LINION ประทับใจผู้ชมไทย Bangkok Music City 2026 พลังดนตรีเชื่อมผู้คนข้ามพรมแดน

LINION เปิดใจเวที Bangkok Music City 2026 ศิลปิน Neo-Soul & R&B จากไต้หวัน กับพลังดนตรีที่เชื่อมผู้คนข้ามพรมแดน
LINION ศิลปิน Neo-Soul และ R&B จากไต้หวัน ผู้เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และมือเบสฝีมือจัดจ้าน คือหนึ่งในศิลปินเอเชียที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคนี้ ด้วยซาวด์ดนตรีที่อัดแน่นไปด้วยกรูฟ ผสานเสียงร้องโซลอันอบอุ่นเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

เขาคือศิลปินไต้หวันคนแรกที่มีผลงานเข้าชิงรางวัล Best R&B Album จากเวที Golden Indie Music Awards ติดต่อกันถึง 3 อัลบั้ม และสามารถคว้ารางวัลดังกล่าวจากอัลบั้มชุดที่สอง Leisurely อีกทั้งผลงานของเขายังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านแพลตฟอร์มดนตรีเกาหลีใต้ POCLANOS รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น THREE1989, chilldspot, illmore จากญี่ปุ่น วงดนตรีไทย Olin MattiBlue และนักร้อง R&B จากจีนอย่าง Aflou
ในการมาแสดงที่ Bangkok Music City 2026 ครั้งนี้ LINION ได้เปิดใจถึงเส้นทางดนตรี ตัวตน และมุมมองต่อพลังของเสียงเพลงที่มากกว่าความบันเทิง
การแสดงที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ มีความหมายอย่างไรกับคุณในฐานะศิลปินเอเชียที่ทำงานบนเวทีนานาชาติ
LINION เล่าว่านี่คือประสบการณ์ที่พิเศษและน่าจดจำอย่างมากสำหรับเขา
“ผมรู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ได้มาแสดงบนเวทีนี้ ทุกอย่างลงตัวมาก ทั้งบรรยากาศ สถานที่ และพลังของผู้ชม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาแสดงที่กรุงเทพฯ ในฐานะศิลปินต่างชาติ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก”
เขายังบอกอีกว่า พลังบวกจากผู้ชมและการได้พบผู้คนจากหลากหลายประเทศ ทำให้โชว์ครั้งนี้กลายเป็นความทรงจำที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการทำงานดนตรี
“ในฐานะศิลปิน ผมอยากแบ่งปันผลงานของตัวเองให้ผู้ฟังจากทั่วโลก การได้เห็นผู้คนจากหลายประเทศมาเปิดใจรับฟังดนตรีของผม เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ”
อะไรคือเหตุผลที่คุณเลือก Neo-Soul และ R&B เป็นแนวทางหลักที่สะท้อนตัวตนของคุณ
สำหรับ LINION แนว Neo-Soul คือพื้นที่อิสระของการสร้างสรรค์
“ผมมองว่า Neo-Soul เป็นแนวดนตรีที่ยังใหม่และเปิดกว้างมาก มันสามารถผสมฮิปฮอป, R&B, แจ๊ส, กอสเปล และโซลเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่ผมรัก”
ในฐานะนักร้อง มือเบส และโปรดิวเซอร์ “กรูฟ” คือหัวใจสำคัญของเขา
“ถ้าเพลงไม่มีกรูฟ เพลงก็จะไม่มีพลัง Neo-Soul ทำให้ผมสามารถทำดนตรีได้ทุกรูปแบบตามตัวตนของผมอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องถูกจำกัดกรอบ”
LINION
คุณมองว่าดนตรีสามารถเป็น Soft Power บนเวทีโลกได้อย่างไร
LINION เชื่อว่าดนตรีคือภาษาสากลที่เชื่อมผู้คนเข้าหากัน
“ดนตรีของผมเกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งดนตรีตะวันตก ดนตรีเอเชีย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ผมพยายามรวมทุกอย่างเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง”
เขายอมรับว่าเส้นทางของศิลปินอิสระไม่ง่าย
“บางครั้งผู้คนอาจตัดสินศิลปินจากภาพลักษณ์หรือที่มา มากกว่าตัวเพลงเอง แต่สำหรับผม ดนตรีควรเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง”
เป้าหมายของเขาคือการให้เพลงเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ฟัง
“ไม่ว่าจะเป็นตอนตื่นนอน ระหว่างทำงาน หรือในช่วงเวลาที่มีอารมณ์ต่าง ๆ เพลงควรอยู่กับชีวิต ไม่ใช่แค่บนเวที”
LINION
หลังการแสดงครั้งนี้ มีแพลนจะท่องเที่ยวในประเทศไทยบ้างหรือไม่
แม้จะมีเวลาจำกัด แต่ LINION ก็ประทับใจกรุงเทพฯ ไม่น้อย
“น่าเสียดายที่ผมต้องเดินทางกลับในวันถัดไป เลยยังไม่ได้เที่ยวมากนัก แต่ผมอยากกลับมาอีกแน่นอน”
เขายังเล่าถึงการได้พบเพื่อนใหม่และศิลปินไทยหลายคน ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือในอนาคต
“ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปมาก มีพื้นที่ศิลปะและแกลเลอรีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะย่านริเวอร์ซิตี้ที่ผมได้เห็นงานศิลป์หลากหลาย ทำให้ผมอยากกลับมาสำรวจเมืองนี้ให้มากขึ้น”
แนวดนตรีอื่น ๆ ที่คุณอยากลองในอนาคตคืออะไร
LINION เผยว่าเขาสนใจดนตรีร็อกมากขึ้น
“ตอนอายุประมาณ 12 ปี ผมเริ่มต้นจากการเล่นกีตาร์และเพลงร็อก แม้จะยังไม่แน่ใจว่าผู้ฟังจะเปิดรับแค่ไหน แต่สำหรับผม ร็อกเป็นแนวที่สื่อสารตรงไปตรงมาและมีพลังสูง”
ปัจจุบันเขาก็เริ่มผสมกลิ่นอายร็อกลงในโชว์สดแล้ว
“ผมอยากให้การแสดงไม่ได้มีแค่ความนุ่มลึกหรือกรูฟอย่างเดียว แต่ยังมีพลัง ความดิบ และความเข้มข้นเพิ่มขึ้นด้วย”
อัลบั้มภาพ 7 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




