นักวิทย์ชี้ พญานาคปู่อือลือ แค่คลื่นกระแทกผิวน้ำ

นักวิทย์ชี้ พญานาคปู่อือลือ แค่คลื่นกระแทกผิวน้ำ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ แจงปรากฏการณ์พญานาคเล่นน้ำที่บึงโขงหลง เป็นแค่คลื่นกระแทกผิวน้ำ ยันไม่ต้องการเปลี่ยนความเชื่อ แต่อยากให้มีการพิสูจน์อย่างจริงจัง

(30 ส.ค.) ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา และ ผศ.พงษ์ ทรงพงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ ร่วมกันจัดงานเสวนา "วิเคราะห์ปรากฏการณ์คลื่นน้ำปริศนาในแบบวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ" หลังจากเกิดกระแสข่าวพญานาคมาแสดงอิทธิฤทธิ์ บริเวณบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ 

ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวว่า ตามที่ได้มีข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า พบปรากฏว่าการณ์ประหลาดที่บริเวณบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ซึ่งคนในท้องถิ่นเชื่อว่าเป็นพญานาค ที่อยู่ในแหล่งน้ำต่างๆของลำโขง จากกระแสข่าวดังกล่าวปรากฏว่า มีประชาชนคนไทยถึง 78 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าเป็นพญานาคจริง การเสวนาครั้งนี้จึงจะเคารพในความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่และจะไม่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของผู้ที่เชื่อถือ แต่จะมุ่งเน้นไปหาคำอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์สำหรับคนส่วนที่เหลือเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ต่อไป

ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวอีกว่า คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่มีความเป็นไปได้ว่า พญานาคที่เห็นนั้นเป็นแค่คลื่นกระแทกผิวน้ำในทะเลสาบ หรือ เลคเวค (Lake Wake) เท่านั้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นมานานและเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งปรากฏการณ์คลื่นกระแทกน้ำในทะเลสาบนี้มีต้นกำเนิดหลายกรณี ทั้งที่มีคนสร้างขึ้น เช่นเรือหางยาวที่ใบพัดจะตีน้ำเป็นห้วงๆ จนทำให้เกิดคลื่นเป็นห้วงๆ ตามมาหลังเรือแล่นผ่านไปได้สักครู่ หรือกรณีที่มีสิ่งก่อสร้างอยู่ในน้ำและขวางทางน้ำไว้ จนทำให้กระแสน้ำปั่นป่วน ตีกันจนกลายเป็นคลื่นกระแทกผิวน้ำได้ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติอีกด้วยเช่น จากกระแสลมแรงในฤดูมรสุมที่มีความแปรปรวนของทิศทางลมสูง บางครั้งลมที่พัดสอบเข้ามา ทำให้น้ำม้วนตัวอย่างแรง และส่งทอดไปเป็นห้วงๆ ตามกระแสของคลื่นที่เกิดขึ้น

ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีบึงโขงหลงนั้นมีผู้จับตามองดูเป็นจำนวนมาก และไม่พบเห็นว่ามีเรือผ่านไป ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านไปอย่างช้าๆ แต่อยู่ไกลมากจนไม่มีใครสนใจมอง และคลื่นจากเรือค่อยๆเคลื่อนเข้ามาจนกระแทกกับแนวสะท้อนกลับของคลื่นที่กระทบบริเวณน้ำตื้นชายฝั่ง จนเห็นเป็นการม้วนตัวของคลื่นขนาดใหญ่ หรืออาจจะมีสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่จมอยู่ใต้บึงโขงหลง เช่นโบสถ์วัดหรืออาคารเก่า ทำให้คลื่นที่เคลื่อนเข้ามาเกิดการยกตัวขึ้นกลายเป็นคลื่นกระแทกผิวน้ำได้

ส่วนกรณีที่มีผู้อ้างว่าสามารถติดต่อกับพญานาคได้และทำนายถูกต้องว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้น คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของเรื่องนี้คล้ายกับเครื่องตรวจระเบิดวัตถุระเบิด จีที 200 ว่าทำไมถึงหาอาวุธเจอเมื่อตั้งด่านตรวจ ซึ่งก็คือจริงๆแล้วปรากฏการณ์นี้อาจจะมีผู้สังเกตพบว่า เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง และเกิดขึ้นได้ที่ตำแหน่งไหนของบึงและเกิดขึ้นช่วงไหน ขณะที่ประชาชนคนอื่นๆ ไม่ได้ตั้งใจสังเกตดู เมื่อทำนายไปจึงมีโอกาสสูงที่จะทำนายถูก

ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวด้วยว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ตั้งใจจะนำมาหักล้างหรือเปลี่ยนแปลงความเชื่อของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่อยากเสนอแนะให้มีการพิสูจน์เรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่น การตั้งกล้องถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงเพื่อถ่ายภาพระยะใกล้ของพญานาค ให้เห็นว่า มีลักษณะเช่นไร มีครีบ มีหงอน หรือเป็นเพียงแค่เงาคลื่นเท่านั้น