สถานการณ์น้ำท่วม ทั่วประเทศยังวิกฤติ

สถานการณ์น้ำท่วม ทั่วประเทศยังวิกฤติ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านท่าช้างและฝั่งธนบุรี ยังน่าเป็นห่วง สถานที่สำคัญหลายแห่งเพิ่มแนวกระสอบทรายสูงขึ้นแล้ว

สถานการณ์ระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาเช้าวันนี้ ยังคงมีระดับที่สูงอย่างน่าเป็นห่วง โดยมีบางจุดที่น้ำอยู่ต่ำกว่าแนวกั้นเพียงไม่ถึง 60 ซ.ม. เท่านั้น และจากการสำรวจ พบว่า สถานที่สำคัญตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย และท่าเรือศิริราช มีการนำกระสอบทรายมาสร้างแนวกั้นไว้เป็นจำนวนมากและมีบางจุด อาทิ ท่าเรือพระราม 7 และชุมชนหลังวัดสร้อยทอง ที่เคยถูกน้ำท่วมทุกปี ก็ยังมีการเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ชาวบ้านไม่มั่นใจว่า ความสูงของแนวกระสอบทรายเดิมนั้น จะสามารถรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ทางด้าน นางอารี มีคำ พนักงานเก็บค่าโดยสารเรือ ประจำท่าช้าง เปิดเผยว่า ท่าเรือในฝั่งธนบุรี ส่วนใหญ่มีแนวกระสอบทรายไว้ป้องกันน้ำท่วมแล้ว แต่ในส่วนของท่าช้างนั้น ยังไม่มีเจ้าหน้าที่นำมากั้น โดยในช่วงที่ผ่านมาน้ำขึ้นสูงจนท่วมท่าเรือ จนต้องนำเก้าอี้ของผู้โดยสารของท่าเรือ มาต่อให้กับผู้โดยสารเดินข้ามแทนสะพานไม้ ซึ่งผู้โดยสารจำนวนมากได้สอบถามเรื่องกระสอบทรายและสะพานไม้ จึงอยากให้สำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องมาดูแล

----------------------------------

เขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาเกือบทุกจังหวัดน้ำท่วมเต็มพื้นที่แล้ว และยังมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ชัยนาท ต่อเนื่องลงมาที่สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้าน ในตำบลบ้านใหม่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา หลายครัวเรือน ต่างเร่งขนย้ายข้าวออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม ไปไว้บนถนน

ขณะที่ชาวบ้านบางพื้นที่ต้องอาศัยศาลาวัดเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว เพราะเกรงว่า ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก ตามคำเตือนของกรมชลประทานที่ระบุว่าจะมีการผันน้ำลงมาที่ภาคกลางในปริมาณ 30,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอาจจะปล่อยเพิ่มถึง 30,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้

นายสุชาติ เข็มนาค ชาวบ้านในตำบลบ้านใหม่ กล่าวว่า แม้จะสามารถขนย้ายข้าวของออกจากบ้านได้ทัน ก่อนที่ระดับน้ำจะท่วมสูงกว่านี้ แต่ก็ยังเกรงว่า จะมีโจรมาขโมยของที่ขนมา เพราะได้ยินว่า มีชาวบ้านหลายรายถูกขโมยของไปบ้างแล้ว จึงอยากให้ตำรวจออกตรวจตราให้เข้มงวดมากขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำที่จังหวัดลพบุรี ยังคงวิกฤติหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ราบต่ำฝั่งตะวันออกของอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมืองลพบุรี ระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่สามารถหาทางที่จะระบายน้ำลงสู่คลอดงชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งรองรับน้ำมาจากเจ้าพระยาได้ เนื่องจากระดับน้ำมีความสูงใกล้เคียงกัน และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว

นอกจากนี้ ในพื้นที่ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี ยังพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือ เข้าไปรับศพออกมาจากหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ทราบชื่อ คือ นายพรหม เนียมงาม อายุ 76 ปี โดยเพื่อนบ้านระบุว่า ทุกวันผู้ตายจะต้องพายเรือออกมารับน้ำดื่มและข้าวกล่อง แต่เมื่อวานนี้ไม่เห็นออกมาเหมือนทุกวัน จึงขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ จึงพบผู้ตายจมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ซึ่งนับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ของจังหวัดลพบุรีแล้ว

ขณะที่สถานการณ์ทางภาคเหนือที่บริเวณบ้านป่าสักหางเวียง หมู่ 9 ตำบลรอบเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกตกสะพาน เนื่องจากสะพานดังกล่าวไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เพราะเป็นสะพานแบริ่งที่สร้างไว้ชั่วคราวแทนสะพานเดิม ที่เป็นสะพานคอนกรีต ซึ่งถูกน้ำป่าซัดคอสะพานขาดไป โชคดีที่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ส่วนที่จังหวัดพิษณุโลกหลังจากเขื่อนแควน้ำบำรุงแดนตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ปล่อยน้ำลงมา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ด้านล่างเกิดน้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะที่บ้านน้อย หมู่ 3 หมู่ 4และหมู่ 6 ตำบลหินลาด อำเภอวัดโบสถ์ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

เช่นเดียวกับที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำหลายสาย ขณะนี้น้ำท่วมขยายวงกว้าง เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งเสริมแนวหินชั้นที่ 2 เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ พร้อมจัดเวรยามเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับน้ำในแม่น้ำมูล ที่จังหวัดอุบลราชธานีเพิ่มสูงขึ้นอีก 15 เซนติเมตร และล้นตลิ่งอยู่ที่ 1.70 เมตร น้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วม 14 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ชาวบ้านต้องสร้างเพิงพักชั่วคราวบริเวณถนนสายอำเภอเมือง - วารินชำราบ เพื่อพักอาศัยและเรียกร้องให้หน่วยงานราชการนำรถสุขาเคลื่อนที่มาช่วยเหลือเพราะไม่มีที่ขับถ่าย

ส่วนแม่น้ำชีได้ไหลเข้าท่วมบ้านและพื้นที่การเกษตรแล้วในหลายจังหวัด เช่น ที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมทั้งหมด 18 อำเภอ 134 ตำบล มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 100,000 คนแล้ว

ส่วนการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เพื่อพบปะประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ก่อนจะล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปที่ท่าเทียบเรือหอประชุมกองทัพเรือเพื่อดูแนวป้องกันน้ำของกรุงเทพมหานคร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ยืนยันถึงความพร้อมของพนังกั้นน้ำรอบกรุงเทพมหานคร ในการรับสถานการณ์น้ำขณะนี้

ร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม