จับแล้วชำแหละไก่เน่า เผยอาจมีเนื้ออื่นอีก

จับแล้วชำแหละไก่เน่า เผยอาจมีเนื้ออื่นอีก
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เข้าทลายโรงชำแหละไก่เถื่อนจับได้ 4ราย ผู้ว่าเมืองโคราช ยกมือขอโทษคนไทย สั่งสอบจนท.มีเอี่ยว เผยอาจมีที่กระทำผิดในลักษณะเดียวกัน ทั้งเนื้อวัว ควายและหมู

(14 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าวานนี้(13มิ.ย.) กรณีมีโรงงานชำแหละไก่ในต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตระเวนซื้อไก่ตายจากฟาร์มต่างๆ มาชำแหละแช่ฟอร์มาลีนส่งขายให้ประชาชน และส่งกลิ่นเน่าเหม็นรบกวนชาวบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ต้องเข้าไปจับกุมดำเนินคดี ตามที่รายการ 3 มิติ เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจโรงชำแหละไก่เถื่อน ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า เจ้าของโรงเชือดไก่เถื่อนเป็น 4 รายเดิมจากทั้งหมด 11 ราย ที่เคยก่อเหตุเช่นนี้มาแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างรอลงอาญา ประกอบด้วย 1.นายสุชาติ ดีบุญสาคร 2.นายโสพิศ ศิริทรัพย์ 3.นายชัชวาล เพชรพรหม และ 4.นางอินทิรา อินทะวัน เบื้องต้นบทลงโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายปรีชา กล่าวต่อว่า โรงชำแหละดังกล่าวไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นโรงฆ่าสัตว์ จึงมักแอบทำในพื้นที่บ้าน โดยจะรับซื้อซากไก่ที่ตายแล้วจากฟาร์มต่างๆ มาชำแหละขายต่อ ตามปกติไก่ตามฟาร์ม 100 ตัว จะตายประมาณ 1 ตัว นอกจากนี้ยังพบว่ามีการชำแหละเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ที่กระทำผิดในลักษณะเดียวกัน ทั้งเนื้อวัว ควายและหมู ซึ่งกรมฯออกตรวจสอบต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ขาดหลักฐานที่ชัดเจน หลังจากนี้ทางกรมจะเพิ่มอัตรากำลังมาช่วยตรวจและป้องกันการเคลื่อนย้ายสัตว์ผิดกฎหมาย รวมทั้งขอความร่วมมือจากตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่อง หากพบเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ด่านหรือที่กรม

ด้านนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ยกมือไหว้ต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมให้สัมภาษณ์ ตนต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่ปล่อยให้มีโรงงานชำแหละซากไก่ตาย โดยไม่ถูกสุขลักษณะอยู่ในพื้นที่ ทำให้เกิดความกังวลในการบริโภคไก่ สร้างความเสียหายต่อส่วนรวม โดยต้องขอขอบคุณประชาชน และสื่อมวลชน ที่ช่วยเป็นหูเป็นตากับทางราชการเปิดโปงถึงความไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ได้ออกสั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้กระทำผิดหรือไม่ และหากมีความจำเป็นที่จะต้องย้าย เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไปช่วยราชการในหน่วยงานอื่นเพื่อง่ายต่อการสอบสวนก็ต้องทำ