แอนดี้ แถลงยันโดนตบก่อน วอนขอเงินคืน

แอนดี้ แถลงยันโดนตบก่อน วอนขอเงินคืน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

แอนดี้ เขมพิมุก แถลงข่าว แจงเหตุวิวาทโดนหลอกขายรถ BMW ยันโดนตบก่อนเลยสวนกลับ เผยแจ้งความกลับแล้ว ขอโทษประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น วอนขอเงิน1ล้าน 3แสน คืน

(3 ก.ย.) วานนี้ (2 ก.ย.) เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สตูดิโออาร์เอส ซอยลาดพร้าว 1 นายแอนดี้ เขมพิมุก ได้แถลงข่าวหลังจากมีเหตุทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีในเรื่องการซื้อขายรถ ว่า เมื่อประมาณเดือนก.ย. ปีที่แล้ว ตนต้องการซื้อรถใหม่จึงได้เปิดเว็บไซต์ เพื่อหาข้อมูลรถมือสอง จนกระทั่งถูกใจกับรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู 320 ไอ จึงได้ติดต่อไปทางนายหน้าคนหนึ่ง ซึ่งได้พาตนไปพบเจ้าของรถคือนายสิราวิชญ์ นกทอง อายุ 36 ปี ซึ่งเสนอให้ตนซื้อรถจากเจ้าตัวโดยตรงไม่ต้องผ่านนายหน้า เพื่อจะได้รถราคาถูกลงจากหนึ่งล้านหนึ่งแสนบาท เหลือเพียงหนึ่งล้านบาท

นายแอนดี้ กล่าวว่า ได้เห็นรถก็รู้สึกถูกใจเพราะเป็นรถป้ายแดง สภาพดี ตนจึงตกลงที่จะซื้อและแบ่งจ่ายเงินในงวดแรกสามแสนบาท โดยขณะตกลงซื้อขายนายสิราวิชญ์ แสดงหลักฐานให้ตนดูเพียงบัตรประชาชน และสัญญาซื้อขายที่ร่างขึ้นมาเอง ก่อนจะเก็บกลับไป แต่ด้วยตนเห็นว่านายสิราวิชญ์เป็นคนน่าเชื่อถือ มีฐานะที่บ้านดี และเคยติดต่อซื้อขายรถกับดาราในวงการหลายคนแล้วจึงไม่ติดใจ

จนกระทั่งนายสิราวิชญ์เสนอตัวจะเป็นผู้จัดการเรื่องการจดทะเบียนรถให้ ซึ่งจะต้องจ่ายเพิ่มอีกสี่แสนบาท แต่ตนต่อรองเหลือเพียงสามแสนบาท แต่หลังจากชำระเงินแล้วเป็นระยะเวลาหลายเดือน นายสิราวิชญ์กลับไม่ติดต่อกลับมา ตนจึงตัดสินใจไปดักรอที่บ้านของนายสิราวิชญ์ จนได้พบตัว จึงตกลงว่าจะคืนรถและให้นายสิราวิชญ์คืนเงินให้แก่ตน แต่สุดท้ายเมื่อได้รถคืนไป นายสิราวิชญ์กลับขาดการติดต่อ 

นายแอนดี้ กล่าวต่อว่า ต่อมาได้พบกับ น.ส.พรพิมล พี่สาวของนายสิราวิชญ์ ซึ่งบอกว่าจะจัดการบอกน้องชายให้ แต่ก็ยังเงียบหายไป จนมาทราบว่าวานนี้ (31 ส.ค.) นายสิราวิชญ์ จะกลับเข้าบ้าน ตนจึงให้รุ่นพี่ที่สนิทขับรถตาม เมื่อไปถึงบริเวณแยกคลองตัน ตนจึงลงจากรถไปเคาะกระจกรถคู่กรณี เพื่อให้ลงมาพูดคุยกัน แต่เขากลับทำท่าเหมือนจะหยิบสิ่งของออกมาจากกระเป๋า ตนจึงป้องกันตัวโดยการทุบกระจกรถ แต่นายสิราวิชญ์ กลับขับรถเข้าไปยังสถานีตำรวจคลองตัน พวกตนจึงตามเข้าไปก่อนจะมีปากเสียงกันบริเวณลานจอดรถ เนื่องจากนายสิราวิชญ์ ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักตนมาก่อน และปฏิเสธเรื่องการซื้อขายรถ รวมทั้งพยายามโทรศัพท์เรียกนักข่าวและคนอื่นๆ มา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาห้าม และให้ขึ้นไปยังสถานีตำรวจ

ระหว่างนั้นนายสิราวิชญ์ ยังคงโทรศัพท์อยู่ตลอด ตนจึงเข้าไปแย่งโทรศัพท์ คู่กรณีจึงตบหน้า ตนเลยตบสวนกลับดังภาพที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เป็นข่าว จากนั้นน.ส.พรพิมล พี่สาวของนายสิราวิชญ์มาถึงก็ได้เกิดการชุลมุนกันอีกครั้ง โดยตนถูกพี่สาวคู่กรณีตบหน้า จึงผลักออกแต่ด้วยแรงของตนจึงทำให้คู่กรณีล้ม สุดท้ายนายสิราวิชญ์ และน.ส.พรพิมลจึงแจ้งความว่าถูกตนทำร้ายร่างกาย ส่วนผมได้แจ้งความในข้อหาฉ้อโกง

ตนยอมรับว่า ตนทำตัวไม่ดีพร้อมขอโทษประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนต้องการเงินหนึ่งล้านสามแสนบาทคืน ส่วนตอนที่พี่สาวเขาตะโกนว่าไม่ตายดี ตนไม่กลัวเลย แต่อย่ามายุ่งกับครอบครัวหรือกับคนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง ตนเป็นคนธรรมดา ไม่มีเส้นไม่มีสายอะไร ออกมาพูดก็เพื่อกู้ชื่อเสียงของตัวเอง อย่างที่้เขาพูดไว้ว่าจะทำลายตน