แค้น! อภิสิทธิ์ หล่อกว่า เด็กนร.รุมพังป้ายปชป.

แค้น! อภิสิทธิ์ หล่อกว่า เด็กนร.รุมพังป้ายปชป.
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(23 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 6 ว่า มีชาย 2 คนถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย ขณะที่เข้าไปห้ามปรามกลุ่มวัยรุ่นทำลายป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ บริเวณหน้าสวนกรมหลวงชุมพร ก่อนกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงที่เกิดเหตุ พบ นายโอภาส นาเส็งสิริ อายุ 18 ปี และนายสมพล บุญสา อายุ 19 ปี ที่เข้าไประงับเหตุและเกิดการต่อสู้ทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 5 คน ที่กำลังทำลายป้ายหาเสียง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องคุ้มกันทชายทั้ง 2 เอาไว้ เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ยังพยายามขี่จักรยานยนต์วนเวียนบริเวณพื้นที่ดังกล่าว หวังจะกลับเข้ามาทำร้าย

โดยชายทั้งสองให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนทั้งสองได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากตลาดสดสัตหีบ มุ่งหน้าไปตลาดบ้านเตาถ่าน เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 5 คน กำลังใช้ไม้ทำลายป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ตนจึงได้หยุดรถ ได้พยายามเข้าไปห้ามปราม แต่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุวิ่งเข้ามารุมทำร้ายราว 5 นาที ก่อนที่ทั้งหมดจะรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีกันไป ซึ่งตนสามารถจำหน้าผู้ก่อเหตุรายหนึ่งได้ เป็นนักศึกษาปวช. ของสถาบันแห่งหนึ่ง ที่ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง แว้นซ่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบ พบป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีรูปภาพของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกทำลายเสียหายไปจำนวน 7 ป้าย

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดแล้ว ประกอบไปด้วย นายออย (นามสมมติ) หัวหน้าแก๊งแว้นซ่า อายุ 16 ปี นายสน (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นายเดช (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นายกานต์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และ ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ทั้งหมดเป็นกลุ่มเยาวชน เบื้องต้นทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพ โดยอ้างว่าเหตุที่ทำไปเพราะเห็นว่า อดีตนายกฯ มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อกว่า จึงเกิดความคึกคะนองและทำลายป้ายหาเสียงจนเสียหาย ไม่ได้มีเจตนาทางการเมือง หรือมีผู้ว่าจ้างให้มาทำลาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ

ในขณะที่ด้านผู้เสียหาย ไม่ติดใจเอาความกับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเห็นว่าทั้งหมดยังเป็นเยาวชนที่ยังเรียนหนังสือ คาดว่ากระทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงได้เชิญผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุทั้งหมดมารับทราบพฤติกรรมที่สถานีตำรวจ ก่อนจะรับตัวทั้งหมดกลับบ้านไป