ทำความรู้จัก "Senior Song Book" กลุ่มศิลปินที่นำโดยนักแต่งเพลงวัย 102 ปี

ทำความรู้จัก "Senior Song Book" กลุ่มศิลปินที่นำโดยนักแต่งเพลงวัย 102 ปี

ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน กลุ่มศิลปินที่ใช้ชื่อว่า Senior Song Book ได้ปล่อยอัลบั้มแรกที่มาพร้อมชื่อเดียวกับกลุ่มออกมา ซึ่งสมาชิกกลุ่มนี้คือศิลปินอาวุโสชาวอเมริกัน ที่นำทีมโดย Alan R. Tripp นักแต่งเพลงวัย 102 ปีและเพื่อนบ้านของเขาอย่าง Marvin Weisbord ที่มีอายุ 88 ปี 

Alan R. Tripp และ Marvin Weisbord

การทำงานของกลุ่ม Senior Song Book เริ่มต้นเมื่อ Alan ได้ลงมือเขียนกลอนก่อนวันเกิดปีที่ 100 เกี่ยวกับชีวิตที่มีอายุมากขึ้นและการสูญเสีย ซึ่งทำให้เพื่อนของเขา Marvin Weisbord ที่อาศัยอยู่ในชุมชนผู้เกษียณอายุในเมือง บิวมอนท์ รัฐ เพนซิลเวเนีย ได้นำกลอนดังกล่าวมาทำเป็นบทเพลง 

ถึงแม้ว่า Alan จะทำงานด้านโฆษณา ส่วน Marvin จะอาชีพเกี่ยวกับการเป็นที่ปรึกษาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับด้านดนตรี แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานของพวกเขา ซึ่งหลังจากที่ได้เริ่มทำงานด้วยกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ได้สร้างกลุ่มนักดนตรีที่มีชื่อว่า Senior Song Book ขึ้นมาและปล่อยอัลบั้มแรกที่มีชื่อเดียวกันกับวงออกมา

Alan R. Tripp

อัลบั้มชุด Senior Song Book มาพร้อม 8 เพลงที่มีเนื้อหาแตกต่างกัน ซึ่งมาจากประสบการณ์ชีวิตของสมาชิกในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพลงรักอย่าง "Wonder Woman", เพลงที่เกี่ยวกับการเลิกราอย่าง "Goodbye, Goodbye Forever" ไปจนถึงเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นหาตัวเองอย่าง "Looking in the Mirror" โดยผลงานเหล่านี้มาพร้อมดนตรีแจ๊สจากยุคทศวรรษ 1940 

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ในบทสัมภาษณ์ของ Alan และ Marvin กับสื่อ Washington Post พวกเขาได้กล่าวว่าเพลงที่ทำออกมาในอัลบั้มนั้นเหมาะกับผู้ฟังทุกเพศทุกวัย โดยอัลบั้มนี้ทั้งสองได้ลงทุนเองพร้อมได้สมาชิกจากวงดนตรี Wynlyn Jazz Ensemble และเพื่อนจากชุมชนผู้เกษียณมาช่วยในการทำงานพาร์ทดนตรี และร้องบันทึกเสียงเพลงในอัลบั้ม

คลิกชมการสัมภาษณ์และการทำเพลงของ Alan และ Marvin ได้ที่นี่

 

ณ เวลานี้อัลบั้มชุด Senior Song Book ได้ถูกวางขายเป็นที่เรียบร้อยในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตัวซีดีมีราคา 16.95 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 512 บาท และถูกเปิดในดาวน์โหลดออนไลน์ในรายการ 9.99 เหรียญสหรัฐ หรือ 302.50 บาท ซึ่งผลงานนี้ได้ทำให้ Alan และ Marvin ได้กลายเป็นนักแต่งเพลงอาวุโสที่สื่อในประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจในเวลานี้ โดยทั้งสองก็ได้เผยว่ากับสัมภาษณ์ใน Washington Post วันหนึ่งพวกเขาอยากเห็นผลงานเพลงตัวเองถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์ เพื่อที่จะทำให้ผู้ชมหัวเราะและร้องไห้ไปกับผลงานพวกเขา