น้ำท่วมอีสาน วิกฤตเรื้อรังยังไม่คลี่คลาย

น้ำท่วมอีสาน วิกฤตเรื้อรังยังไม่คลี่คลาย
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือล่าสุด พบว่ายังวิกฤติอย่างหนัก โดยเฉพาะอิทธิพลของแม่น้ำชี ที่ไหลผ่านด้าน อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัยและ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ยังมีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะพนังกั้นแม่น้ำชีได้พังทลายลงมาหลายแห่ง โดยเฉพาะ พนังกั้นในเขต อ.กมลาไสย ตรงหลัก กม.ที่ 20-22 กระแสน้ำชีที่เชี่ยวกรากได้กัดเซาะเจาะพนังกั้นน้ำขาดเป็นทางยาว 100 เมตร ลึกกว่า 2 เมตร รวม 6 แห่ง

นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.จารุเกียรติ ชัยวงษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นำกำลังทหารกว่า 400 นาย นำกระสอบทราย ทำการซ่อมแซมพนังที่ขาดกันอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลอย่างรุนแรง จึงทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถอุดรอยแตกที่เหลืออีก 3 จุดได้สำเร็จ ส่งผลให้กระแสน้ำไหลเข้าพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังได้ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 2 พันหลังคาเรือน ในเขตพื้นที่ ต.เจ้าท่า ต.ธัญญา ต.ดงลิง อ.กมลาไสย และ ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ซึ่งผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้อพยพประชาชนไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ยังมีนาข้าวได้รับความเสียหายสิ้นเชิงกว่า 5 หมื่นไร่ และถูกน้ำท่วมอีก 5 หมื่นไร่

ขณะที่ระดับน้ำภายในเขื่อนระบายน้ำพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ล่าสุดปริมาณน้ำได้ไหลผ่านบานประตูระบายน้ำ ทั้ง 6 บาน อยู่ที่ 209.79 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูลขณะนี้เข้าสู่จุดวิกฤติที่จะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมตลิ่ง ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้กำหนดจุดวิกฤติที่ปริมาณน้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 153.20 เมตร และปัจจุบันปริมาณน้ำในลำน้ำมูลขณะนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางที่ 153.83 เมตร และยังคงมีแนวโน้ม ที่จะเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานที่ราชการ และบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ติดกับลำน้ำมูล ได้ถูกน้ำไหลเข้าท่วมสูงกว่า 60-70 เซนติเมตร ทำให้ในพื้นที่ที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม ต่างพากันขนทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลใน จ.อุบลราชธานี ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระดับบริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย อำเภอวารินชำราบ น้ำล้นตลิ่งอยู่ที่ 2.56 เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในสวนสาธารณะกุดปลาขาว ชาวบ้านต้องย้ายมาอยู่ริมถนนสถิตย์นิมานกาล

เช่นเดียวกันกับ จ.ศรีสะเกษ น้ำจากลำห้วยสำราญ ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาพนมดงรัก ยังคงไหลเข้าท่วมหลายชุมชนในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ทหารและชาวบ้านต้องเร่งเสริมกระสอบทรายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมอีก 5 ชุมชนด้านใน หลังก่อนหน้านี้ทั้ง 13 ชุมชนในเขตเทศบาลถูกน้ำท่วม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้วเป็นบริเวณกว้าง