ศาลยกฟ้องพ.ต.ต.เงินอุ้มทนายสมชาย

ศาลยกฟ้องพ.ต.ต.เงินอุ้มทนายสมชาย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องคดีอุ้มทนายสมชาย ชี้พยานโจทก์นำสืบ ยังให้การสับสนไม่ชัด ขณะทนายจำเลยที่ 1 ยัน สารวัตรเงิน ไม่ได้หลบหนีแต่เป็นบุคคลหายสาบสูญ

ศาลอาญารัชดา นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญา 6 และ นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของ นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.เงิน ทองสุก อดีตสารวัตร กอ.รมน. ช่วยราชการกองปราบปราม ร่วมกับพวก 5 คน เป็นจำเลย

จากกรณีในการหายตัวไปของ นายสมชาย เมื่อปี 2546 โดยศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำสืบนั้น ยังให้การสับสนไม่แน่ใจว่า จำเลย เป็นคนลักพาตัวนายสมชายไป

อีกทั้งพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักในการรับฟังและยืนยันได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง กรณีมีเหตุแห่งความสงสัยจึงยกประโยชน์เหตุของความสงสัยให้จำเลยที่ 1 คือ พ.ต.ต.เงิน ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 2-4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือ ให้ยกฟ้องเช่นกัน

อย่างไรก็ตามนายประกันจำเลยที่ 1 ได้ยื่นอุทธรณ์เรื่องคำสั่งที่ศาลสั่งปรับนายประกัน โดยโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้หลบหนีแต่เป็นบุคคลสาบสูญ ศาลจึงแยกสำนวนส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อไป

ด้าน เมียทนายสมชายเผยยกฟ้องเพราะพยานกลัว

นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยาของ นายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม กล่าวภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง พ.ต.ต.เงิน ทองสุข อดีตสารวัตร กอ.รมน. ช่วยราชการกองปราบปรามกับพวกที่ตกเป็นจำเลยในคดีการหายตัวไปของ นายสมชาย ว่า คำตัดสินของศาลอุทธรณ์มองว่าพยานโจทก์ ให้การไม่ตรงกัน ขัดกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีมองว่าไม่มีการคุ้มครองพยาน ดังนั้นในการขึ้นเบิกความพยาน จึงมีความหวาดกลัวให้การไม่ตรงกัน ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้มองเหมือนกับที่ศาลชั้นต้นมอง พร้อมกันนี้ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ไปในคดีอุ้มฆ่าคงจะเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหากเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม ตนเตรียมที่จะยื่นฎีกาอย่างแน่นอน