ฉก.กรม ทพ. 23) ซึ่งเป็นกำลังสำรอง ได้สั่งเบิกอาวุธประจำกาย ชุดเกราะ พร้อมรับสถานการณ์แหล่งข่าวรายงานเพิ่มว่า แม้สถานการณ์ที่หน้าแนวจุดต่าง ๆ มีความตึงเครียดสูง แต่ยังไม่มีการปะทะเกิดขึ้น ขณะที่ นายทหารระดับสูงของกัมพูชา บนปราสาทพระวิหาร ซึ่งก่อนหน้าเคยสอบถามสถานการณ์ฝั่งไทยต่อเนื่อง วันละหลายครั้งนั้น กลับเงียบผิดปกติ ก่อนหน้าได้แสดงความไม่พอใจ กรณีที่ ไทยเสริมทหารเข้าพื้นที่จำนวนมากในช่วงกลางดึกวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ไทยลำเลียงทหารขึ้นเขาพระวิหาร 8 คันรถบัส แยกไปที่ ผามออีแดง 2 คัน รวมทั้งพบว่า มีทหารไทยเพิ่มมากผิดปกติที่ช่องซำแต และเตือนว่า อาจมีเหตุไม่ปกติเกิดขึ้น แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อวันเสาร์ ทหารที่ภูมะเขือ ซึ่งเป็นชุดล่าสุดที่ถูกส่งขึ้นมาจากภาคใต้ ได้ลงมาซื้อเสบียงและสัมภาระลอตใหญ่ในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณเตรียมพร้อมประการหนึ่ง นอกจากนี้ แหล่งข่าวสายความมั่นคงให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า เหตุที่ ภูมะเขือคราวนี้ ต่างจากทุกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้า หากมีการลาดตระเวนพบ ก็จะไล่กลับและยึดไม้ แต่คราวนี้ เหตุการณ์ต่างไป แหล่งข่าวรายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้ว่า เป็นการทดสอบและวัดกำลังของฝ่ายไทย การสั่งเตรียมพร้อมในพื้นที่ย่อมเป็นที่รับรู้ของฝ่ายกัมพูชา เพราะมีสายข่าวในพื้นที่จำนวนไม่น้อย จึงขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาว่า จะเอาด้วยกับไทยหรือไม่ ขณะที่ ฝ่ายไทย พร้อมจัดหนักตลอดเวลาและตลอดแนวเขาดงรัก ตั้งแต่ชายแดนด้าน จ.ศรีสะเกษ จนถึงด้าน จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ ขึ้นกับเงื่อนเวลาเท่านั้นอีกด้าน เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา กองบัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ได้ประกาศแต่งตั้ง พล.อ.เจีย ดารา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าคณะบัญชาการหน่วยสมรภูมิแนวหน้า ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ดูแลพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ขึ้นรับตำแหน่งเป็นเจ้ากรมสืบสวนจารกรรมทหาร ซึ่งเป็นหน่วยสืบราชการลับ หน่วยจารกรรมของกองบัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา พล.อ.เจีย ดารา เคยทำงานด้านสืบสวนจารกรรมทหาร ตั้งแต่สมัยอดีตรัฐกัมพูชา ในช่วงทศวรรษที่ 80-90 มีชื่อเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวทหาร ต่อมาได้ไปศึกษาต่อด้านการทหารต่อประเทศฝรั่งเศส อดีตสหภาพโซเวียต และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างเหตุการณ์ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2551 ได้รับการแต่งตั้งเป็น หัวหน้าคณะบัญชาการ หน่วยสมรภูมิแนวหน้าด้านภูมิภาคทหารที่ 4 พร้อมทำงานด้านการข่าวทหาร และสืบราชการลับฝั่งไทย ระหว่างเหตุปะทะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 อย่างได้ผล พร้อมกันนั้น ได้มีการประกาศเลื่อนชั้นยศ ฮุน มานิต บุตรคนที่ 3 ของ สมเด็จฮุน เซน ขึ้นเป็นพันเอก และแต่งตั้งเป็น รองเจ้ากรมสืบสวนจารกรรมทหาร จึงอาจเป็นข้อสังเกตได้ว่า กัมพูชา อาจมีการขยับเคลื่อนบางอย่างอีกครั้งที่ชายแดนด้านพระวิหาร ด้าน นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ นายอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การที่ได้ขอร้องให้ นักท่องเที่ยว ลงจากผามออีแดงและให้เจ้าหน้าที่ ถอนตัวกลับลงมาจากบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารนั้น เนื่องจากว่า ฝ่ายกัมพูชา ได้มีการกล่าวหา ไทยรุกล้ำดินแดนบางจุดที่บริเวณภูมะเขือและในช่วงบ่ายของวันนี้ นายทหารไทย ได้นัดเจรจาทำความเข้าใจกับฝ่ายนายทหารกัมพูชาที่บริเวณภูมะเขือ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมเผชิญเหตุผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงให้นักท่องเที่ยวลงมาจากผามออีแดงและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมผามออีแดงเฉพาะวันนี้ (16 ม.ค.55) เท่านั้น และตนทราบว่า หลังจาก ทหารทั้ง 2 ฝ่าย ได้เจรจากันแล้วก็มีความเข้าใจอันดีต่อกัน ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด และในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.55) ก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยว ขึ้นไปชมผามออีแดงได้เช่นเดิมต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี