“My Perfection Concert” ผลลัพธ์การทุ่มเท 575 วัน สู่โชว์ในฝันของ “ทาทา ยัง”

“My Perfection Concert” ผลลัพธ์การทุ่มเท 575 วัน สู่โชว์ในฝันของ “ทาทา ยัง”

สำหรับหลายๆ คนแล้ว อมิตา ทาทา ยัง คือศิลปินยุค 90 ที่มาพร้อมเพลงดังอย่าง “โอ๊ะ..โอ๊ย”, “รบกวนมารักกัน” และ “พรุ่งนี้...ไม่สาย” ซึ่งมีอัลบั้มเปิดตัวยอดขายเกินล้านตลับ ซึ่งทำให้เธอมักจะได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตรวมศิลปินยุคเทปบ่อยครั้ง อย่างเช่นงาน Cassette Festival ที่จัดขึ้นกลางปีที่ผ่านมา >> “Cassette Festival” เทศกาลบทเพลงจากวันวาน กับการแสดงที่แฝงเซอร์ไพรส์ (วันที่สอง)

แต่อีกมุมหนึ่ง ทาทา ยัง คือศิลปินหญิงที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยการโกอินเตอร์เต็มตัวกับอัลบั้มชุด I Believe ที่มียอดขายสูงกว่าสามแสนชุดในประเทศญี่ปุ่น และมีอัลบั้มชุด Temperature Rising และ Ready for Love ตามมาหลังจากนั้น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของศิลปินไทยในเวลานั้น แต่ทว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา แฟนๆ แทบไม่ได้ฟังเพลงในยุคอินเตอร์ของทาทา แบบสดๆ บนเวทีคอนเสิร์ตเลย นับตั้งแต่คอนเสิร์ต Turn Back Time With TATA ในวันที่ 22-23 มีนาคม พ.ศ. 2557

แต่เมื่อกลางปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้มีข่าวเกี่ยวกับคอนเสิร์ต TATA YOUNG My Perfection Concert ที่มาพร้อมความน่าสนใจสองแง่มุม ซึ่งก็คือการที่ ทาทา ยัง จะมาพร้อมเซ็ตลิสต์เพลงยุคโกอินเตอร์ และการที่เธอจะได้เป็นโชว์ไดเร็กเตอร์ที่ควบคุมทุกอย่าง รวมถึงการคัดเลือกแดนเซอร์ด้วยมือตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราอยากเห็นภาพรวมของงานที่จะเกิดขึ้นวันที่ 11-12 ตุลาคมรอยัล พารากอน ฮอลล์ เป็นอย่างมาก

Tata Young My Perfection Concert

ในวันที่ 12 ตุลาคม เราและผู้ชมนับพันได้มาจับจองที่นั่งของการแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อ ทาทา ปรากฏตัวพร้อมเพลง “Back Outta This” จากอัลบั้มชุด Temperature Rising ก่อนตามด้วยเพลง “Cinderella” และ “Zoom” โดยเธอได้ทำการแสดงในชุดสูทสีขาวและหมวกที่คล้ายกับลุคของ Michael Jackson ราชาเพลงป็อปที่เธอเคยเผยว่าเป็นไอดอลในดวงใจ

ถึงแม้ว่าการแสดงช่วงแรก เราจะสัมผัสได้ถึงความเกร็งจากทาทาบ้าง แต่เมื่อเธอเปลี่ยนคอสตูมเพื่อโชว์เพลง “Sexy Naughty Bitchy” การแสดงของทาทาก็เพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้น ก่อนที่เธอจะทักทายแฟนๆ และตามด้วยโชว์เพลง “Everybody Doesn’t”, “Come Rain Come Shine” ที่ทำให้ภาพรวมของงานสดใสมากขึ้น จากการแสดงของทาทาและเหล่าแดนเซอร์อายุน้อยที่ขึ้นมาโชว์ และทาทาก็ได้พาลูกชายอย่าง เร ขึ้นมาบนเวทีด้วย 

 

นอกจากเพลงเร็วแล้ว ในการแสดงคอนเสิร์ตนี้ ทาทา ก็ได้นำเพลงช้าอย่าง “Burning Out” และ “My Bloody Valentine” มาโชว์พลังเสียงและลูกเล่นการร้องที่ไม่ธรรมดา ก่อนที่จะมาพร้อมเพลง “Wild Thoughts” ของ Rihanna ซึ่งมีแขกรับเชิญอย่างวงดนตรีโซล The Parkinson มาแจม ซึ่งเราเองทึ่งกับการแสดงในพาร์ทนี้มาก เพราะปกติเพลงไทยของทาทา จะไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โชว์พลังเสียงมากนัก 

เมื่อโชว์เพลง “Wild Thoughts” จบลง ทั้ง 2 ศิลปินก็ได้ร่วมกันโชว์เพลง “Señorita” ของ Shawn Mendes และ Camila Cabello ก่อนที่ กานต์-นิภัทร์ กำจรปรีชา นักร้องนำวง The Parkinson จะเล่าความประทับใจที่มีต่อทาทา ในยุคที่เธอโกอินเตอร์และโชว์เพลง “Havana” ของ Camila Cabello พร้อมลีลาการโซโล่กีตาร์ที่เดือดจนละสายตาไม่ได้  

หลังหายไปจากเวทีสักพัก ทาทาก็กลับมาพร้อมพร็อพสุดอลังการอย่างเฮลิคอปเตอร์ และทีมเเดนเซอร์ที่มาเป็นกองทัพ พร้อมเพลง “Dhoom Dhoom” ที่เต็มไปด้วยความเดือดก่อนที่จะลาเวทีไปพัก เพื่อให้ทีมงานจัดเวทีใหม่เป็นเวลา 15 นาที โดยระหว่างนั้นแฟนๆ ก็ได้ออกไปเข้าห้องน้ำกัน ซึ่งทาทาก็ได้กล่าวอย่างติดตลกผ่านเสียงที่บันทึกว่า ขอเวลาเธอเก็บพร็อพบนเวทีก่อน

หลังจากที่ช่วงพักจบลง ทาทา ก็กลับมาพร้อมเพลงที่ถือเป็นเซอร์ไพรส์อย่าง “Reach for the Star” ที่เป็นเพลงธีมการแข่งขัน Asian Games 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เธอมาพร้อมเทคนิคการร้องใหม่ๆ ที่ต่างจากในวันวาน ก่อนที่จะตามด้วยเพลง “Lay Me Down” ของ Sam Smith ที่เธอร้องให้ครอบครัว และเพลง “For You I Will” ที่เธอมอบให้ลูกชาย ซึ่งระหว่างการแสดงก็มีการฉายภาพของเรด้วย 

ถึงแม้ว่าจะเริ่มการแสดงพาร์ท 2 ด้วยเพลงช้า ทาทา ก็ค่อยๆ เพิ่มความสนุกกลับมาอีกครั้งด้วยเพลงเร็วอย่าง “Ready for Love”, “Imagine”, “Mission is You” และเซอร์ไพรส์ด้วยพาร์ทเพลงไนท์คลับอย่าง “Vogue” ของ Madonna, “Hush Hush” ของ The Pussycat Dolls, “It’s Not Right But Its Okay” ของ Whitney Houston, “Toxic” ของ Britney Spears และ “El Nin Yo” อีกหนึ่งเพลงฮิตของเธอ ที่มาพร้อมเหล่า Drag Queen และแดนเซอร์ที่ทำให้บรรยากาศพาร์ทนี้เป็นงานปาร์ตี้ยามราตรี บนถนนสีลมที่ทำให้ทุกคนอยู่นิ่งไม่ได้ 

เมื่อใกล้เวลา 4 ทุ่ม ทาทา ก็ได้ออกมาพร้อมเพลง “I Think of You” ที่เหมือนคำขอบคุณแฟนๆ ซึ่งผู้ชมก็ได้พร้อมใจกันยกป้าย “TATA FOREVER I LOVE YOU NO MATTER WHAT” ที่ทำให้เจ้าของคอนเสิร์ตน้ำตาไหลออกมา และบอกแฟนๆ ว่าเธอจะร้องเพลงไปจนตาย ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาของงานคอนเสิร์ตที่เตรียมการมา 575 วัน ตั้งแต่เดือน มีนาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งเมื่อพูดคุยจบทาทาก็ได้โชว์เพลง “I Believe”, “Sexy Naughty Bitchy” และ “Dhoom Dhoom” ซึ่ง 2 เพลงหลังนั้นเป็นการแสดงของแถมนอกสคริปต์ให้กับแฟนๆ ที่มาชมคอนเสิร์ต TATA YOUNG My Perfection Concert

ตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงในคอนเสิร์ต ทาทา ยัง ได้มาพร้อมการแสดงที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบเกือบตลอดโชว์ ถึงแม้ว่าจะมีอาการเกร็งบ้างช่วงตอนแสดง 3 เพลงแรก และไม่ได้โชว์สเต็ปการเต้น หรือเคลื่อนไหวที่หวือหวาเมื่อเทียบกับเมื่อสมัยออกอัลบั้ม แต่ภาพรวมของโชว์ก็ออกมาดีมาก ซึ่งเพลงสากลของทาทา ได้เปิดโอกาสให้แฟนๆ เห็นศักยภาพในฐานะศิลปินอย่างชัดเจน โดยเรามองว่าการจัดลำดับของทาทาในฐานะโชว์ไดเร็กเตอร์นั้นเข้าขั้นดีเลยทีเดียว เพราะแทบไม่มีช่วงเบื่อเลย มีทั้งการสลับเพลงไปมา รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่มาในจังหวะเหมาะสม อย่างเช่นช่วงที่เน้นครอบครัวหรือเน้นความสนุก แม้แต่ตอนที่ทาทาลงไปรับดอกไม้ เพราะเธอได้พูดแซวตัวเองและแขกรับเชิญที่มามอบของขวัญ เพราะปกติพาร์ทนี้ของคอนเสิร์ตมักจะมาพร้อมบรรยากาศที่เป็นเดดแอร์

นอกจากการร้องเพลงแล้ว อีกสิ่งที่เติมเต็มการแสดงใน TATA YOUNG My Perfection Concert ก็คือบุคลิกของทาทา ไม่ว่าจะเป็นมุมอ่อนไหวที่เธอแสดงออกบนเวทีเมื่อกล่าวถึงคนที่รัก การขอบคุณทีมงานแดนเซอร์ไปจนถึงซาวด์เอ็นจิเนียร์ผ่านสคริปต์ และมุกตลกที่เธอสอดแทรกระหว่างพูดคุยที่สร้างเสียงหัวเราะ หรือแม้แต่การที่ทาทา เอา VTR คลิปของสามีที่เธอตัดต่อเองมาโชว์บนเวที ซึ่งทำให้คอนเสิร์ตนี้ไม่ได้มีแค่โชว์อันหวือหวาเท่านั้น แต่มีความเป็นกันเองเหมือนกับงานแฟนมีตติ้งด้วย 

ทางฝั่งของงานโปรดักชั่นนั้น ทางทีมงานก็ได้จัดเต็มแสงสีเสียง รวมถึงพร็อพที่เราคาดไม่ถึงมาเยอะมาก จนทำให้เราคาดไม่ถูกว่าจะมีอะไรมาปรากฏบนเวที ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูยากในคอนเสิร์ต ส่วนทางฝั่งดนตรีนั้นทางวง Extra Band ที่มักจะสนับสนุนการแสดงของหลายๆ ศิลปินบนเวที รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ทำออกมาดีตามมาตรฐาน และส่งเสริมโชว์ได้ดี 

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในงาน TATA YOUNG My Perfection Concert ก็คือทีมงานที่ดูแลความเรียบร้อยของที่นั่ง หรือ Usher ที่ดูแลผู้ชม เพราะงานนี้เราเจอเหตุการณ์ที่ตัวเองทำแว่นตาหล่นลงในช่องว่างของอัฒจันทร์ จนต้องหยิบแว่นสำรองมาใช้เพื่อดูการแสดงต่อจนจบ และ เดินไปแจ้งทีมผู้จัดเรื่องแว่นที่หล่น โดยทางทีมงานก็ได้นำแว่นมาคืนอย่างรวดเร็วจนเราประหลาดใจ และนอกจากเหตุการณ์ดังกล่าว เราก็ได้เห็นความใส่ใจของทีมงานในการคอยเตือนผู้ชมเกี่ยวกับพื้นต่างระดับ ขณะออกจากฮอลล์ และการกำกับให้ทุกคนเข้าออกอย่างเป็นระเบียบจนไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย 

 

แม้ว่า ทาทา ยัง จะมีผลงานอัลบั้มเพลงสากล เพียงแค่ 3 ชุด แต่ความพิเศษของผลงานเหล่านั้น และความสามารถในฐานะศิลปินก็ทำให้งาน TATA YOUNG My Perfection Concert เป็นคอนเสิร์ตที่พิเศษอีกหนึ่งงานในปีนี้ จนทำให้เราแอบคิดว่าถ้ามีคอนเสิร์ตใหญ่ที่รวมเพลงไทยและสากลในงานเดียว มันจะออกมาพิเศษขนาดไหน

>> "ทาทา ยัง" กับ 10 ผลงานดังที่ส่งให้เธอเป็นตำนานวงการเพลงไทย