ไม่เลิก! อดีตพระดังยันตระ โผล่บิณฑบาตที่สหรัฐ

ไม่เลิก! อดีตพระดังยันตระ โผล่บิณฑบาตที่สหรัฐ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

ฟอร์เวิร์ดเมล์ว่อน ภาพอดีตพระยันตระ ไว้หนวดไว้ผมยาว แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เดินนำบิณฑบาตที่สหรัฐอเมริกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสฮือฮาในอินเตอร์เนตขึ้น เมื่อมีฟอร์เวิร์ดเมล์เกี่ยวกับนายวินัย ละอองสุวรรณ หรือ อดีตพระยันตระ อมรโรภิกขุ (พระวินัย อมโร) ที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์และมีการทำกิจวัตรคล้ายพระสงฆ์ รวม 3 รูป โดยรูปทั้งหมดไม่ทราบวันและเวลาในการบันทึกไว้ ทราบเพียงว่าเป็นภาพในงานหนึ่ง ในชุมนุมของคนไทยหรืออาจจะเป็นวัดไทยวัดใดวัดหนึ่ง ในเมืองเอสคอนดิโด้ แซนดิเอโก้  รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรพระภิกษุ โดยนายวินัย หรือ อดีตพระยันตระ แต่งกายที่แปลกออกไปจากพระสงฆ์ไทย มีการไว้หนวดไว้ผมยาว สวมผ้าคลุมสีคล้ายจีวรแต่สวมกางเกงทับอีกชั้น แล้วนำพระภิกษุออกบิณฑบาต โดยมีคนสนิทเป็นชาวต่างชาติเดินประกบอยู่ตลอดเวลา และประชาชนคาดเป็นคนไทยนั่งคุกเข่าอยู่ตลอดเส้นทางที่เดิน

นอกจากนี้ยังมีภาพที่นายวินัย หรือ อดีตพระยันตระ นั่งอยู่ในบริเวณพิธีที่มีการตกแต่งคล้ายที่นั่งพระสงฆ์ หรืออาจจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม หรือวัดใดวัดหนึ่ง โดยนั่งอยู่ด้านบน ซึ่งมีอาสนะ ตาลปัตร และเครื่องบริขารของพระสงฆ์วางอยู่ แล้วมีพระภิกษุรูปหนึ่ง นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีนายวินัย หรืออดีตพระยันตระ แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ถือบาตรรับอาหารจากประชาชน โดยไว้หนวดเคราและผมยาวในประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า ตนได้รับทราบข้อมูลว่า ขณะนี้อดีตพระยันตระได้ไปจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนายังประเทศสหรัฐฯ แล้วนำพระสงฆ์ออกบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนในประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะประสานไปยัง พระเทพกิตติโสภณ วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ค สหรัฐฯ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสหรัฐฯว่า ท่านทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายของคณะสงฆ์ไทยไม่สามารถที่จะไปดำเนินการกับอดีตพระยันตระได้ แต่จะประสานให้พระที่มีอำนาจในพื้นที่ช่วยดูแล

ประวัติอดีตพระยันตระ

นายวินัย ละอองสุวรรณ เป็นชาวนครศรีธรรมราช ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นนักพรตฤๅษีอยู่หลายปีจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ต่อมาได้อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ในธรรมยุติกนิกายเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ณ พัทธสีมาวัดรัตนาราม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระวินัย เมื่ออุปสมบทมักใช้คำแทนตัวว่า พระยันตระ ซึ่งแปลว่าผู้ไกลจากกิเลส ที่เคยใช้มาตั้งแต่ยังเป็นฤๅษียันตระ เมื่อบวชแล้วเป็นที่รู้จักดีทำให้มีผู้ศรัทธาบวชเพื่อเข้าเป็นลูกศิษย์มาก มาย ทำให้ท่านมักแวดล้อมไปด้วยพระสงฆ์คอยอุปัฏฐากอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ศรัทธาสร้างสำนักวัดถวายท่านหลายแห่ง โดยทุกวัดที่สร้างในสำนักท่านจะใช้คำว่า "สุญญตาราม" ประกอบด้วยเสมอ สำนักที่เป็นที่รู้จักดีคือ วัดป่าสุญญตาราม กาญจนบุรี และยังมีสำนักวัดป่าสุญญตารามของท่านในต่างประเทศอีกหลายแห่ง เช่นที่ วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น

ด้วยวัตรปฏิบัติรวมถึงคำสอนของท่าน ทำให้พระวินัยถือเป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในยุคนั้น มีการตีพิมพ์เผยแพร่คำสอนรวมถึงได้รับนิมนต์ไปเทศนายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คำสอนของท่านเน้นแนวทางปฏิบัติกรรมฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการ ศาสนาว่าถูกต้องกับพระไตรปิฎก

อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2537 ท่านได้ถูกฟ้องร้องหลายข้อหาและถูกตั้งอธิกรณ์ว่าล่วงละเมิดเมถุนธรรมปาราชิ กาบัติ อันเป็นหนึ่งในจตุตถปาราชิกาบัติที่ทำให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุตามพระวินัย บัญญัติ โดยมีการต่อสู้ด้วยพยานหลักฐานมากมายตามสื่อต่าง ๆ เป็นข่าวโด่งดังในสมัยนั้น จนในที่สุดท่านได้ถูกมติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้ท่านพ้นจากความ เป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าท่านต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ก่อนที่นายวินัยจะลักลอบทำหนังสือเดินทางปลอมเพื่อหลบหนีออกจากประเทศไทยไป อยู่ในสหรัฐอเมริกาและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทำให้นายวินัยสามารถหลบหนีคดีความอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้จนถึงปัจจุบัน

ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพิเดีย