ไอซ์ : ยิ้มสยาม บุก เอเชียป๊อป

ไอซ์ : ยิ้มสยาม บุก เอเชียป๊อป
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา




ถึงเวลาแล้วที่ Thai Pop จะเริ่มก่อตัวเป็นเมฆฝนก้อนใหม่และลมทะเลไทยจะหอบไปไกลไปสร้างความชุ่มชื่นใจให้กับบรรดาเหล่า J-Pop, K-Pop ให้รู้แล้วรู้รอดไป ว่าความสดชื่น สดใส ซาบซ่าของพี่ไทยเราก็มีส่งออกเหมือนกัน



หลังจากที่ปล่อยให้กระแสดนตรีจากเกาหลี ญี่ปุ่นมาแย่งส่วนแบ่งในตลาดเพลงไปพักใหญ่คงถึงเวลาแล้วที่ต้องส่งศิลปินไทยไปบุกตลาดเพลงที่อื่นบ้าง วันนี้ ไอซ์- ศรัญยู วินัยพานิช กับฉายา Prince Of Smile ที่แฟนเพลงที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งให้ บ่งบอกตัวตนของไอซ์ ที่เป็นคนร่าเริง สนุกสนาน ถือเป็นศิลปินไทยคนหนึ่งที่กำลังส่งออกบทเพลงไทยให้ไปคุ้นหู คุ้นตา กับแฟนเพลงในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น



เราลองมาดูกันว่าประสบการณ์ทำงานใน 2 ประเทศนี้ และการขึ้นเวที Asian Song Music Festival ที่เกาหลีใต้เป็นอย่างไรกันบ้าง



ถามถึงจุดเริ่มต้นการทำงานที่ร่วมงานกับญี่ปุ่น

(ปาดเหงื่อเล็กน้อยก่อนตอบ) ไอซ์รู้สึกดีใจมาก เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัดแค่ได้ทำงานเป็นนักร้องก็ดีใจแล้ว พอดีประธานบริษัทที่ญี่ปุ่นครับ มาที่ประเทศไทยได้ฟังเพลง "คนใจง่าย" และได้ดูมิวสิควิดีโอ เขาก็สนใจ และได้มีการเรียกไปพูดคุย พอดีไอซ์มีงานที่ญี่ปุ่นอยู่บ้างและร้องเพลงอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นพอดี เลยไปดูตัวกันที่โน่นจึงได้คุยกันว่าจะทำอัลบั้มในญี่ปุ่น โดยนำอัลบั้มแรกของเรา อัลบั้ม ไอซ์ ศรัญยู ไปทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นประมาณ 3-4 เพลง



ก็เริ่มทำงาน ให้สัมภาษณ์สื่อ รู้สึกว่าดีใจที่เขาให้โอกาสเรา และก็ทางแกรมมี่ก็ส่งเสริมเราโดยมีโครงการที่ชื่อว่า Cross-culture เป็นการแลกเปลี่ยนตัวแทนทางดนตรี โดยญี่ปุ่นเป็นผู้เลือกและแกรมมี่เป็นผู้สนับสนุน ก็ได้ทำงานในญี่ปุ่นตอนนี้เกือบๆ 2 ปี ออก 2 อัลบั้ม ล่าสุดคือ Party On Iceก็ทำเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกเหมือนกัน และก็ล่าสุดกำลังจะออกอัลบั้ม 3 โดยจะทำเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย



การพบปะแฟนเพลงที่ญี่ปุ่นบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง



ในการจัด Meet and greet หรืออีเว้นท์ต่างๆเราก็นั่งเฉยๆ มันจะเป็นอีเว้นท์เพื่อการนั้นครับ ถ้าสมมติว่าเป็นเช็คแฮนด์อีเว้นท์เราก็แค่เช็คแฮนด์ ไม่มีการถ่ายรูปคู่ ไม่อะไรทั้งสิ้น แบ่งตามประเภทอีเว้นท์ไปเลย เราเป็นเหมือนชาวต่างชาติเข้าไปเราก็ค่อยๆเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรม อย่างเรื่องของแฟนเพลงไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือชาติต่างๆในเอเชีย แฟนเพลงอยู่ห่างจากนักร้องค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนบ้านเราที่นักร้องกับแฟนเพลงอยู่ใกล้กัน



ที่ต่างประเทศจะมีพวกการ์ดคอยกัน ซึ่งเราไม่คุ้นชิน เราก็เลยบอกบริษัทว่า คงไม่มีใครเข้ามารุมเราหรอก ในตอนแรกมีคนขอถ่ายรูปก็ไม่ให้ถ่าย ขอลายเซ็นไม่ให้เซ็น เพราะในเมืองนอกทุกอย่างจะเป็นลิขสิทธิ์ทั้งหมด และก็ปรับตัวนิดหน่อยเรื่องของภาษา และเรื่องของการทำงาน ที่โน่นทุกอย่างจะเป๊ะมาก



แต่เขาก็มีวิธีที่ให้ศิลปินกับแฟนเพลงได้พบปะกันในแบบที่ไม่เหมือนบ้านเราใช่ไหมคะ



ใช่ครับ อย่างบ้านเรามันจะเป็นงานโชว์ตัว คือจ้างนักร้องไปร้องตามผับ งานอีเว้นท์เปิดตัวสินค้า ที่โน่นจะไม่มีลักษณะอีเว้นท์โชว์ตัว ถามว่านักร้องเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ยังไง นักร้องเขาอยู่ได้ด้วยค่าลิขสิทธ์ต่างๆ การขายเพลง ขายลิขสิทธ์ เพราะบ้านเขาไม่มีของก็อปปี้แบบบ้านเรา บ้านเราขายแบบนี้ไม่ได้จึงต้องมีงานโชว์ตัว ซึ่งทำให้นักร้องมีรายได้ อย่างผมไปทำโปรโมทที่ญี่ปุ่น ก็ทำโปรโมทอย่างเดียวแบบจริงๆจังๆ



แฟนเพลงญี่ปุ่นเอาใจยากไหม



เขาน่ารักนะ แฟนเพลงที่ญี่ปุ่นจะเป็นพี่ๆ ที่เป็นกลุ่มที่เป็นแม่บ้านที่มีครอบครัวหรือมีอายุแล้ว เขาก็เอ็นดูเราและก็มีกำลัง(ซื้อ)สนับสนุนเรา อย่างตอนคอนเสิร์ต เป๊ก อ็อฟ ไอซ์ เขาก็บินมาประมาณ 20-30 คน ใส่ชุดกิโมโนมาดูไอซ์ที่นี่ ประทับใจมาก (ยิ้มหวาน)



แฟนๆ ที่เกาหลีล่ะ



ที่เกาหลีไปงาน Asian Song Music Festival (เดือนตุลาคมที่ผ่านมา) ครับ ไม่คิดว่าจะเป็นเราเหมือนกัน โดยงานนี้จะจัดทุกปี แล้วปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเริ่มมีการรวมตัวของศิลปินในแถบเอเชีย ปีนี้เป็นปีที่คัดเลือกนักร้องที่สุดยอด เขาก็บอกว่า มีส่งชื่อเราด้วยแต่เราก็ไม่ได้คาดหวัง แต่ผลปรากฏว่าเป็นเราก็ดีใจมากๆ คือส่วนหนึ่งถึงแม้ว่าแกรมมี่ จะเป็นคนส่ง แต่ส่งไปเป็นช้อยส์ๆ ไปให้ทางเกาหลีเลือก ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเลือกจากโปรไฟล์ คือนักร้องที่จะเป็นตัวแทนประเทศต้องมีคาแร็กเตอร์ที่บ่งบอกความเป็นประเทศของคุณ แล้วตัวเราเองก็มีงานในต่างประเทศ พอมีงานที่ญี่ปุ่นมันก็จะไหลเข้าเกาหลี



ที่โน่นเขาจัดเวทีให้เราเป็นเวทีอันทรงเกียรติมากครับ ตื่นเต้นและเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ตอนขึ้นเวทีจริงก็แบบว่า โอ้โห และทางเกาหลีเขาให้เกียรติเรามาก เขาให้เราเป็นไคล์แม็กซ์ของงาน ก็จะมี ดงบังชินกิ มีไอซ์ มี Agnes Monica เป็นนักร้องอินโดนีเซีย และ W-inds(วินด์ส) จาก ญี่ปุ่น มันเป็นช่วงชีวิตที่บอกกับตัวเองว่า มันเป็นจุดที่สูงที่สุดในชีวิตแล้วที่ได้ไปยืนอยู่บนเวที เวิลด์คัพ สเตเดียม เพราะมีคนถึง 60,000 คน มันยิ่งใหญ่มากในชีวิต เราไม่ได้บอกตัวเองว่าเราดังมากขนาดนั้นแต่เราก็รู้สึกว่ามันเป็นจุดสูงสุด



ฐานแฟนเพลงในเกาหลีเยอะไหม



เรายังไม่มีแฟนเพลงในเกาหลีมากมายครับ เพลง คนใจง่าย ได้แปลเป็นหลายๆภาษา ก็จะมีนักร้องเกาหลีผู้หญิง นำเพลงไปคัฟเวอร์แล้ว เราก็ร้องเพลงเป็นภาษาไทยด้วย และเป็นภาษาเกาหลีด้วย มันก็เลยมีคนเกาหลีบางส่วนที่รู้จัก พอร้องเพลง คนใจง่าย คนก็ช่วยเต้น คนตั้งกี่หมื่นคน มายกมือเต้น(ทำท่า เพลง คนใจง่าย ประกอบ) โอ้โห น้ำตาจะไหล มันเป็นอะไรที่ปลื้มมากนะ ความจริงมันอาจเป็นช่วงเวลาหลอกเด็กก็ได้ จริงๆ ในความรู้สึกมันอาจเป็นช่วงภาพลวงตา แต่ภาพลวงตานั้นมันเป็นความจำของเรา



แล้วการที่เราต้องไปตามประเทศแถบเอเชีย เราต้องปรับตัวอะไรหรือไม่



ไม่ครับ สาเหตุที่เขาและประเทศต่างๆในเอเชียสนใจเราเพราะสนใจในเรื่องของความแปลกมั้งครับ นักร้องเมืองนอกจะไม่ค่อยเห็นคาแร็กเตอร์แบบนี้เท่าไหร่ นักร้องที่สดใส ยิ้มอ้าปากตลอดเวลา เป็นแบบที่เขาไม่มี เราก็เลยไม่ต้องปรับอะไรมันทำให้ไอซ์ได้พิสูจน์ว่าความเป็นตัวของเรามันทำให้เราได้อะไรดีๆกลับมา อย่างตอนที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นก็ได้ฉายากลับมาว่า Prince Of Smile ใครจะรู้ว่าการที่เรายิ้มมันเป็นเพราะเราไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน (หัวเราะ)



ผลงานในเมืองไทยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง



ตอนนี้มีอัลบั้ม Ice With You ก็ตั้งใจทำอยู่ อยู่ในช่วงโปรโมทครับ ตอนนี้ก็ทำงานทุกวัน ทำงานทุกวันมา 200 กว่าวันแล้วครับ ก็ดีครับ สนุกดีครับ



แม้ช่วงนี้ ไอซ์ จะต้องไปๆ กลับๆ ที่ญี่ปุ่นโดยไปทำผลงานเพลงอัลบั้ม Ice With You เพื่อวางขายในญี่ปุ่นในต้นปีหน้าแต่แฟนเพลงคนไทยก็ไม่ต้องน้อยใจเพราะตอนนี้ ไอซ์ ยังมีอัลบั้มที่กำลังโปรโมทในเมืองไทยกับเพลงฮิตที่ไต่อันดับขึ้นเรื่อยๆใน ซิงเกิ้ลสนุกๆ I See You ที่เริ่มติดหูแฟนเพลงคนไทยกันบ้างแล้ว



และผลงานเพลงที่แสดงต่อสายตาแฟนเพลงชาวเอเชียบนเวที Asian Song Music Festival จะถูกใจชาวกิมจิหรือไม่ ไอซ์ บอกว่าตอนนี้กำลังรอดูยอดขาย เพลง คนใจง่าย เวอร์ชั่น เกาหลี ที่นำไปวางขายเป็น Digital Download ที่เกาหลี ว่าจะโดดเด้งโดนใจแฟนเพลงที่เกาหลีแค่ไหน



คงต้องรอดูกันต่อไปว่ากระแส Thai Pop จะส่งแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ K-Pop,J-pop ได้หรือเปล่า



ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก