Taylor Swift พูดถึงคำวิจารณ์ที่ได้รับตลอด 15 ปีหลังรับรางวัล “ผู้หญิงแห่งทศวรรษ”

Taylor Swift พูดถึงคำวิจารณ์ที่ได้รับตลอด 15 ปีหลังรับรางวัล “ผู้หญิงแห่งทศวรรษ”

Taylor Swift ประเดิมรับรางวัล Woman of the Decade หรือ “ผู้หญิงแห่งทศวรรษ” เป็นคนแรกของ Billboard ในรางวัล Billboard Women in Music เมื่อคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา ณ Hollywood Palladium ในเมือง Los Angeles

สิ่งที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างหนาหูในโลกออนไลน์ คือ speech หรือคำกล่าวรับรางวัลของเธอในครั้งนี้ นอกจากจะยาวเหยียดเกือบ 6 หน้ากระดาษ และเธอพูดโดยไม่มีสคริปต์อยู่ตรงหน้าแล้ว ใจความสำคัญยังมีความหมายอย่างมากต่อทั้งตัวเธอเอง และผู้หญิงที่ทำงานทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังอุตสาหกรรมดนตรีทั่วโลก ทั้งเรื่องที่เธอได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้นเข้าวงการเพลง โดนส่องทั้งชีวิตงาน และเรื่องส่วนตัวในแบบที่ศิลปินชายไม่เคยได้รับ เรื่องปัญหาลิขสิทธิ์เพลงที่เธออยากออกมาย้ำว่าศิลปินทุกคนควรมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในผลงานของตัวเอง และยังยกย่องศิลปินหญิงคนอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นกำลังสำคัญของวงการเพลงในปัจจุบัน และอนาคต ทั้ง Lana Del Rey, Lizzo, Rosalia, Tayla Parx, Hayley Kiyoko, King Princess, Camila Cabello, Halsey, Megan Thee Stallion, Princess Nokia, Nina Nesbitt, Sigrid, Normani, H.E.R., Maggie Rogers, Becky G, Dua Lipa, Ella Mai, Billie Eilish และอีกมากมาย

gettyimages-1193643914Rich Fury/Getty Images for Billboard

“เป็นผู้หญิงแห่งทศวรรษมีความหมายอย่างไร ? แปลว่าฉันเห็นอะไรมาเยอะ ทศวรรษนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อฉันอายุ 20 ปี ก่อนหน้านั้นฉันปล่อยอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อตัวเองเมื่อตอนอายุ 16 ปี จากนั้นก็เป็นอัลบั้มที่ทำให้ฉันมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่าง Fearless ตอนนั้นฉันได้เห็นทั้งโลกแห่งดนตรี และได้รับประสบการณ์ทางด้านดนตรีคันทรี่ที่ฉันเคยสงสัยมานาน

ฉันเห็นคลื่นวิทยุเพลงป็อปเปิดเพลงของฉัน ทั้ง ‘Love Story’ และ ‘You Belong With Me’ และทั้งสองเพลงก็ขึ้นอันดับ 1 เป็นครั้งแรก ในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งในวงารเพลง บางคนมักจะมีข้อกังขาให้กับคุณอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คุณเก่งพอที่จะได้อยู่ตรงจุดนั้นไหม เพลงดังได้เพราะมีผู้ชายที่เป็นคนช่วยแต่งเพลงให้หรือเปล่า หรือเป็นเพราะค่ายเพลงเก่งหรือเปล่า ซึ่งมันไม่ใช่เลย

ฉันเห็นหลายคนที่พูดแบบขอไปทีเมื่อพูดถึงความสำเร็จของผู้หญิงในวงการเพลง และฉันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวฉันเองเมื่อฉันตระหนักในเรื่องนี้ได้ ทศวรรษนี้ฉันได้กลายเป็นกระจกสะท้อนเงาของผู้ที่กล่าวร้ายต่อฉัน อะไรก็ตามที่เขาเหล่านั้นบอกว่าฉันทำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ฉันจะทำ เรื่องอะไรก็ตามที่พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ฉัน ทุกอย่างจะกลายเป็นวัตถุดิบที่ฉันจะเอามาใส่ในผลงานเพลงของฉัน และตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเนื้อเพลงของ ‘Mean’, ‘Shake It Off’ และ ‘Blank Space’ หากมีใครพูดอะไรถึงฉัน ฉันมักจะโต้ตอบด้วยวิธีของฉัน

และสิ่งที่สะท้อนกลับไปเหล่านี้มันมีมากกว่าเนื้อเพลง ตอนที่อัลบั้ม Fearless ได้รับรางวัลอัลบั้มแห่งปีจากแกรมมี่ และฉันกลายเป็นศิลปินเดี่ยวอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ ด้วยรางวัลนั้นกลับทำให้ฉันได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบกลับมาอย่างหนักในปี 2010 ซึ่งฉันที่เป็นศิลปินหน้าใหม่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต จู่ ๆ ผู้คนก็เริ่มสงสัยในตัวฉัน เสียงของฉันแข็งแรงพอเหรอ เสียงหลงนิดหน่อยหรือเปล่า จู่ ๆ คนก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฉันได้เขียนเพลงเองหรือเปล่า เพราะตอนนั้นฉันมีคนช่วยเขียนเพลงอยู่ด้วยบ้าง

