“RE:MIND Mini Concert” เวทีเสียงหัวเราะและน้ำตาของ “พัค ยูชอน” ที่ไร้การปรุงแต่ง

“RE:MIND Mini Concert” เวทีเสียงหัวเราะและน้ำตาของ “พัค ยูชอน” ที่ไร้การปรุงแต่ง

เป็นเวลา 17 ปีแล้วที่นักแสดง ศิลปิน ระดับตำนานอย่าง พัค ยูชอน ได้มอบความสุขให้กับคนทั่วโลกผ่านผลงานของเขา และในปี 2020 ก็ถึงเวลาที่เขาได้เริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ด้วยการปล่อยอัลบั้มชุดใหม่ RE:MIND และเดินทางมาโปรโมทอย่างเป็นทางการในไทยภายใต้งาน Park Yu Chun  < RE:MIND>  1st Comeback Mini Concert ที่ดูแลโดย The Lime Thailand 

ก่อนหน้าที่จะเริ่มงาน พัค ยูชอน ได้เดินทางมายังออฟฟิศ Sanook พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า อัลบั้มชุด RE:MIND จะเป็นผลงานที่บอกเล่าตัวตนเขาดีที่สุด และเขาจะร้องเพลงทั้งหมดแบบสดๆ ครั้งแรกในงาน Park Yu Chun  < RE:MIND>  1st Comeback Mini Concert ซึ่งเราเองก็ได้อยู่ฟังการพูดคุยครั้งดังกล่าวแบบสดๆ ก็ได้เข้าร่วมชมมินิคอนเสิร์ตของยูชอน 

โดยงานได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ J-mix (เจริญ แซ่จู) MC ของงานได้ต้อนรับทุกคนพร้อมแนะนำยูชอนที่ขึ้นแสดงเพลงแรก “What U Waitng For” ซึ่งสื่อถึงการก้าวผ่านความยากลำบากอย่างเข้าใจเพื่อเปิดงาน ซึ่งงานครั้งนี้ยูชอนก็ได้ค่อยๆ นำเพลงจากอัลบั้มไม่ว่าจะเป็น “The Cry” ที่เขาแร็ปโชว์แบบเต็มๆ เพื่อเล่าเรื่องตัวเองที่ผ่านอะไรมามากมาย หรือแม้แต่เพลง “SOMEBODY TO LOVE ME” และ “Carousel” ซึ่งนอกจากจะทำให้เราได้รับฟังเสียงและการร้องที่เต็มไปด้วยคุณภาพของยูชอนแล้ว เรายังได้รับรู้เรื่องราวความรู้สึกที่ผ่านเรื่องราวมากมายและมองไปยังอนาคตพร้อมความหวังของเขาผ่านบทเพลง 

นอกจากการร้องเพลงแล้ว การมาครั้งนี้ยูชอนได้ทำให้คอนเสิร์ตตัวเองกลายเป็นแฟนมีตติ้งย่อมๆ ด้วยการนั่งคุยเรื่องชีวิตในแง่มุมต่างๆ ทั้งการมาอยู่ที่ไทย กิจกรรมยามว่างอย่างการยิงปืนและเล่นเทนนิส รวมไปถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับอัลบั้ม ทั้งการใช้ชื่อ RE:MIND เพื่อสื่อถึงสิ่งที่ผ่านมา หรือการใช้ดอกทานตะวันแทนสัญลักษณ์ของการหันไปหาแฟนๆ ที่เหมือนแสงอาทิตย์ ซึ่งความตลกแบบธรรมชาติและโบ๊ะบ๊ะของยูชอนได้ทำให้การพูดคุยสนุกสนานและยูชอนเองก็เล่นมุกภาษาไทยและมีจังหวะการพูดที่ทำให้เราต้องติดตามและฟังทุกคำ ซึ่งระหว่างที่พูดคุย บอย Peacemaker (อนุวัฒน์ สงวนภักดี) ได้โผล่ออกมาเซอร์ไพรส์ยูชอนด้วย 

และด้วยความที่งานครั้งนี้มีความเป็นแฟนมีตติ้่ง ทำให้เขาได้เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้เล่นถึง 2 กิจกรรม ทั้งเกมต่อรูป และเกมใบ้คำ ที่คนชนะจะได้ถ่ายรูปโพลารอยด์กับเขา และตัวเขาก็ได้ทำน้ำหอมกลิ่นพิเศษเพื่อมอบให้แฟนๆ ผู้โชคดี 3 คนด้วย โดยยูชอนเองก็มีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมทั้งไปยืนร่วมลุ้นและช่วยพวกเขาตอนเล่นเกมแบบเป็นกันเอง 

พอผ่านช่วงสนุกสนานไป ยูชอนก็ได้งัดเพลงช้าที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์อย่าง “Magic Castle” ที่เขาทำตอนเข้ามาเป็นไอดอลใหม่ๆ ก่อนจะเจอเซอร์ไพรส์อย่างคลิปและป้ายโปรเจกต์จากแฟนๆ ที่ทำให้เขาร้องไห้ จนพูดขึ้นมาตรงๆ ว่าคราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก ซึ่งระหว่างนั้นดีเจ J-Mix ที่เคยทำงานกับยูชอนมาตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นไอดอล ก็พูดประโยคสุดซึ้งขึ้นมาว่า “กำลังใจที่คุณเห็นอยู่ที่นี่ ตรงนี้ หรือแม้แต่คนที่ดูออนไลน์อยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศก็ตาม นั่นคือแสงสว่างของคุณครับ เวลาท้อแท้ ไม่มีกำลังใจเมื่อไหร่ อยากให้คุณรู้ไว้ว่ายังมีแสงคอยส่องนำทางคุณอยู่ตลอด” ก่อนทิ่้งท้ายว่าเขาอย่ากลัว และให้ก้าวต่อไปเพราะทุกคนคอยสนับสนุนเขาอยู่ 

และในช่วงท้ายงาน การแสดงที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อยูชอนได้มาพร้อมเพลง “SEE YOU AGAIN” ที่เป็นเหมือนข้อความของเขาถึงแฟนๆ ที่จากกันไปนาน และเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากขอโทษ ก่อนที่จะขอบคุณแฟนๆ ซึ่งหลังจากโชว์ดังกล่าวก็มี VTR ที่ยูชอนเขียนภาษาไทยขอบคุณทุกคนและกลับมาร้องเพลงอังกอร์อีกครั้ง 

สิ่งที่ดีงานที่สุดของงาน Park Yu Chun  < RE:MIND>  1st Comeback Mini Concert ก็คือพระเอกของงานอย่าง พัค ยูชอน ที่มาร่วมงานพร้อมบุคลิกที่จริงใจและตลกอย่างธรรมชาติ จนบรรยากาศที่ไร้การปรุงแต่งของงานสามารถเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วแบบไม่รู้ตัภายใน 2 ชั่วโมงทั้งการพูดคุยและเล่นเกม และในขณะเดียวกันการร้องเพลงของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยพลังและอารมณ์ซึ่งเมื่อสิ่งนี้มาเจอกับเพลงในอัลบั้ม RE:MIND ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของยูชอนที่ผ่านความผิดหวังพร้อมมองอนาคตอย่างมีความหวัง และเต็มไปด้วยความห่วงใยให้กับผู้คนที่เขารัก ก็ทำให้บรรยากาศในงานนั้นอบอวลไปด้วยความสุขแม้จะมีทั้งช่วงที่เราหัวเราะและเสียน้ำตา 

นอกจากตัวยูชอนแล้ว ตัวละครอย่าง J-Mix และล่ามก็คือส่วนผสมที่ทำให้งานครั้งนี้ออกมามีสีสัน เพราะพวกเขาทั้ง 2 มีเคมีเข้ากับยูชอนในตอนทำกิจกรรมต่างๆ และในขณะเดียวกันประสบการณ์ที่ยูชอนเคยทำงานกับ J-Mix ก็ทำให้เกิดโมเมนต์ประทับใจก่อนงานจะรูดม่านปิดลงด้วย 

สำหรับในส่วนของโปรดักชั่น ถึงแม้ว่าภาพรวมของคอนเสิร์ตจะเน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติ จนโปรดักชั่นจะเน้นหนักไปที่หน้าจอที่มีสีสันต่างๆ ตามเพลงและ VTR ที่เล่าถึงชีวิตยูชอนตอนอยู่ไทย ทั้งตอนที่ออกไปเที่ยว การทำงาน แต่มันก็เหมาะสมกับภาพรวมของงานแล้ว และในพาร์ทดนตรีของโชว์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้วงดนตรีสด แต่ซาวด์โดยรวมก็ออกมาโอเค ซึ่งเรามองว่าปัญหาเรื่องเสียงที่เราเจองานนี้มีแค่ช่วงเพลงแรกอย่าง “What U Waitng For” และ “The Cry” ที่เสียงเบสดังไปหน่อยเท่านั้น 

ในฐานะคนหนึ่งที่ติดตามพัค ยูชอน มาตั้งแต่วันที่เขาเดบิวต์ เราเองรู้สึกตื่นเต้นกับก้าวต่อไปของเขาหลังจากอัลบั้มชุด RE:MIND และหวังว่าเขาจะมีผลงานมากขึ้นและก้าวต่อไป พร้อมกลับมามอบความบันเทิงด้วยตัวตนที่เต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติและพรสวรรค์ในฐานะศิลปินที่ล้นเหลือแบบไม่มีใครเหมือนอีกครั้ง