พิ้งกี้ ยิ้มร่าไร้มลทิน โชว์ผลตรวจ ไม่ได้ท้อง

พิ้งกี้ ยิ้มร่าไร้มลทิน โชว์ผลตรวจ ไม่ได้ท้อง
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

คืบหน้า ล่าสุดผลตรวจปัสสาวะและเลือดของพิงกี้ออกมาเป็นลบ ปรากฎว่าไม่ได้ตั้งท้องอย่างที่มีข่าวลือในโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้พิ้งกี้วอนขอความเห็นใจว่า "ที่ตรวจนี้เพราะอยากให้ทุกคนทราบและพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้ว ดังนั้นขอให้กี้ได้เดินต่อไปได้ การที่ตรวจวันนี้ขอให้จบวันนี้ทั้งเรื่องท้องและเรื่องกับบุคคลอื่นด้วยและจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว"

 

พิ้งกี้ สาวิกา เปิดใจแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังหายหน้าไปหลายเดือน ปฏิเสธข่าวตั้งท้องกับ เป๊ก สัณชัยสามีของธัญญ่า ธัญญาเรศ

สืบเนื่องจากกรณีที่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2554 นักแสดงสาวชื่อดัง "ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล" เดินทางมาอัดรายการราตรีสโมสร ที่สตูดิโอ โพลีพลัส และถูกผู้สื่อข่าวรุมสัมภาษณ์ถึงประเด็นที่คู่กรณีอย่างนางเอกรุ่นน้อง "พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช" ตั้งท้องกับสามี "เป๊ก สัณชัย" ตามที่เป็นกระแสข่าวลือในหน้าอินเทอร์เน็ต จนต้องหนีไปกบดานอยู่ที่ต่างประเทศ แถมยังมีคลิปเสียงกล่าวถึงเรื่องการท้องดังกล่าวออกมาตอกย้ำให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ซึ่งเมื่อช่วงเช้า (8 มิ.ย. 2554) ที่ผ่านมา คุณแม่อ้อย สรินยา ไชยเดช ได้โฟนอินเข้าในรายการแฉแต่เช้า พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันพิงค์กี้ไม่ได้ตั้งท้องอย่างที่เป็นข่าว "ไม่เป็นความจริงเลยค่ะ แต่ช่วงที่เราอยู่เมืองนอกก็พอรู้มาบ้างว่ามีข่าวลือลงหนังสือเล่มนู้นเล่มนี้ว่าน้องท้องอะไรต่างๆนานา แต่โอเคเราก็เข้าใจล่ะว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เราอยู่ในสังคมดารามันก็จะมีข่าวอย่างนี้ แต่จริงๆแล้วมันไม่เป็นความจริงเลย "

เมื่อ 2 ดีเจฝีปากกล้า มดดำและกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ถามกลับว่า คิดจะฟ้องร้องคู่กรณีบ้างหรือไม่ แม่อ้อยเผยว่า "เรื่องฟ้องก็ยอมรับว่ามีบางครั้งที่เคยคิด แต่คือแม่เป็นคนที่ไม่อยากจะมีเรื่องมีราวกับใคร เพราะถึงจะชนะแต่มันก็ยุ่งเพราะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล พอถึงที่สุดแล้วเราก็คิดได้ว่าในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วยิ่งไปต่อความยาวสาวความยืดก็ไม่จบ แม่ก็บอกพิงค์กี้ว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลเราไม่อยากจะโทษใคร แต่แม่รู้ว่าครอบครัวเราเป็นยังไง ลูกเป็นยังไง แม่ถือว่าพูดน้อยที่สุด คนรอบข้างรู้ว่าครอบครัวเราเป็นยังไง บอกพิ้งกี้ว่าเราก็ก้าวเดินต่อไป เราไม่อยากจะพาดพิงใคร จริงๆถ้าย้อนกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์เก่าจะรู้ว่ากี้ไม่เคยพาดพิงใครเลย"

ล่าสุดวันนี้ (8 มิ.ย. 2554) เวลา 17.00 น. นางเอกสาวนัยน์ตาสวย "พิ้งกี้ สาวิกา" เปิดใจแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกระแสข่าวฉาวที่เกิดขึ้น ณ ตึกโอซีเอ็ม หลักสี่ ซึ่งนางเอกสาวสุดกลั้นน้ำตา ปล่อยโฮขณะแถลงข่าวพร้อมท้าสื่อมวลชนให้ตามไปที่โรงพยาบาลพญาไท 1 ตรวจและทราบผลทันทีจะได้รู้ว่าท้องไม่ท้อง

จากข่าวที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
"กระทบครอบครัวและตัวกี้เอง หลายๆอย่าง"

ทราบข่าวที่เกิดขึ้นที่เมืองไทยทั้งหมดไหม
"กี้ไปเมืองนอก ไม่ใช่ว่ากี้จะพยายามหนีจากข่าว ทิ้งทุกอย่างให้ข่าวมันเงียบ ไม่ให้เขียนข่าวถึงกี้อีก มันกระทบถึงครอบครัวกี้และตัวกี้อย่างเสียหายมากๆ ณ ปัจจุบันนี้ กี้กลับมาเพราะคิดว่าข่าวต่างๆจะจบ ทุกคนจะสันติแต่ว่าไม่จบค่ะ"

ตอนอยู่ต่างประเทศทราบข่าวไหม
"ไม่เคยอ่านข่าวเมืองไทยเลยค่ะ"

ทราบข่าวเมื่อไหร่
"เมื่อคืนค่ะ ข่าวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จะว่ากี้หรืออะไรไม่ว่าแต่ว่าอันนี้มันเยอะเกินไป สำหรับคนคนนึงจริงๆ"

"กี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นยังไง แต่ใครจะพูดอะไรต่อไปในอนาคตว่ากี้ไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ กี้ห้ามไม่ได้ แต่กี้รู้หน้าที่ดีว่ากี้ต้องเลี้ยงครอบครัว ไม่มีใครรู้นอกจากตัวกี้เอง"

เราไปต่างประเทศเราทำอะไรบ้าง
"กี้ก็มีมุมอยู่กับเพื่อนๆ กี้ไม่ค่อยออกสื่อไม่ได้ทำอะไรมาก ไม่ค่อยพูด อยู่กับเพื่อนๆกี้เต้น มีความสุขกับการมีชีวิตของกี้แบบที่เป็น เพื่อนๆกี้หลายคนที่เป็นคนทำเพลง กี้มีความสุขในการที่กี้จะเต้น ก็ร้องเพลง นั่นคือความสุขของกี้ ณ ปัจจุบันข่าวออกมาอะไรไม่รู้ ซึ่งกี้ก็พยายามพูดให้น้อยที่สุด คิดว่าข่าวนี้มันไม่น่าจะไปถึงขนาดนี้ค่ะ มันเป็นสังคมข่าวลือที่มันพูดไปแล้วอะไรจริงหรือไม่จริงค่อยมาว่าทีหลัง แต่ความเสียหายมันเกิดไปแล้ว เป็นสิ่งที่เกิดกับใคร ทุกคนก็คงรู้สึก คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ ญาติ พี่น้อง ทุกคนทุกข์ใจหมด มันเป็นเรื่องที่สุดๆแล้ว"

อยากบอกความจริงอะไรให้สังคมได้ทราบบ้าง
"กี้พยายามพูดทุกอย่างให้ทุกคนรู้ กี้ทำดีที่สุดในทุกๆอย่างแค่นั้นค่ะ ไม่รู้ อะไรจะเกิดกี้ทำดีที่สุดแล้ว"

เรื่องการตรวจพิสูจน์มีใครบังคับหรือตั้งใจเอง
"กี้คงไม่อยากให้ใครมามองหน้ากี้ไม่ดี ก็คงจะต้องตรวจ จริงๆคงไม่มีใครอยากมานั่งพูดอย่างนี้ ไปตรวจมันก็เสียเวลาทุกคนแต่ว่ามันต้องจบ กี้อยากให้ทุกคนเห็นว่ากี้ไม่ได้ท้อง เรื่องตรวจกี้ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว ก็มีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือ"

จากนั้นนางเอกสาวก็เดินทางไปตรวจเลือดพิสูจน์ที่โรงพยาบาลพญาไท 1 โดยมีสื่อมวลชนเกาะติดสถานการณ์ไม่ห่าง

ขอบคุณข้อมูลจาก rakdara.net