ในตอนนั้นฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันถึงได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักหน่วงขนาดนี้ หัวข้อข่าวดังในตอนนั้นจำได้ว่าเป็น ‘กระแสต่อต้าน Swift’ ซึ่งยอมรับเลยว่าฉลาดมาก แต่ตอนนี้ฉันตระหนักได้ว่านี่คือสิ่งที่ผู้หญิงในวงการเพลงเท่านั้นที่ได้รับเมื่อไรก็ตามที่เธอประสบความสำเร็จ หรือมีอำนาจอยู่เหนือคนอื่น ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเมื่อไรก็ตามที่มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น มักตามมาด้วยข่าวร้ายเสมอ ซึ่งตอนนั้นฉันยังไม่รู้

ตอนนั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะแต่งเพลงเองคนเดียวในอัลบั้มที่ 3 Speak Now และฉันออกทัวร์คอนเสิร์ตเรื่อย ๆ ฝึกร้องเพลงทุกวัน และควบคุมพลังเสียงระหว่างร้องสดให้ดีที่สุด ฉันตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นบอกว่าฉันทำไม่ได้ ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าเดี๋ยวคนก็หันไปโจมตีเรื่องอื่นได้อีก แล้วมันก็จะวนลูปต่อไปเรื่อย ๆ ฉันคอยกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่จะหลุดพ้นจากคำวิจารณ์เหล่านั้น

บอกว่าฉันมีแฟนมากเกินไปในช่วงที่ฉันอายุ 20 กว่า ๆ เหรอ ได้ ฉันจะหยุดมีแฟน จะเป็นโสด โสดเป็นปี ๆ เลย อัลบั้ม Red มีเพลงอกหักมากเกินไปเหรอ ? ได้ ฉันจะแต่งเพลงพูดถึงการย้ายมาอยู่ใน New York และใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ๆ อย่างมีความสุข โอ้ บอกว่าสไตล์เพลงของฉันเปลี่ยนไปมากเกินกว่าจะถูกจัดว่าเป็นเพลงคันทรี่เหรอ ได้ โอเค นี่คืออัลบั้มเพลงป็อปล้วน ๆ ที่มีชื่อว่า 1989

ฉันโชว์รูปที่ถ่ายกับเพื่อน ๆ มากไปเหรอ โอเค ฉันจะหยุดโพสต์รูปด้วย ตอนนี้ฉันเป็นนักโกยเงินมากกว่าจะเป็นนักธุรกิจหญิงผู้ฉลาดเฉลียวงั้นเหรอ โอเค ฉันจะหายหน้าหายตาไปจากสาธารณชนเป็นปี ๆ เลย ตอนนี้ฉันกลายเป็นตัวร้ายในสายตาคุณแล้วงั้นเหรอ โอเค นี่คืออัลบั้ม Reputation และในอัลบั้มนี้มีงูให้เห็นอยู่เต็มไปหมด

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ฉันเห็นผู้หญิงหลายคนในวงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แล้วยังถูกเปรียบเทียบเรื่องรูปร่าง ความสัมพันธ์ การแต่งตัว หรือคุณเคยได้ยินใครพูดถึงศิลปินชายในแง่นี้บ้าง ฉันชอบเพลงของเขานะ แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ฉันไม่ชอบเขา แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่มีหรอก คำพูดแบบนี้มีให้แต่กับศิลปินหญิงเท่านั้นแหละ”

gettyimages-1193642953Rich Fury/Getty Images for Billboard

นอกจากนี้ Taylor Swift ยังพูดถึงความยุติธรรม และการให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการเพลงอีกหลาย ๆ คนอีกด้วย

“ฉันเคยพูดไปแล้วว่าถึงเรื่องรายได้ในอนาคตของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่หายไปจากการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วในตอนนี้ ฉันยังคงคิดว่าสัญญาทำเพลง และโปรดิวเซอร์ยังไม่สมบูรณ์มากพอ และฉันหวังว่าในทศวรรษหน้า เราจะหาหนทางแก้ไขที่ดีให้กับโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และนักสร้างสรรค์ผลงานทุกคน ว่าอย่างนั้นไหม ?”

Taylor Swift ยังพูดถึงปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงของเธอกับ Scooter Braun ผู้ซึ่งซื้อกิจการค่ายเพลงเก่าที่ถือลิขสิทธิ์เพลงเก่าของเธอทั้งหมด ทำให้เธอมีปัญหาไม่สามารถใช้เพลงเก่าที่เธอแต่งเองกับมือได้อย่างอิสระอีกต่อไป และยังกล่าวชื่นชม และฝากฝังศิลปินหญิงมากความสามารถในรุ่นต่อ ๆ ไป อย่าง Billie Eilish ที่รับรางวัล Woman of the Year ในอายุ 17 ปีในปีนี้อีกด้วย ก่อนที่เธอจะปิดท้ายว่า

“ตอนนี้ฉันสนใจสิ่งที่คนอื่นพูดว่าฉันทำอะไรไม่ได้น้อยลง และลงมือทำในสิ่งที่ฉันอยากจะทำเองจริง ๆ มากขึ้น”

สามารถอ่านคำแปลภาษาไทยของคำกล่าวรับรางวัลทั้งหมดของ Taylor Swift ได้ที่นี่