อัมมาร ตั้งฉายารัฐบาล "ดีแต่โม้"

อัมมาร ตั้งฉายารัฐบาล "ดีแต่โม้"

อัมมาร ตั้งฉายารัฐบาล "ดีแต่โม้"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ชำแหละโครงการรับจำนำข้าว ยันมีปัญหาตามมามาก อัดยับรัฐบาลชุดนี้คิดนโยบายโดยไม่ได้คิด พร้อมตั้งฉายาให้ว่า"ดีแต่โม้"

(5 ก.ย.) วานนี้ (4 ก.ย.) นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลนำมาหาเสียง พร้อมกำหนดราคารับจำนำไว้ตันละ 15,000 บาท เชื่อว่ารัฐบาลต้องพยายามผลักดัน เพื่อรักษาสัญญาที่ให้กับประชาชน แต่รัฐบาลจะประกันได้อย่างไรว่า จะสามารถส่งออกข้าวในราคาสูง เพราะหากรัฐบาลไม่สามารถส่งออกข้าวในราคาที่เป็นเป้าหมาย หรือขายขาดทุนนั้น ส่วนต่างที่ขาดทุนก็จะกลายเป็นภาระต่องบประมาณ และหากรัฐบาลไม่ขายข้าวเหล่านี้ออกไป เมื่อถึงฤดูกาลใหม่และรับจำนำอีก ปริมาณข้าวในสตอกก็จะสูงขึ้นอีก

"ทีดีอาร์ไอขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาล ว่าจะทำอย่างไรกับข้าวในสตอกเหล่านี้ ส่วนประเด็นที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ปีหน้าจะบอกให้ชาวนาลดการปลูกข้าวลง รัฐบาลจะทำอย่างไร เพราะเรื่องนี้ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งตามผลศึกษาของทีดีอาร์ไอเห็นว่า แนวทางการรับจำนำข้าวมีปัญหาตามมามากมาย ทั้งเรื่องการส่งออก ผลกระทบต่อราคาข้าวในประเทศ โครงสร้างของตลาด ภาระงบประมาณของรัฐ และปัญหาความไม่โปร่งใส จึงต้องถามว่า ใครจะเป็นคนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว" นายอัมมาร กล่าว

นอกจากนี้ นายอัมมาร ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เคยใช้ แต่จะแตกต่างจากรัฐบาลชุดนี้เพราะรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรัฐบาลที่ให้สัญญากับประชาชนแล้วสามารถทำได้ ซึ่งเห็นได้จากโครงการที่ทำและเห็นผลมากมาย ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน แต่รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นคนคิดโครงการ เมื่อต้องมาปฏิบัติ เชื่อว่าจะไม่สามารถทำอะไรได้ง่าย เห็นได้จากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มบ่ายเบี่ยงแล้ว 

"รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้คิด ซึ่งต่างจากรัฐบาลทักษิณยุคแรก เวลานี้ผมจึงเห็นว่า นักการเมืองกำลังหันซ้ายหันขวา แก้ปัญหาไปวันต่อวัน โม้ไปวันต่อวัน จนผมอยาก ตั้งชื่อรัฐบาลนี้ว่า ดีแต่โม้ โม้ทุกวัน เป็นอย่างนั้น" นายอัมมาร กล่าว

ด้านนายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กังวลกรณีโครงการรับจำนำข้าวที่จะเริ่มในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องวิธีการและการดำเนินงาน ว่าจะเกิดปัญหาจัดการเก็บและระบายข้าว โดยหากระบายข้าวไม่เหมาะสมจะเกิดปัญหาราคาข้าวตกต่ำ หรือ ต้องแบกรับภาระหนี้จากการจัดเก็บ ที่ผ่านมารัฐบาลมีหนี้จากทั้งโครงการรับจำนำข้าวและประกันราคากว่า 140,000 ล้าน โดยกว่าครึ่งมาจากโครงการรับจำนำ

ขณะที่นักวิชาการทีดีอาร์ไอเผยว่าชาวนาเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการรับจำนำข้าวในช่วงปี 2548-2549 ไม่ถึงร้อยละ 40 ผลประโยชน์ที่เหลือตกกับโรงสีและผู้ส่งออกรายใหญ่ๆ และนโยบายรับจำนำที่นำกลับมาใหม่ก็ยังเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มเดิม

ขณะที่นายสุเมธ เหล่าโมราพร ผู้บริหารบริษัทซีพีอินเตอร์เทรด มองว่าโครงการรับจำนำ หรือ การประกันมีทั้งข้อดีข้อเสีย โดยรับจำนำทำให้ราคาข้าวสูง มีเสถียรภาพด้านความมั่นคงทางอาหาร ส่วนการรับประกันก็ทำให้รัฐไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายแต่สิ่งที่ผู้ประกอบการและทีดีอาร์ไอ เห็นตรงกันก็คือหากรัฐบาลไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ก็จะเปิดช่องให้มีการทุจริต

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล