Klear วงดนตรีแห่งความฝัน โดย ต้า Paradox

Klear วงดนตรีแห่งความฝัน โดย ต้า Paradox

เริ่มรู้จักวง Klear เมื่อสมัยเปิดห้องซ้อมใต้หอพัก U-Center สามย่าน จำได้ว่าวงมาซ้อมบ่อย ช่วงนั้นผมมีหน้าที่หาวงมาเล่นดนตรีตรงลานสนามหญ้ากลางหอพัก พอมีวงไหนมาซ้อม ดูน่าสนใจ ก็ทาบทามไว้หมด หนึ่งในนั้นก็มีวง Klear นี่แหละ ตอนแรกก็แอบหวั่นๆ ในใจเพราะวงดูเคร่งขรึม เงียบๆ นิ่งๆ ก็ไม่มั่นใจว่าวงจะอยากสุงสิงกับพวกผมไหม หลังจากลองชวนดู กลับได้แผ่นเดโม่มาแทน จำได้ว่านัทมือกลองให้มาพร้อมหน้าตาอิดออดเต็มที "พี่ลองฟังเพลงพวกผมก่อนละกัน" ประโยคนี้จำได้แม่นเพราะคาใจตีความไม่ออกว่านัทจะสื่อว่าอะไร?

แต่สิ่งที่พบหลังจากได้ฟังเดโมของพวกเขาก็คือ "เพลงดี มีอนาคต" ผมมองข้ามเรื่องเล่นคอนเสิร์ตกลายเป็นประเด็นออกอัลบั้มซะแทน จำได้ว่าเพลงเดโมที่ฟังน่าจะเป็นเพลง "ไม่อยากหายใจ" กับเพลง "ไป" เป็นเพลงที่ไม่ใช่แค่เพลงที่จะเอามาทำเป็นอัลบั้มออกขายเล่นในหมู่เพื่อนฝูง แต่ผมรู้สึกว่าเพลงของวง Klear เป็นเพลงที่ขายของได้ ด้วยโครงสร้างเพลงฮิตติดหู มีเทคนิค และการโชว์ชั้นเชิงแพรวพราว อีกทั้งมีนักร้องเป็นผู้หญิงเสียงทรงพลัง ร้องได้ทั้งอารมณ์หม่นเศร้าและกราดเกรี้ยว ความรู้สึกในตอนนั้น เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คึกคัก ดั่งพบเพชรเม็ดงามที่รอให้โลกได้รับรู้

หลังจากนั้นวง Klear ก็ได้เข้ามาอยู่ในสังคมห้องซ้อมชาวตาต้าสามย่านไปโดยปริยาย เข้าๆ ออกๆ นั่งเล่นนัดเพื่อน รวมถึงเริ่มทำเดโมเพื่อเสนอค่ายต่างๆ ในตอนนั้นยิ่งได้ฟังเพลงใหม่ๆ ยิ่งมั่นใจว่าวงนี้ต้องเกิดและดังแน่นอน เพราะวงแต่งและทำเพลงเอง แถมเพลงก็โดน หาได้ยากมากที่จะเจอวงประเภทนี้ แถมเรื่องฝีมือก็ไม่ต้องห่วงเพราะผ่านเวทีประกวด กวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน

ต้า-บิ๊ก Paradox และ คีย์ Klear

แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ช่วงแรกผมเป็นแค่พี่ๆ ที่คอยแนะนำ เป็นกำลังใจให้ห่างๆ ปล่อยให้วงเดินส่งเดโมอะไรไปกันเอง เวลามาซ้อม ได้แค่คุยกันก็ถามไถ่ไปตามประสา จนผ่านเวลาเป็นปี ก็ยังได้คำตอบเดิมคือ "ยังไม่มีใครสนใจ" ผมสงสัยมากว่าทำไมถึงไม่มีใครสนใจเลยเหรอ หรือวงเข้าไม่ถูกทาง ตอนนั้นเลยอาสาจะเอาเดโม่ไปเสนอให้ เพราะพอจะรู้จักค่ายเพลงต่างๆ มีเครดิตพอควร แต่ดราม่าก็บังเกิด เอาเพลงไปเสนอที่ไหน กลับไม่มีใครสนใจ หนักกว่านั้นถึงขนาดไปขอร้านเขาเล่นฟรี ยังไม่มีใครเอา! แถมไฟในการทำเพลงของวงเริ่มดูหงอยๆ

ตอนนั้นเล่นเอาของขึ้นเลย โวยวายอยู่ในใจ ไม่เชื่อว่าเพลงวงนี้จะไม่มีใครสนจริงๆ เลยเกิดลูกบ้า เรียกประชุมวง เสนอตัวว่างั้นมาทำอัลบั้มจริงๆ ไปเลยดีกว่า อัดจริงเป็นมาสเตอร์ไปเลย แล้วค่อยเอาไปขายอีกรอบ ถ้าไม่มีใครสนก็ปั๊มกันเอง ตอนนั้นผมไม่อยากจะให้วง Klear มาทำอัลบั้มแบบขายเอง เพราะเพลงของพวกเขาขายในวงกว้างได้ มีเพลงฮิตที่น่าจะโดนใจชาวบ้าน อยากให้อยู่ค่ายใหญ่ๆ มากกว่า

แล้วเราก็เริ่มลุยกันเอง โดยมี บิ๊ก Paradox (ขจัดภัย กาญจนาภา) ทำหน้าที่ดูแลการทำงานทั้งหมด ส่วนผมช่วยคอยประสานงานภาพรวม เมื่อทำเพลงเสร็จไปสักเพลงสองเพลง ก็ร้อนวิชา ไหนลองเอาไปเสนอค่ายต่างๆ อีกสักตั้ง และจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็มาถึง มีอยู่วันหนึ่งผมถูกเรียกเข้าไปเสนอเพลงตัวเองกับพี่ นิค (วิเชียร ฤกษ์ไพศาล) เจ้าของค่าย genie records น่าแปลกที่ค่าย genie เป็นต้นสังกัดวงผมเองแท้ๆ แต่กลับเป็นค่ายที่ผมไม่คิดจะนำเสนอวง Klear เลย อาจเพราะความที่จีนี่ดูใหญ่เกินไป แต่ด้วยความที่ไม่มีงานเพลงตัวเองส่งให้พี่นิคฟัง ก็เลยคิดว่าเอาไงก็เอา ลองเสนอดูไม่เสียหาย ผมเลยบอกพี่นิคลอยๆ ว่าผมมีวงน้องๆ วงหนึ่งที่มีเพลงน่าสนใจ แล้วก็ทิ้งแผ่นหนีกลับบ้านเลย จำได้ว่าค่ำๆ ของคืนนั้นพี่นิคโทรมา ผมตกใจมาก นึกว่าโดนทวงเพลงอีก หรือมีอะไรใหญ่โต ปรากฏว่าพี่นิคสนใจวง Klear มาก อยากให้เข้ามาเซ็นสัญญาให้เร็วที่สุด! คืนนั้นกลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำในชีวิตอีกคืนหนึ่งของผม

จะว่าไปวง Klear ดูจะเป็นวงที่รวมคนนิสัยดราม่ามาไว้ด้วยกัน เคยแซวเล่นๆ ว่าเป็นวงเจ้าปัญหา ประกอบไปด้วย แพท (รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย) นักร้องสาวแกร่งนอก นุ่มใน อ่อนไหวในบางคราว แต่งเพลงแสนไพเราะ ยิ่งแนวขมขื่นอึมครึม ดูจะยิ่งถนัด บทจะฮาก็ขำก๊าก บทจะนอยด์ก็ดำดิ่งสู่ห้วงเหวลึก ต้องงัดแงะกันขึ้นมา อีกคนก็น้อง คีย์ (คียาภัทร โพธิ์วงศ์ไพรเลิศ) มือเบสจอมคึกคัก คอยจัดการโน่นนี่นั่น สนุกสนานลั้ลลา เป็นผู้ชายขี้อ้อนและก็ขี้งอนชะมัด ส่วนอีก 2 คนก็ดันชื่อนัทเหมือนกันซะอีก ณัฐ กีตาร์ (ณัฐวัฒน์ แสงวิจิตร) บ้าอุปกรณ์จุ๊กจิ๊ก แต่งโน่นนี่นั่น สุดท้ายผมก็แยกความต่างไม่ออกอยู่ดี ส่วน นัฐ กลอง (นัฐ นิลวิเชียร) ก็เงียบขรึม พูดน้อย ชอบทำหน้าวิตกจริต แต่ก็มีความตลกแบบหึๆ ในคอ โดยรวมๆ เหมือนรวมคนอารมณ์อ่อนไหวมาไว้ด้วยกัน การทำงานก็สนุกไปอีกแบบ

เราได้ทำเพลงกันอัลบั้มแรก มีเพลงที่น่าจะเป็นเพลงฮิตหลายเพลงมาก ทุกวันนี้ก็ยังยุให้พวกเขาเอามาร้องในโชว์อยู่เลย เชื่อว่ามีคนอีกมากที่น่าจะชอบ

วง Klear เป็นวงที่ผ่านจุดวัดใจมาหลายครั้งหลายครา แต่ก็รอดพ้นวิกฤติมาได้ เปรียบเสมือนฝ่ามรสุมชีวิตมาได้อย่างโชกโชน ทุกวันนี้พวกเขาแข็งแกร่งพอจะเป็นวงที่อยู่ยืนยาว เป็นวงรุ่นใหญ่ต่อไปในอนาคต ทุกครั้งที่วงประสบความสำเร็จ ผมก็รู้สึกดีใจไปกับพวกเขา นึกถึงวันเก่าๆ ที่เฮฮาปาร์ตี้กันแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ทุกที ผมเชื่อว่าบทเพลงของพวกเขา จะยังคงล่องลอยผ่านกาลเวลา ไปอีกนานแสนนาน...

ติดตามได้ทางช่องทางอื่นๆ ดังต่อไปนี้จ้ะ

IG: tarparadoxs

Line: @paradoxnews

ลิงก์เพจตาต้า (เพจส่วนตัว)

https://m.facebook.com/Tatastudiothailand.