มอบตัวแล้ว! 3 สาวคลิปสงกรานต์สีลม ยันไม่ได้เมา

มอบตัวแล้ว! 3 สาวคลิปสงกรานต์สีลม ยันไม่ได้เมา
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

(18 เม.ย.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่มีหญิงสาวแต่งกายไม่เหมาะสม และมาเต้นในลักษณะอนาจาร บริเวณถนนสีลม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าล่าสุดหญิงสาวทั้ง 3 ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยสถานที่ที่ชัดเจน โดยมีผู้ปกครองของทั้ง 3 คน พาเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าสาเหตุที่ทำไปนั้น มาจากความคึกคะนอง และสถานการณ์พาไป ยืนยันไม่ได้เมาสุรา หรือ เสพยาเสพติด แต่อย่างใด และไม่คิดว่า ผลที่ตามมาจะร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อสังคม ส่วนที่ไม่ไปมอบตัวที่ สน.ยานนาวา นั้น เนื่องจากทราบว่า มีสื่อมวลชนติดตามรอทำข่าวจำนวนมาก

ทั้งนี้สื่อมวลชนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและเด็กได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง ด.ญ.จอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และ น.ส.นิด (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เล่าว่าตอนเกิดเหตุการณ์ผู้คนที่เล่นน้ำอยู่บริเวณโดยรอบได้ตะโกนยั่วยุให้ลุกขึ้นเต้นพร้อมกับถอดเสื้อผ้าตนทำไปเพราะความคึกคะนองตามประสาเด็กและอยากจะขอโทษสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับอย่าได้นำพฤติกรรมดังกล่าวไปลอกเลียนแบบ เพราะจะได้รับผลกระทบไม่ดีตามมา เช่นเดียวกับเด็กหญิงบีที่กล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงเอแสดงความขอโทษต่อสังคมกับการกระทำของบุตรหลานที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์

อย่างไรก็ตาม โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบว่า เยาวชนทั้ง 3 มีอายุ ระหว่าง 13, 14 และ 16 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 388 ที่บัญญัติว่าผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือย หรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ซึ่งทั้งหมดรับสารภาพ และเสียค่าปรับเป็นเงินคนละ 500 บาท ตามฐานความผิด

ด้านกองเชียร์ หรือผู้สนับสนุนที่พยายามยุยงให้หญิงสาวแสดงท่าทางในลักษณะที่ลามกอนาจารนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญาในหมวดลหุโทษ ไม่ได้กำหนดบทลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำการในลักษณะดังกล่าวไว้ ดังนั้นกองเชียร์ หรือผู้สนับสนุนจึงไม่มีความผิดตามกฎหมาย ขณะืที่ ผู้เผยแพร่คลิป จะพิจารณาว่าภาพที่ปรากฏทางอินเทอร์เน็ต เข้าข่ายเป็นภาพลามกอนาจารหรือไม่ โดยจะสอบสวนติดตามผู้เผยแพร่คลิปเพื่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในการติดตามตัวเด็กทั้ง 3 คนมาพบวันนี้ จากเบาะแสของพลเมืองดีที่แจ้งข่าวให้ตำรวจทราบ