ฮุนเซนซัดนายกฯ ไทยน่าละอาย

ฮุนเซนซัดนายกฯ ไทยน่าละอาย
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในพิธีจบการศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ ว่า นายกรัฐมนตรีของไทย (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ได้บอกกับผู้อำนวยการยูเนสโก เกี่ยวกับการถอนปราสาทพระวิหาร ออกจากบัญชีมรดกโลก ซึ่งถือเป็นการกระทำที่น่าละอายอย่างมาก ในฐานะประเทศที่เป็นเพื่อนบ้าน ที่ทำการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

ส่วนในกรณีการปะทะกันกับกองกำลังทหารไทย เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า ผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย จะมาติดตามสถานการณ์ในเร็ว ๆ นี้ และเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมากัมพูชาและไทย ได้ทำการตกลงที่จะอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาดูแลการหยุดยิงถาวรและยินดีให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 14 จุดเพื่อให้ผู้สังเกตการณ์ที่จะใช้หน้าที่ของตนได้อย่างราบรื่น

ขณะที่สำนักข่าวซินหัว รายงานวันเดียวกันว่า สมเด็จฮุน เซน ที่กล่าวระหว่างงานฉลองวันวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ที่หอประชุมจตุรมุข โดยได้ร้องขอให้อินโดนีเซีย ส่งผู้สังเกตการณ์ เข้ามายังพรมแดนของกัมพูชาโดยด่วน หากประเทศไทยยังคงไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และหากฝ่ายไทยไม่รับผู้สังเกตการณ์ กัมพูชาก็ยินดีที่จะรับเพียงฝ่ายเดียว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังกล่าวย้ำด้วยว่าจะไม่เจรจาทวิภาคีใด ๆ กับประเทศไทยในเรื่องบริเวณพิพาทพรมแดนอีก แต่หากไทยต้องการเจรจา ก็จะต้องขออินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ให้จัดการประชุม

แต่อย่างไรก็ดี กัมพูชาจะยังคงเจรจากับไทยในเฉพาะความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและอื่นๆ เท่านั้นส่วนเรื่องพื้นที่พิพาทพรมแดน ต้องมีการมีส่วนร่วมของประเทศที่สาม อีกทั้ง สมเด็จฮุน เซน ยังกล่าววิจารณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย และ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่ขอ นายโคอิชิโร มัตสิอุระ ทูตพิเศษของยูเนสโก ให้ถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลก ว่าเป็นการกระทำที่น่าละอายอีกด้วย พร้อมกล่าวว่ากระสุนปืนครกและปืนใหญ่ 414 ลูก ยิงโดยทหารไทย ซึ่งตกลงในปราสาทพระวิหาร "ถือเป็นสงครามที่แท้จริง" และสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่การรุกรานแผ่นดินกัมพูชา แต่เป็นสงครามการทำลายวัฒนธรรม และกล่าวว่าการกะทำดังกล่าว "เป็นการกระทำที่น่าอัปยศอดสู ที่แย่ที่สุดของรัฐบาลไทย"