สุเทพ แจงเอกสารลับศอฉ. กรณีให้ทหารใช้อาวุธปืน

สุเทพ แจงเอกสารลับศอฉ. กรณีให้ทหารใช้อาวุธปืน

สุเทพ แจงเอกสารลับศอฉ. กรณีให้ทหารใช้อาวุธปืน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สุเทพ หอบเอกสารลับ ศอฉ.แจงสื่อ ยอมรับเคยออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนลูกซองป้องกันตัวเองได้ ย้ำพร้อมไปต่อสู้หรือในกระบวนการยุติธรรม เชื่อขบวนการเช็คบิลเริ่มขึ้นแล้ว

(7 ส.ค.)  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้นำเอกสารลับของ ศอฉ.ที่ออกเมื่อวันที่ 10 และ 13 เมษายน 2553 มาชี้แจงว่า หลังมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเผยแพร่เอกสารและอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในตัวผู้สั่งการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จึงขอชี้แจงว่า เป็นคำสั่งที่ออกในวันที่ 13 เมษายน 2553 ไม่ใช่วันที่ 10 เมษายน 2553 และเป็นออกคำสั่งหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 เมษายนแล้ว

"เป็นการให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธปืนลูกซองที่ไม่ร้ายแรงควบคุมการยิงได้เพื่อป้องกันตัวเอง โดยไม่ประสงค์ชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีชายชุดดำแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 คนและบาดเจ็บกว่า 800 คน จึงต้องระงับยับยั้งป้องกันเหตุ ขณะเดียวกัน เอกสารคำสั่งในวันที่ 10 เมษายน ได้สั่งการชัดเจนว่า หากจำเป็นต้องใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ทั้งการแจ้งเตือนด้วยวาจา ยิงขึ้นฟ้า ใช้อาวุธตามหลักเกณฑ์ ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและสมควรแก่เหตุ" นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพ ชี้แจงต่อว่า ก่อนหน้านั้น ศอฉ.ได้ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธอย่างเด็ดขาด ให้ใช้เฉพาะอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน แต่ปรากฏเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553 ที่มีมวลชนบุกทำร้ายและยึดอาวุธเจ้าหน้าที่ ที่รักษาการฯบริเวณสถานีดาวเทียมไทยคม อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่ง ศอฉ.กังวลว่า อาจมีการนำอาวุธเหล่านั้นมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงออกคำสั่งดังกล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า คำสั่งต่างๆ ของ ศอฉ. มีเป้าหมายแก้ปัญหาบ้านเมือง รักษาความสงบเรียบร้อยจากภัยคุกคามก่อการร้าย ไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชน โดยได้กำหนดมาตรการระงับเหตุให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไปก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อรายงานให้ประชาชนแล้ว และตนพร้อมที่จะนำเอกสารต่าง ๆ มาชี้แจง

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า หลังมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้ก่อเหตุและผู้ต้องหาก่อการร้ายหลายคน บางคนอาจได้เป็นรัฐมนตรี รัฐบาลเป็นผู้กุมอำนาจรัฐในการสั่งการสอบสวนคดี ตนเองในฐานะ ผอ.ศอฉ. ก็พร้อมข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ทั้งหมดตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่า ขบวนการเช็คบิลเริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่มีการนำเอกสารมาเผยแพร่ตามสื่อมวลชน แต่ไม่ติดใจ พร้อมรับการเช็คบิล ไม่หนีออกนอกประเทศ แต่เป็นห่วงการนำเอกสารมาเผยแพร่ โดยที่ไม่เป็นกลางอาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องเดือดร้อน.- สำนักข่าวไทย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook