สุดทน! สาวกะเหรี่ยงโร่ร้องถูกผัวเด็กซ้อม 7 ปีเต็ม

สุดทน! สาวกะเหรี่ยงโร่ร้องถูกผัวเด็กซ้อม 7 ปีเต็ม
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

(23 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้มีหญิงสาวชาวกะเหรี่ยงจาก อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เดินทางมาร้องเรียนขอให้ช่วยเหลือ หลังถูกสามีตบตีทำร้ายทารุณมานานกว่า 7 ปีเต็ม

โดยเหยื่อเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวคือ นางนิภา วิภาศิริ อายุ 35 ปี เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ถูก นายนิพนธ์ เพชรพิชิตชัย อายุ 29 ปี สามีที่อยู่กินด้วยกันทำร้ายร่างกายมานาน 7 ปีเต็มจนทนไม่ไหว โดยนางนิภาให้รายละเอียดว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ที่โรงแรมดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ต่อมาตนได้แต่งงานกับนายนิพนธ์ ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า หน้าตาดีและเป็นคนเอาใจเก่ง แต่เมื่อย้ายมาอยู่กินร่วมกันได้ระยะหนึ่ง ปรากฎว่าสามีเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดเหล้าและเสพยา อีกทั้งชอบทำตัวเป็นนักเลงหัวโจก ไม่นานนักก็เริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวและเริ่มตบตีทำร้ายตนเป็นประจำ ยามที่สามีเด็กกลับมาบ้านด้วยอาการมึนเมา จนตนเองเคยทนไม่ไหว ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.แม่แจ่ม ลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้วถึง 2 ครั้ง

หลังจากที่ตนได้แจ้งความ สามีเด็กก็พยายามกลับมาตามง้อขอคืนดีกับตน ขณะที่ทางญาติพี่น้องได้แนะนำให้ไปถอนทะเบียนสมรส ซึ่งตนก็ยอมทำตามแต่ต้องแลกกับการซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ให้สามีเด็ก เพื่อจะยอมเลิกรากัน ต่อมานายนิพนธ์ได้ไปมีแฟนใหม่ แต่ก็ยังคงตามมาขู่และห้ามตนคบหากับผู้ชายคนใหม่ ไม่เช่นนั้นจะตามมาฆ่า หลังจากนั้นนายนิพนธ์ก็กลับมาง้อขอคืนดีกับตนอีกหลายครั้ง แต่ตนก็ไม่ยอม จนนายนิพนธ์หลุดปากว่า จะฆ่าตนและครอบครัวยกตระกูล อีกทั้งยังขู่จะเผาบ้านและทำร้ายลูกชายของตนที่เกิดกับสามีเก่าชาวฮ่องกง ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอะไรกับคนรอบข้าง จึงได้ตัดสินใจยอมย้ายกลับไปอยู่กับนายนิพนธ์

และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เหตุรุนแรงได้เกิดขึ้น เมื่อนายนิพนธ์ที่อยู่ในสภาพมึนเมาได้ที่ พูดจาหาเรื่องตน พร้อมกับตบหน้าลูกชายตนอย่างแรง พร้อมกับใช้อาวุธปืนจ่อมาที่ตน โชคดีที่น้องสาวของตนเห็นเหตุการณ์ และได้ปัดแย่งปืนออกไปได้ทัน ทำให้กระสุนปืนพลาดเป้าไปอย่างหวุดหวิด ครั้งนั้นตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กัลยาณิวัฒนา ตำรวจจับกุมตัวนายนิพนธ์และกักขังไว้แค่ 1 คืน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ทำให้นายนิพนธ์เริ่มได้ใจที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ อย่างน้อยก็แค่ถูกปรับเพียง 500 บาท

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนถูกนายนิพนธ์ทำร้ายร่างกายมาราธอนอย่างทารุณกว่า 8 ชั่วโมง ระหว่างที่ตนไปสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน นายนิพนธ์เดินมาตามให้ตนกลับไปหุงหาอาหารให้กิน แต่เมื่อตนไปถึงในครัว นายนิพนธ์ได้เตะต่อยตนอย่างแรง ก่อนจะมัดตนเข้ากับรถจักรยานยนต์และขับลากตนไปตามถนนหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร และใช้ท่อนไม้ทุบตีตนจนหมดสติไป ซึ่งผู้ที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า หลังจากที่ตนหมดสติไป นายนิพนธ์ยังใช้รถจักรยานยนต์ขับทับร่างตนไปมาอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากนั้นตนต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูถึง 2 วัน ก่อนจะย้ายเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ซึ่งตนกับครอบครัวเกิดความวิตกกังวลอย่างหนัก กลัวว่านายนิพนธ์จะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองอีก จึงได้เดินทางมาเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิปวีณาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง