คนบันเทิง ก็ควรมีจุดยืน โจ- จิรายุส หดหู่เห็นคนไทยถูกทำร้าย

คนบันเทิง ก็ควรมีจุดยืน โจ- จิรายุส หดหู่เห็นคนไทยถูกทำร้าย
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา




หากใครติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้คงต้องนั่งกุมขมับไปตามๆ กัน เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอันเนื่องมาจากความขัดแย้ง ระหว่างภาคประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ที่ผ่านมามีคนบันเทิงเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หลายต่อหลายครั้ง



ถัดจาก ตั้ว- ศรัณยู วงษ์กระจ่างม อ๊อฟ- พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจงม ทราย- วรรณพร ฉิมบรรจง, พริก- กานต์ชนิต ซำมะกุล ฯลฯ ล่าสุด โจ- จิรายุส วรรธนะสิน เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิง ที่ออกมาเลือกข้างอย่างชัดเจน



ไปลงชื่อประณามการกระทำของตำรวจหรือเปล่า

บังเอิญผมนั่งฟังวิทยุติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ แล้วเขาชวนศิลปินให้ไปลงชื่อใน กลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งกลุ่มนี้มีมาตั้งแต่สมัยเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 พอผมไปถึง ผมเด็กที่สุดเลย มีแต่ศิลปินรุ่นใหญ่ๆ ทั้งนั้น ส่วนเหตุผลที่ผมไปที่นั่น เป็นเพราะต้องการจะประณามการทำงานของรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน อย่างตอนที่นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา มันเหมือนมีนัยอะไรซ่อนเร้น เพราะที่จริงแถลงวันอื่นก็ได้ ทำไมต้องรีบ ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ชอบธรรม



เลือกข้างอยู่ฝ่ายพันธมิตรใช่หรือไม่

ผมมีจุดยืนของผมเองไม่ได้เลือกฝั่งไหน ผมรักในหลวง รักพระราชินี ผมเห็นคนไทยรับบาดเจ็บ แล้วผมรับไม่ได้ ผมไม่เข้าใจ ทำไมตอนนี้คนจะต้องเลือกว่าต้องเป็นสีเหลืองหรือสีแดง ทำไมผมจะเป็นสีดำไม่ได้ เพราะผมชอบสีดำ และถ้าผมจะเลือกข้างประชาชนไม่ได้หรือ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ผมกลัวนะ แค่ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหนเท่านั้นเอง



แล้วทำไมไปเยี่ยมคนเจ็บฝ่ายพันธมิตรล่ะ

อ๋อ...วันนั้นที่ผมไปลงชื่อกลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตย พอดีผมไปงานแถลงข่าวที่สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งที่นั่นอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาลพอดี แล้วผมก็เห็น น้าหงา คาราวาน เราเลยชวนกันไปเยี่ยมคนเจ็บ บังเอิญกล้องทีวีเห็นผมเข้า แต่จริงๆ ผมไม่ได้อยู่ฝั่งไหนนะ เอาเป็นว่าเรื่องไหนถูกเรื่องไหนผิด ทุกคนก็น่าจะรู้กันดี และแต่ละคนก็มีวิธีการแสดงออกไม่เหมือนกัน



กลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตยจะขับเคลื่อนอะไรต่อไป

เราจะเล่นดนตรีทำคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้ช่วยศิลปินที่ถูกทำร้ายจากเหตุการณ์นองเลือดในครั้งนี้ อย่างคนที่แขนขาด แล้วมีรูปเขาขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งในมือเหมือนกำระเบิด ความจริงแล้วเขาเป็นนักวาดรูป แต่กลับโดนกล่าวหา ว่าพกระเบิดเอาไว้ พอตอนที่ตำรวจเข้าไปยิงแก๊สน้ำตาทำให้ระเบิดในมือ ส่งผลให้แขนขาด ซึ่งจริงๆ เขาจะไปมีระเบิดได้ยังไง เหตุการณ์แบบนี้อาจมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะในกลุ่มพันธมิตร ใช่ว่าจะรู้จักหน้ากันหมดทุกคน อาจมีคนใส่เสื้อสีเหลืองแล้วเข้ามาป่วนโยนระเบิดก็ได้ แล้วทีนี้ศิลปินคนนั้นเขาแขนขาดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะวาดรูปได้ยังไง



เป็นศิลปินไปประท้วงรัฐบาลไม่กลัวได้รับผลกระทบหรือ

ถ้าการที่ผมไปเยี่ยมคนบาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้วผมได้รับผลกระทบ ก็แสดงว่าประเทศนี้คงไม่น่าอยู่แล้ว แต่ก็อยากบอกว่าตัวผมน่ะไม่เคยไปเหยียบเวทีไหนสักเวทีเลย ผมมีจุดยืนของผมเอง ผมไม่ชอบการใช้ความรุนแรง ผมไม่อยากเห็นประชาชนถูกทำร้าย



รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นองเลือดในครั้งนี้

หดหู่มาก เพราะทุกอย่าง ทุกคนก็น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ไปซ้ำรอยกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่คนตายเป็นพัน ถ้าผมมีอำนาจ อยากให้คนที่ทำผิดแล้วหนีไป มารับโทษเสียที ไม่ใช่หนีอยู่อย่างนี้ เพราะผมไม่รู้จะสอนลูกหลานยังไงเรื่องการทำผิดแล้วหนีรอดไปได้



อยากให้บทสรุปของปัญหาในครั้งนี้จบลงแบบไหน

อยากให้คนผิดได้รับการลงโทษยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด เพื่อเห็นแก่ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน อย่างคนที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบบ้านเมือง ถ้าเขาได้เจ้านายดีก็ดีไป แต่ถ้าไม่ดีก็แย่ ฉะนั้นจึงอยากให้คนกลุ่มนี้คำนึงถึงชีวิตของประชาชนด้วย



ในส่วนของศิลปินนักแสดง ที่เป็น คนสาธารณะ คนอื่นๆ ควรแสดงอะไรออกมาบ้างหรือไม่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คือแผ่นดินให้อะไรกับพวกเราเยอะความนิยมต่างๆ ที่เราได้มาก็เพราะประชาชน ประชาชนชอบเรา ประชาชนดูละคร ฟังเพลง ดูรายการที่เราจัด แล้วถ้าประชาชนที่เขาสนับสนุนพวกเราบาดเจ็บ เราก็ควรจะต้องออกมาแสดงจุดยืน ไม่ใช่นั่งเฉยๆ หลายคนที่โตๆ กันแล้ว ศิลปิน นักร้องที่อายุ 30-40 ปี ได้ประโยชน์จากประชาชนเยอะ ถ้าเป็นน้องๆ วัยรุ่น ทีนเอจ ก็ว่าไปอย่าง คือออกมาที่ว่าไม่ใช่ถือหอก ออกมาสู้รบอะไร คือแสดงน้ำใจ เอาดอกไม้ไปเยี่ยมบ้าง ไม่ใช่ว่ากลัว ว่าเจ้านาย อยู่พวกใคร คือคนบันเทิง ควรจะขยับตัวออกมาทำอะไรบ้าง ไม่ใช่มีแต่คณบดีมหาวิทยาลัย ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ที่ออกมา คือเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ควรแสดงจุดยืนบ้าง ตอนนี้ดูทีวี เห็นคนร่าเริง เราก็ไม่สนุกด้วย เพราะรู้สึกอาย



ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก