ย้อนรอย "ไอดอล" เพลงสากลในอดีต โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

ย้อนรอย "ไอดอล" เพลงสากลในอดีต โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

ในแวดวงเพลงสากลตั้งแต่เริ่มมีอุตสาหกรรมเพลงอย่างเป็นรูปธรรมมา ศิลปินประเภทขวัญใจวัยรุ่น หรือทีน ไอดอล ไม่เคยร้างราไปจากวงการเลย หากนับตั้งแต่ Elvis Presley แจ้งเกิดเป็นต้นมา นอกจากไม่เคยหลบลี้หนีหน้าไปไหนแล้ว ยังพัฒนารูปแบบไปสารพัด จนกลายเป็นตัวขายอันดับต้นๆของค่ายเพลงไปโดยปริยาย

 

หลังจาก Elvis Presley, Cliff Richard, Pat Boone, Paul Anka, Buddy Holly, Ricky Nelson ฯลฯ อันเป็นศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลแล้ว เมื่อโลกนี้มีสี่เต่าทอง The Beatles ก่อกำเนิดขึ้นมาในอุตสาหกรรมดนตรี โฉมหน้าของวงการก็เปลี่ยนไป ศิลปินเดี่ยว นักร้องชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว หรือแม้แต่สามคูณร้อย เอ่อ ก็ประมาณมีนักร้องกันสามคน แล้วมีฟรอนต์แมนอยู่คนเดียวอะไรทำนองนั้นแหละครับ ตัวอย่างที่เด่นชัดก็คือ The Supreme ที่มี Diana Ross เป็นนักร้องหลัก อุตสาหกรรมเพลงพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ได้มีเพียงทีน ไอดอลที่ออกมายืนร้องเพลงสามสี่คน แล้วมีนักดนตรีแบ๊กอัปเท่านั้น นักดนตรีหนุ่มสี่คนที่เริ่มจากเอาเพลงคนอื่นมาร้อง กระทั่งแต่งเพลงเอง เล่นดนตรีเองอย่างสี่เต่าทองก็พลิกโฉมวงการให้เห็นว่า ถ้าคุณแค่ยืนร้องเพลงอย่างเดียว สักวันก็จะมีคนใหม่ที่เสียงดีกว่าขึ้นมาแทน แล้วถีบคุณตกกระป๋องไป การเพิ่มศักยภาพให้ด้วยเองจากการฝึกปรือฝีมือและเรียนรู้ทางดนตรี ทำให้นักร้องที่แต่งเพลงเองได้ เล่นดนตรีเองได้มีภาษีกว่านักร้องที่รอร้องเพลงที่คนแต่งเพลงป้อนให้ แล้วมีวงดนตรีเล่นสนับสนุน

 

ยุค 70s’ เป็นยุคที่อุตสาหกรรมเพลงเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เครื่องเล่นระบบสเตอริโอได้รับความนิยมแทนระบบโมโน แนวเพลงแตกแขนงไปจากที่มีไม่กี่แนวในยุค 60s’ ชนิดที่ตามฟังกันไม่ไหว บทบาทของนักร้อง/นักแต่งเพลงมีมากเสียจนครองตลาดเพลงไว้ได้ช่วงหนึ่งราวปี 1971-1974 นักร้องชายที่สามารถร้อง แต่งเพลง และเล่นเครื่องดนตรีเองได้จึงแจ้งเกิดกันอย่างครึกครื้น ดังที่เราเคยได้ฟังผลงานของ John Denver, Gilbert O'Sullivan, Lobo, James Taylor, Jackson Browne กันมาแล้วเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ขณะที่นักร้องหญิงยังมีไม่มาก บางคนยังต้องพึ่งนักแต่งเพลงและเพลงดังในอดีตอยู่ อาทิ Olivia Newton-John, Linda Ronstadt, Janis Ian, Anne Murray ฯลฯ แต่กระแสนี้เอง ทำให้นักร้องพัฒนาตัวเองมาเป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรีไปด้วย แม้อายุยังน้อย แต่พวกเขาก็มีบทบาทมากกว่าแค่ยืนร้องเพลงเฉยๆ เช่น Jackson 5 (ช่วงที่ Michael Jackson ยังเด็ก), Bay City Rollers, Patridge Family, The Monkees, Kiss หรือแม้แต่ Queen

 

จากทีน ไอดอล ผันไปสู่บอย แบนด์

คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยกให้สี่เต่าทอง The Beatles เป็นบอยแบนด์วงแรกที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก สร้างปรากฏการณ์ไว้มากมาย พวกเขามีแฟนเพลงสาวตามกรี๊ดแทบทุกประเทศ ในคอนเสิร์ตมักมีสาวๆ คอยกรี๊ดมากกว่าจะตั้งใจดูพวกเขาเล่นดนตรี ยุค 70s’ มีหลายศิลปินทั้งกลุ่มทีน ไอดอลและบอย แบนด์ได้สร้างประวัติศาสตร์และสถิติต่างๆเอาไว้มากมาย มากเสียจนอยากให้พวกเราได้รับทราบกันไปด้วยครับ ลองดูกันครับ

 

baycityrollers

Bay City Rollers

Bay City Rollers หรือชื่อย่อ BCR ห้าหนุ่มจากสกอตแลนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่แต่งกายด้วยชุดลายสกอต ตั้งแต่เสื้อ กางเกง ผ้าพันคอ ถุงเท้า รองเท้า เล่นดนตรีป๊อปร็อคใสๆ โดยมี Les McKeown เป็นฟรอนต์แมนที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงสาวได้ตลอดเวลา พวกเขาแต่งเพลงเองไปพร้อมกับนำเพลงคนอื่นมาร้องไปด้วย แต่มีหน้าตาและการแสดงเป็นอาวุธ จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ส่วนบ้านเรามีแฟนคลับและติ่งจำนวนไม่น้อย ปัจจุบัน แฟนเพลงบางคนก็ยังรักพวกเขาอยู่ ช่วงปี 1979 เปลี่ยนแปลงสมาชิกหลายคน เปลี่ยนชื่อวงเป็น The Rollers พร้อมทั้งหันมาเล่นร็อคมากขึ้นตามวัยของพวกเขา จึงค่อยๆเสื่อมความนิยมจนแยกวงในที่สุด เอียน มิตเชล มือกีตาร์ของวงที่ร่วมงานในปี 1976 ลาออกปี 1977 ไปตั้งวง Rosetta Stone ตามด้วย Ian Mitchell Band ก็ประสบความสำเร็จพอสมควรในญี่ปุ่นและบ้านเราด้วย

ช่วงพีก 1975-1978

เพลงฮิต “Saturday Night”, “Bye Bye Baby”, “Rock and Roll Love Letter”, “Let’s Pretend”, “Yesterday’s Hero”, “Money Honey”, “I Only Want to be With You”, “Rebel Rebel”, “You Made Me Believe in Magic”, “The Way I Feel Tonight”

 

 sherbet

Sherbet

ห้าหนุ่มออสซีที่ประสบความสำเร็จพอประมาณในบ้านเกิด แต่มาดังระเบิดในบ้านเรา และประเทศแถบเซาธ์อีสต์ เอเซีย และด้วยแรงผลักดันจากคุณระย้า ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร ผู้จัดรายการเพลง มิวสิก เทรน นำเพลงของพวกเขามาเปิดแนะนำ และ Sherbet สังกัด EMI ที่คุณระย้าทำงานอยู่ จึงไม่ยากที่เลยผลักดันพวกเขาจนดัง ขนาดมาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราหลายครั้ง มีแฟนคลับสาวๆจำนวนมาก เรียกบอย แบนด์ได้ไม่เต็มปาก แต่แฟนเพลงกว่า 80% คือผู้หญิง ฝีมือก็เหนือกว่าบอย แบนด์ยุคนั้นหลายต่อหลายวง เพลง Howzat” และMagazine Madonna” ประสบความสำเร็จมหาศาลในบ้านเรา ไปเปิดตัวในอเมริกาด้วยชื่อ Highway” แต่ก็แป้ก ปัจจุบัน แฟนเพลงยังจดจำพวกเขาได้ แม้สมาชิกบางคนในวงจะเสียชีวิตไปแล้ว

ช่วงพีก 1976-1978

เพลงฮิต Howzat”, “Gimme Love”, “Magazine Madonna”, “Still in Love With You”, “ Another Night on the Road”, “You're My World”, “Silvery Moon”

 

cheaptrick

Cheap Trick

วงร็อคชาวอเมริกันที่ได้รับอิทธิพลทางดนตรีมาจาก The Beatles ผสมกับสไตล์ร็อคเต็มพิกัดของตนเอง เอกลักษณ์อยู่ที่ Rick Nielsen ที่เล่นกีตาร์ 5 คอ Tom Peterssonกับเบส 12 สาย Bun E. Carlos มือกลองที่ปากคาบบุหรี่เกือบตลอดเวลา และ Robin Zander นักร้องหนุ่มหล่อผมทองที่ทำให้แฟนเพลงสาวใจละลายได้ง่ายๆ ภาพลักษณ์อาจหลุดไปจากบอย แบนด์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแฟนเพลงเป็นกลุ่มสาวๆ ติดตามมากเหลือเกิน ด้วยลีลาเวทีเหลือร้ายและเอนเตอร์เทนคนดูอย่างเต็มที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุค 70s’ ข้ามไป 80s’ ที่แทบจะล้มเหลว แต่ก็ฟื้นมาอีกด้วยซิงเกิลเพลง “The Flame” และ “Don’t Be Cruel” จนทำให้ยืนหยัดมาได้จนทุกวันนี้ อนึ่ง พวกเขาประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นมากกว่าอเมริกาบ้านเกิดเสียอีก จนถึงกับต้องออกอัลบั้มไลฟ์ชื่อ At Budokan ในปี 1978

ช่วงพีก 1976-1979, 1988-1990

เพลงฮิต “I Want You to Want Me”, “Surrender”, “Need Your Love”, “California Man”, “Voices”, “The Flame”, “Don’t Be Cruel”

 kiss

Kiss

หลายคนอาจแย้งว่า Kiss เป็นไอดอลด้วยเหรอ เป็นสิครับ ช่วงที่พวกเขาแจ้งเกิดช่วงปี1973 เป็นต้นมา พวกเขาถูกจัดอยู่ในประเภทวงจำอวด แต่งหน้าแต่งตาเหมือนตัวตลกในละครสัตว์ มีเด็กๆ จนถึงวัยรุ่นชื่นชอบภาพลักษณ์ของพวกเขามาก และด้วยเอกลักษณ์ที่แต่งหน้าปกปิดใบหน้าที่แท้จริง ทำให้คนติดตามด้วยความอยากรู้ว่าตัวจริงของพวกเขาคือใคร เป็นแผนการตลาดที่สร้างประโยชน์ให้วงอย่างมหาศาลเป็นช่วงเวลากว่าสิบปี นอกจากแผ่นเสียงที่ขายดีระดับเกินล้านแผ่นแทบทุกอัลบั้มแล้ว เมอร์แชนไดส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด โปสเตอร์ สร้อย กำไลมือ ตุ๊กตา ล้วนขายดีมหาศาล กระทั่ง Star Wars ออกฉายในปี 1977 พวกเขาก็เลยถูกแชร์ตลาดไป ปัจจุบันยังเล่นดนตรีอยู่ แต่เห็นประกาศว่าจะทัวร์ทิ้งทวนกันในปีนี้ ก็ต้องตามดูกันต่อไป ช่วงที่พวกเขาแต่งหน้า กับเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง ความนิยมในหมู่แฟนเพลงไม่เคยลดลงเลย บ้านเราเคยมีกลุ่ม Kiss Army เช่นเดียวกับต่างประเทศด้วย และสมาชิกส่วนใหญ่ก็เป็นสาวๆ อีกต่างหาก

ช่วงพีก 1975-1979, 1984-Present

เพลงฮิต “Black Diamond”, “Beth”, “Hard Luck Woman”, “Detroit Rock City”, “Love Gun”, “I was Made for Lovin’ You”, “Shandi”, “Heaven’s on Fire”, “Tears are Falling”, “Reason to Live”, “Hide Your Heart”, “Forever”

 gettyimages-75611978

Olivia Newton-John

สาวออสซี เจ้าของฉายา “สาวสองพันปี” เพราะตั้งแต่เธอเข้าสู่วงการในปี 1971 ในฐานะนักร้องเพลงคันทรี/ป๊อป เธอยังไม่เคยอำลาวงการเพลงเลย อาจมีเว้นวรรคบ้าง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเธอคือ ช่วงออกอัลบั้ม Physical ปี 1981 ที่ซิงเกิลเพลงไตเติลแทร็กติดอันดับ 1 ในอเมริกานาน 10 สัปดาห์ เคล็ดลับความสำเร็จของเธอได้อานิสงส์จากการร่วมงานของ John Farrar โปรดิวเซอร์คู่บุญที่ร่วมงานมาตั้งแต่อัลบั้มแรก เธอมีเพลงฮิตประปรายก่อนจะประสบความสำเร็จจากนำแสดงให้ภาพยนตร์เรื่อง Grease ร่วมกับ John Travolta

ช่วงพีก 1976-1982

เพลงฮิต “If Not for You”, “What is Life”, “Let Me Be There”, “I Honestly Love You”, “Have You Never Been Mellow”, “Please Mr. Please”, “Jolene”, “Don’t Stop Believin’”, “A Little More Love”, “Physical”, “Hopelessly Devoted to You”

 shauncassidy

Shaun Cassidy

น้องชายของ David Cassidy นักแสดง/นักดนตรีจากซีรีส์ซิตคอมปลายยุค 60s’ เรื่อง The Patridge Family (ชื่อไทย แม่เรือพ่วง – ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) เขาเดินตามรอยพี่ชายด้วยการเป็นนักแสดงและนักร้อง ชอนเริ่มต้นเหมือนคนอื่นๆ โดยนำเพลงฮิตของวงดังในอดีตมาร้อง แต่ด้วยหน้าตาหวานแบบที่สาวๆ เห็นแล้วหลง และได้เครดิตจากพี่ชาย ทำให้เขาถูกปั้นให้เป็นทีน ไอดอลโดยเฉพาะ ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าในปี 1976 แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพราะกระแสดนตรีโลกในปีต่อมาตกเป็นของเพลงดิสโกจนหมดสิ้น กระนั้นบทบาทของเขาในแวดวงไอดอลก็โดดเด่นไม่น้อย มีข่าว บทสัมภาษณ์ และขึ้นปกนิตยสารดนตรีวัยรุ่นในอเมริกาและอีกหลายประเทศ ก่อนจะถูกกลืนไปกับความเปลี่ยนของวงการเพลงยุค 80s’

ช่วงพีก 1976-1978

เพลงฮิต “Da Doo Ron Ron”, “Hey There Lonely Girl”, “That’s Rock n’ Roll”, “Be My Baby”, “Hey Deanie”, “Do You Believe in Magic” (เป็นเพลงของศิลปินอื่นทั้งหมด)

 

 leifgarrett

Leif Garrett

จากเด็กหนุ่มโนเนมมาเป็นนักร้อง/นักแสดงคู่แข่งของ Shaun Cassidy

 ชนิดตามหายใจรดต้นคอ และในช่วงดิสโกบูม ลีฟยังก้าวกระโดดแซงชอนอีกด้วย เดบิวต์ตอนอายุเพียง 15 ปี กับอัลบั้มแรกในปี 1977 และเช่นเดียวกับชอนที่ต้องพึ่งเพลงดังจากศิลปินดังในอดีตอย่าง Beach Boys, Paul Anka, Dion หรือแม้แต่ The Beatles ในแง่ความสำเร็จในวงการเพลง ลีฟเหนือกว่าชอน ด้วยมีซิงเกิลฮิตมากกว่า ขายอัลบั้มได้มากกว่า แต่ถ้านับความสำเร็จในกลุ่มแฟนเพลง ชอนเหนือกว่าเห็นๆ แต่ทั้งคู่ก็มีช่วงตักตวงความสำเร็จค่อนข้างสั้น และแต่งเพลงไม่เก่ง ภายหลังจึงหันไปเน้นทางการแสดงเป็นหลัก ปัจจุบัน ลีฟ อายุ 58 ปี แต่ดูเหมือนสังขารล่วงหน้าไปไกลนับสิบปีเลยด้วยซ้ำ

ช่วงพีก 1977-1979

เพลงฮิต “The Wanderer”, “Surfin’ USA”, “Runaround Sue”, “Put Your Head on My Shoulder”, “I was Made for Dancin’”, “Sheila”, “When I Think of You”, “Memorize Your Number”

 

 queen

Queen

เจ้าของฉายา “ราชันในนามราชินี” เป็นวงอังกฤษที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดวงหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 70-80 แม้จะตัดสินยากว่าพวกเขาเป็นไอดอลเต็มตัวขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Roger Taylor มือกลองหน้าหวานของวงมีส่วนทำให้มีกลุ่มแฟนเพลงสาวติดตามพวกเขาไม่น้อยเลย ดนตรีร็อค/ฮาร์ดร็อคของพวกเขาจึงไม่ใช่อุปสรรคเลย เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในวงการ พวกเขาเป็นทั้งนักดนตรี ดารา เซเลบ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย และแทบไม่เคยมีข่าวด้านลบเลย นอกจากช่วงที่ทำอัลบั้มที่แฟนเพลงไม่ค่อยชอบอย่าง Hot Space และข่าวสมาชิกในวงเริ่มระหองระแหงกัน ในยุค 70s' พวกเขาเน้นอาร์ตกับดนตรีร็อค/แกลม/คลาสสิคัล ยุค 80s' ยังนำหน้าด้านแฟชันเพิ่มเข้ามาบวกกับแนวดนตรีที่ขยายแนวกว้างขึ้น กระทั่งเฟรดดี เมอร์คิวรีปลีกตัวไปออกอัลบั้มเดี่ยว บทบาทของ Queen มีแทบจะทุกแขนงงาน เพราะความสามารถอันเอกอุของพวกเขานั่นเอง ถ้าเป็นไอดอล ก็เป็นไอดอลที่เหนือกว่ารุ่นเดียวกันหลายก้าว ซึ่งในยุค 80s’ วงไอดอลที่มารูปแบบเดียวกับพวกเขามีมากมาย อาทิ Duran Duran, Bon Jovi, Wham! หรือแม้แต่ A-Ha

ช่วงพีก 1974-1988

เพลงฮิต “Bohemian Rhapsody”, “You’re My Best Friend”, “ ’39”, “Killer Queen”, “Somebody to Love”, “Now I’m Here”, “We are the Champions”, “We will Rock You”, “Bicycle Race”, “Fat Bottomed Girl”, “Another One Bites the Dust”, “Save Me”, “Crazy Little Thing Called Love” และอีกมากมาย

 

อันที่จริงศิลปินแบบทีน ไอดอลยังมีอีกมาก แต่ก็ประสบความสำเร็จในบางประเทศ หรือมีเพลงฮิตแค่เพลงเดียว หรือไม่กี่เพลง ตัวอย่างเช่น Japan, Heart, ABBA, Peter Frampton มีเกิดขึ้นราวดอกเห็ดในยุค 80s’ เพื่อสนองกระแสของ MTV ส่วนใหญ่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น Madonna, Nena, Cyndy Lauper, Culture Club, Debbie Gibson, Charlie Sexton, Van Halen, Extreme, Def Leppard มากมายจริงๆครับ มากจนน่าจะดึงมาทำมากินได้ในโอกาสต่อไปครับ   

 

Photos : GettyImages

--------------------------------------------------------------------------------

สั้นๆ เกี่ยวกับผู้เขียน



นักเขียนประจำบก.นิตยสาร Music Express ตั้งแต่ปี 2527-2537
บก.บห.นิตยสาร Crossroads ตั้งแต่ปี 2537-2544
บก.บห.นิตยสาร Sound และ Metal Mag ตั้งแต่ปี 2545-2548

ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านขายแผ่นเสียง Records Hunter เปิดกิจการตั้งแต่ 2552-ปัจจุบัน

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/