เถื่อน! ชายชุดดำ200คน บุกเผาบ้านไล่ที่

เถื่อน! ชายชุดดำ200คน บุกเผาบ้านไล่ที่
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เกิดเหตุชายชุดดำกว่า200คน บุกเผาบ้านไล่ที่กลุ่มสมัชชาคนจน ย่านปทุมฯ เพื่อขอพื้นที่คืน จนเกิดการดวลปืน ระเบิด กันสนั่น ได้รับบาดเจ็บ2ราย

(2 ก.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มชายชุดดำ ประมาณกว่า 200 คน กับกลุ่มชาวบ้านไทย 4 ภาค หรือ กลุ่มสมัชชาคนจน ที่ปลูกบ้าน เพิงอาศัยอยู่ภายใน บริษัท ไทยอเมริกัน จำกัด ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาออก ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของบริษัทไทยอเมริกันฯ ที่ถูกธนาคารยึดไปขายทอดตลาด

โดยกลุ่มชายชุดดำเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นได้ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาที่พักอาศัย ที่ถูกก่อสร้างขึ้นด้วยไม้ และหญ้าคาของชาวบ้าน อ้างว่ามีผู้ว่าจ้างเป็นบริษัทฯเอกชนเจ้าของพื้นที่ให้ทำการรื้อถอนเพื่อปรับพื้นที่ แต่ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ไม่ยอม จึงได้เกิดการปะทะกัน มีเสียงปืนกับเสียงระเบิดดังขึ้นมาเป็นระยะๆ นานกว่าชั่วโมง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นกลุ่มชายชุดดำ จำนวน 2 ราย ส่งผลให้รถยนต์ที่ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวต่างชะลอรถหยุดดูเหตุการณ์ ทำให้รถติดยาวเหยียดยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาต่อมา

ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ปะทะกันครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าของพื้นที่ดังกล่าวได้ขายทอดตลาดให้กับกลุ่มนายทุนเมื่อประมาณครึ่งเดือนที่ผ่านมา และผู้ครอบครองกำลังจะใช้พื้นที่ดังกล่าวดำเนินกิจการ แต่กลับมีกลุ่มคนไทย 4 ภาค บุกรุกเข้ามาพักอาศัย จึงเข้าดำเนินการขอพื้นที่คืน แต่ปรากฏว่าผู้พักอาศัยไม่ยินยอมจนเกิดการปะทะกันขึ้น

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ทราบว่ามีคนมาบอกว่ามีที่ดินให้อยู่ฟรี แต่เมื่อเดินทางเข้ามาติดต่อพบว่าให้มาจับจองปลูกบ้านอยู่ได้ โดยมีการเรียกเก็บเงินให้จ่ายในราคา 5,000 บาท และหากให้ปลูกบ้านในพื้นที่ด้วยเป็นเงิน 10,000 บาท โดยไม่ทราบว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ด้านพ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนดังกล่าว ได้ดำเนินการขับไล่ผู้ที่พักอาศัยให้ออกจากพื้นที่ แต่กลุ่มผู้บุกรุกไม่ยอมออก จนเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของที่ดินได้มาแจ้งความไว้ในข้อหาบุกรุก โดยมีการเจรจากับแกนนำที่บุกรุกพื้นที่ แต่ทางด้านแกนนำนั้นได้เรียกค่ารื้อถอนเป็นจำนวนเงินสูงมาก ทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ จนเกิดเหตุการณ์บานปลายดังกล่าว ทั้งนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจรในที่เกิดเหตุแล้ว