รู้จัก "ONF" บอยแบนด์ที่ "เกิดใหม่" หลังเดบิวต์มาสามปี โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

รู้จัก "ONF" บอยแบนด์ที่ "เกิดใหม่" หลังเดบิวต์มาสามปี โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

ผู้เขียนเคยกล่าวอยู่บ่อยครั้งทั้งในบทความหรือการพูดกับเพื่อนฝูงว่าวงการเคป็อปนั้นโหดร้ายที่มีศิลปินมากมายเป็นร้อยราย แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวงจะประสบความสำเร็จ บางวงอาจดังแค่เพลงเดียว หลายวงไม่ดังเลยสักเพลง แต่เลวร้ายที่สุดคือวงประเภทที่ไม่ว่าจะเดบิวต์หรือยุบวงไปแล้ว ผู้คนก็ยังไม่รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกเขา

บอยแบนด์ที่ชื่อว่า ONF (อ่านว่า On and Off) ก็เกือบจะมีชะตากรรมข้างต้น พวกเขามาจากค่าย WM Entertainment (ศิลปินค่ายนี้เช่น B1A4 และ Oh My Girl) ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 6 คน จุดเด่นคือแบ่งเป็นสองทีม ทีม ON เน้นที่การร้อง ส่วนทีม OFF เน้นการเต้น เดบิวต์ตั้งแต่ปี 2017 ทว่าไม่ได้รับความนิยมนัก ไม่เคยชนะที่หนึ่งรายการเพลงใดๆ ซ้ำร้ายเมื่อเข้าแข่งในรายการเซอร์ไววัลของค่าย YG ที่ชื่อ Mix Nine สมาชิก 2 คนอุตส่าห์ติดไลน์อัพของวงไฟนอล ทว่าการเดบิวต์ก็ล่มไปเนื่องด้วยความไม่ลงตัวทางธุรกิจ

ONF ตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตอีกครั้งด้วยการร่วมเข้าแข่งขันในรายการ Road to Kingdom ที่เป็นการเผชิญหน้ากันของเหล่าบอยแบนด์ 7 วง จากวงที่แทบไม่มีใครรู้จัก ONF กลายเป็นวงที่โดดเด่นลำดับต้นๆ ของรายการ ด้วยการเรียบเรียงเพลงอันชาญฉลาด เช่น การใส่บทสวดขลังๆ เข้าไปในเพลง "Everybody" ของ SHINee หรือการรีมิกซ์เพลง "We Must Love" ของตัวเองด้วยการเพิ่มเครื่องสายเข้าไป อย่างไรก็ดี การแสดงที่ถือเป็นมาสเตอร์พีซของ ONF ในรายการนี้คือเพลง "It’s Raining" ของ Rain  

https://www.youtube.com/watch?v=DmD04RAYJAk

ในการแข่งขันรอบที่สาม ONF ได้โจทย์เป็นเพลง "It’s Raining" ซึ่งถือเป็นเพลงที่ยากเพราะมีภาพจำชัดเจน (เสียงลมหายใจสุดเซ็กซี่ของ Rain) แต่การแสดงชุดนี้มีความน่าทึ่งหลายประการ หนึ่ง-การเรียบเรียงเพลงใหม่ชนิดจำแทบไม่ได้ จนทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงของ ONF ไปเลย สอง-การผสมเพลง "Complete" (เพลงของ ONF) ลงไปในเพลง สาม-ช่วงเบรคแดนซ์ที่มี Sampling เพลงของ Michael Jackson และสี่-การแสดงที่เล่นกับผ้าม่านอย่างกิ๊บเก๋

แม้ว่า ONF จะได้อันดับสองในรอบสุดท้ายของ Road to Kingdom แต่พวกเขาก็ทำให้ผู้เขียนต้องย้อนกลับไปฟังผลงานเก่าๆ ซึ่งตลอด 3 ปีนี้วงออกมา 4 ซิงเกิลเท่านั้น (ถือว่าน้อยมากสำหรับวงการเคป๊อปที่ศิลปินมักออกเพลงใหม่ทุก 3-6 เดือน) เมื่อฟังเพลงทั้งหมดก็พบว่าคุณภาพไม่ได้ไก่กาเลย อย่างสองซิงเกิลแรก "ON/OFF" และ "Complete" แม้จะเป็นเพลงป็อปฟังสบายๆ แต่ก็ไม่ใช่เพลงแอ๊บแบ๊วอ้อนสาวไปเรื่อย ตัวเพลงมีรายละเอียดด้านดนตรีที่น่าสนใจแถมยังติดหูมากด้วย

ส่วนซิงเกิลถัดมาอย่าง "We Must Love" หรือ "Why" จะมีความหนักหน่วงและจริงจังมากขึ้น ด้านดนตรีก็ยังดีเช่นเคย แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากคือมิวสิกวิดีโอของวงนี้ลงทุนไปถ่ายที่ต่างประเทศ ตัวโปรดักชั่นออกมาดีมาก แถมยังมีเนื้อเรื่อง (ที่ออกจะงงๆ) ไปทางไซไฟด้วย จนสับสนเลยว่านี่ดูเอ็มวีหรือหนังอยู่ (นี่คือคำชมนะจ๊ะ)

                            

ต้องยอมรับว่าสมาชิกของ ONF ไม่ได้มีภาพลักษณ์หล่อราวเทพบุตร แต่จากการติดตามแบบคอร์สเร่งรัดก็พบว่าพวกเขามีความสามารถด้านร้องและเต้นที่ดีเลยทีเดียว สมาชิก 2 คนที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษคือ ฮโยจิน (Hyojin) หนึ่งในนักร้องหลักของวงที่มีโทนเสียงสูงและแตะไฮโน้ตได้แบบไม่ค่อยพลาด ส่วนอีกคนคือ ไวแอตต์ (Wyatt) แร็ปเปอร์หลักของวงที่มีเสียงทุ้มต่ำและสำเนียงภาษาอังกฤษประหนึ่งเนทีฟสปีคเกอร์

เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เพลงของ ONF มีมาตรฐานดีมาตลอดก็เพราะคนแต่งเพลงของวงคือ MonoTree ทีมนักแต่งเพลงที่มีผลงานมามากมาย อาทิ "Flash" (X1), "Butterfly" (LOONA), "Ayayaya" (IZ*ONE) และเพลงล่าสุดของ ONF ที่ชื่อว่า "New World" ก็ได้ MonoTree มาแต่งให้อีกครั้ง โดยเมมเบอร์ของวงยังมีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วย

 

เนื้อหาของ "New World" พูดถึงอานุภาพของความรักที่ทำได้กระทั่งเปลี่ยนวงโคจรของโลก แต่ในอีกแง่หนึ่งเพลงนี้ยังเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพของ ONF ด้วย มันว่าด้วยการไปสู่โลกใหม่ พื้นที่ใหม่ อย่างที่ท่อนฮุคร้องว่า 'Higher' หรือการไปยังที่สูงกว่า สื่อถึงการที่ ONF เป็นวงโนเนมมาตลอด แต่นับจากนี้พวกเขาจะก้าวสู่ดินแดนที่แสงสว่างส่องถึงพวกเขาแล้ว

____________________

kanchat

ผู้เขียน - คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง

(Kanchat Rangseekansong)

เปิดโลกดนตรีและไอดอลกับคันฉัตร