อาร์เอส ทำรายได้ 640 ล้าน ฟันกำไร 68 ล้าน มั่นใจสิ้นปี 53 ทำรายได้ตามเป้า

อาร์เอส ทำรายได้ 640 ล้าน ฟันกำไร 68 ล้าน มั่นใจสิ้นปี 53 ทำรายได้ตามเป้า
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

อาร์เอส โตต่อเนื่อง แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 53 ตัวเลขสวย ทำรายได้รวมกว่า 640 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 68 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายหลังจากการปรับโครงสร้างองค์กร และปรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหญ่ ที่เริ่มส่งผลและปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า ทำให้อัตราการทำกำไรสุทธิสูงกว่า 10 เปอร์เซนต์

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในไตรมาส 3 ปี 53 เป็นที่น่าพอใจ บริษัทฯ ทำรายได้รวม 640.09 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 68.06 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง15 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30



โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจเพลงและดิจิตอล (Music & Digital) ที่ยังคงเป็นดาวเด่น และสะท้อนภาพความสำเร็จทางการเงินของกลุ่มทั้งหมด โดยไตรมาส 3 ของปี 53 ธุรกิจเพลงและดิจิตอลสามารถทำรายได้ไปกว่า 263.3 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 30 ล้านบาท หรือโตขึ้นประมาณ 13 % ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ธุรกิจเพลงของ อาร์เอส มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบ ดิจิตอล โปรดักส์ ภายใต้แคมเปญ ซุปเปอร์เหมา *339 ต่อไปนี้ใครๆก็ไม่เหงา เพราะมีซุปเปอร์เหมาเป็นเพื่อน ปัจจุบันเรามียอดสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านสมาชิก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถตอกย้ำภาพความสำเร็จของกลยุทธ์ ฟูลลี่ดิจิตอล มิวสิค ได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่ธุรกิจสปอร์ต (Sport) ก็สามารถรับรู้รายได้ที่เหลือจากการเป็นผู้ถือสิทธิ์ 2010 FIFA World Cup ในไตรมาสนี้อีกประมาณ 20 % ซึ่งเป็นตัวเลขอยู่ที่ 122.92 ล้านบาท จึงทำให้ธุรกิจสปอร์ตของ อาร์เอส เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,396 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน



นอกจากนี้ธุรกิจหลักด้านมีเดีย นั้นถือได้ว่าประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน สามารถทำรายได้ 167.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่องถึง 31 % โดยธุรกิจมีเดียครอบคลุมทั้งธุรกิจโทรทัศน์ สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากรายการโทรทัศน์ของอาร์เอส ที่ยังคงสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายและตรงใจวัยรุ่นเป็นอย่างมาก อันได้แก่ รายการ KAMIKAZE Club ชุมชนคนรุ่นใหม่ ออกอากาศทาง ททบ.5 ทุกวันเสาร์ เวลา 15.45 น. , รายการ 2 Nite live ออกอากาศทาง ททบ.5 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 0.20 น. และ รายการ Asian Countdown ออกอากาศทาง ททบ.5 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.45 น. เป็นต้น

อีกทั้งยังมีธุรกิจแซทเทลไลท์ ทีวี เข้ามาเสริมทัพ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทีวีมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน อาร์เอส เปิดให้บริการ ทีวีดาวเทียม 2 ช่อง คือ สบายดี ทีวี และ YOU Channel จากการจัดอันดับความนิยม ปรากฏว่าทั้ง 2 ช่อง ติดอันดับ TOP 3 ของช่องรายการเคเบิ้ลทีวีและแซทเทิลไลท์ทีวีเลยทีเดียว อีกทั้งในอนาคต อาร์เอส มีแผนที่จะเปิดให้บริการทีวีดาวเทียมเพิ่มอีก 1 ช่อง ช่วงประมาณต้นปี 54 อย่างแน่นอน

ธุรกิจวิทยุ (Radio) อย่างคลื่นวิทยุ คูล 93 ฟาเรนไฮต์ ที่ยังคงครองแชมป์การเป็นคลื่น Easy Listening อันดับ 1 ได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 6 อีกทั้งคลื่นคูล 93 ยังสามารถครองความแข็งแกร่งและมัดใจผู้ฟังได้อย่างเหนี่ยวแน่น ด้วยการอัดกิจกรรมชวนผู้ฟังมาร่วมสนุกตามสไตล์ชาวคูล อาทิ Cool Outing , Cool my society , Golden Song และกิจกรรมความบันเทิงมากมายตลอดทั้งปี ขณะที่ธุรกิจสื่อในห้างโมเดิร์นเทรด (In-store media) ก็เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมและมีการขยายตัวมากที่สุด คาดว่าอีกไม่นานจะมีโครงการดีๆ หรือโปรเจ็ค ใหม่ๆ ออกมาให้เห็นอย่างแน่นอน

สำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 53 กลุ่มธุรกิจทั้งหมดของ อาร์เอส จะเดินหน้าไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่ม Entertainment & Sport Content Provider ซึ่งประกอบไปด้วย ธุรกิจเพลงและดิจิตอล , โชว์บิซ , ภาพยนตร์ , กีฬา และกลุ่ม Media Service ประกอบด้วย ธุรกิจทีวี , วิทยุ , สื่อในโมเดิร์นเทรด ซึ่งทั้งหมดเป็นช่องทางสำคัญในการเอาคอนเทนต์ของ อาร์เอส ไปต่อยอด ภายใต้แนวคิดการ Synergy ธุรกิจทั้งหมดมาสนับสนุนซึ่งกันและกัน อันจะทำให้ธุรกิจทั้งหมดของกลุ่ม อาร์เอส มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

การดำเนินธุรกิจของ อาร์เอส จนถึงสิ้นปีนี้ จะยังคงเน้นการเป็นผู้ผลิตและบริหารจัดการคอนเทนต์บันเทิง และกีฬา อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานในทุกหน่วยธุรกิจ และบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง อันจะเห็นได้จากอัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นมาตามลำดับ โดบ บริษัทฯเชื่อว่า ด้วยการดำเนินงานที่บรรลุเป้าหมายในปีนี้ ประกอบกับสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งน่าจะทำให้บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน