สุดเหวี่ยงไปกับ “Yaeji” กับการโปรยปรายความมันดั่งสายฝนตลอดค่ำคืน

สุดเหวี่ยงไปกับ “Yaeji” กับการโปรยปรายความมันดั่งสายฝนตลอดค่ำคืน
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

รู้สึกเครียดใช่ไหม... ไปปาร์ตี้สิ!

หลายคนเลือกจะไปปาร์ตี้ในผับที่แสงสีสาดใส่อย่างไม่บันยะบันยัง บางคนขอปาร์ตี้แบบซอฟท์ๆ ด้วยการนั่งชิลกับชาวแก๊งตามร้านรวง แต่ย้อนกลับไปเมื่อหลายคืนก่อน Sanook! Music เลือกที่จะไปปลดปล่อยกับปาร์ตี้ของผู้จัด HUH?

เพราะอะไรน่ะหรือ? ก็ดีเจและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้นามว่า Yaeji เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดการแสดงสดในเมืองไทยเป็นครั้งแรกกับ “Yaeji presented by My Beer” น่ะสิ

Yaeji ไม่ใช่ดีเจสายตื๊ดที่เราเห็นได้ตามเทศกาลดนตรี EDM ทั่วไป ท่วงทำนองเฮาส์ผสมกลิ่นอายฮิปฮอปของเธอเปรียบดั่งมนต์สะกดที่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นเคลิบเคลิ้มไปกับบีตที่โสตประสาทสัมผัสได้ การนำเพลง “Passionfruit” ผลงานของแร็ปเปอร์ชื่อก้องโลกอย่าง Drake มาคัฟเวอร์ และการไปปรากฏตัวใน Boiler Room ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นที่จับตาในทันที

แม้ว่าตามกำหนดการ Yaeji จะขึ้นประจำการหลังบูธดีเจในเวลา 00.15 น. ทว่าเราก็ขอไปอุ่นเครื่องกับ 2 ดีเจสาวอย่าง Wanton Witch และ Mae Happyair ณ Glowfish สาทร กันเสียก่อน บีตหนักๆ ตัดสลับกับเทคโนเฮาส์ทำให้เราเพลิดเพลินอยู่พอสมควร ยิ่งเมื่อได้ไลท์ติ้งเท่ๆ ที่ไม่ได้เน้นความสว่างไสว ก็ทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งอย่างง่ายดาย บอกเลยว่าตอนนั้นขาแข้งไม่อยู่กับที่แล้ว

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อความล่องลอยจากซาวด์แอมเบียนต์เฉพาะตัวของ Yaeji ทะยานสู่หูคนฟัง “Feel It Out” คือเพลงแรกของโชว์ที่เรียกความคึกคักภายในฮอลล์ได้ดีทีเดียว เธอปรากฏกายพร้อมลุคประจำตัว เสื้อยืดสีขาวด้านใน เสื้อคลุมเท่ๆ สักตัว กับแว่นตาอันเป็นเอกลักษณ์ ยืนอยู่หลังบูธมิกซ์ได้ไม่นาน ก็คว้าไมโครโฟนออกมาวาดลวดลายความพริ้วไหวด้านหน้าเวทีอย่างไม่รีรอ

“Full Of It” และ “After That” ค่อยๆ ไต่ระดับความสนุกสนานมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่า Yaeji จะดูออกอาการประหม่าในช่วงแรกอยู่สักหน่อย แต่ขอบอกว่าตอนนี้ทุกคนใน Glowfish ดื่มด่ำกับบีตเท่ๆ ของเธอแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ แล้ว ก่อนจะเบรกจังหวะลงมาสักเล็กน้อยกับ “Feelings Change” ที่พอจะให้ร่างกายได้โยกเบาๆ เป็นการพักสักนิดสักหน่อย

Yaeji ปล่อยให้คนดูได้พักเพียงแค่นั้น เพราะ “New York 93” ได้เร่งบีตขึ้นมาอีกรอบ ดูเหมือนว่าสาวจากบรุกลินคนนี้จะคลายความประหม่า และมั่นใจในทุกย่างก้าวมากขึ้น ยิ่งเมื่ออินโทรเพลง “One More” ดังขึ้น เสียงโห่ร้องจากแฟนๆ ยิ่งดังสนั่น ก่อนจะจัดยาวบรรดาเพลงฮิตทั้งหลายทั้ง “Passionfruit”, “Drink I’m Sippin On” และ “Raingurl” มาเรียงต่อกัน โอ้โห... คือไม่มีช่วงให้พักแม้แต่นิดเดียว แดนซ์กันยับ แดนซ์กันยาวๆ ก่อนที่ Yaeji จะกล่าวทักทายแฟนเพลงชาวไทยเป็นการทิ้งท้าย (คุณอ่านไม่ผิด เพราะก่อนหน้านี้เธอแทบไม่ได้พูดคุยผ่านไมโครโฟนเลย ร้อง เล่น เต้นอย่างเดียว) ซึ่งเธอก็กล่าวคำว่า Thank you พร้อมกับก้มศีรษะแสดงความขอบคุณไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และหลังจากธรรมเนียมปฏิบัติจบลง การแถมในช่วงอังกอร์อีก 1 บทเพลงนั่นก็คือ Focus” ซึ่งเธอได้ทำงานร่วมกับ Charli XCX ทำให้แดนซ์ฟลอร์สั่นสะเทือนอีกครั้งก่อนคำร่ำลาอันแท้จริงจะเกิดขึ้น

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาเพียงชั่วโมงเศษ แต่ Yaeji ได้โปรยปรายความมันสู่แฟนเพลงชาวไทยในความรู้สึกที่ต่างออกไป มันเป็นคนละฟีลกับมิวสิคเฟสติวัลสาย EDM โดยสิ้นเชิง เฉพาะอย่างยิ่งบรรยากาศโดยรวมที่ยอดเยี่ยมเอามากๆ มีเพียงมหกรรมสมาร์ทโฟนที่... โอ้โห เราว่าเกินครึ่งฮอลล์ที่ยกขึ้นมาบันทึกความทรงจำโดยพร้อมเพรียง (และมีบางคนที่ไม่ยอมเอาลงอีกต่างหาก) แต่ช็อตพีคในเพลง “Raingurl” เราว่าเป็นโมเมนต์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ และอธิบายเป็นตัวอักษรได้ไม่ง่ายเช่นกัน

สำหรับเรา จุดเด่นของ Yaeji คือ “จังหวะ” ไม่ว่าจะเป็นจังหวะสิ้นสุดของแทร็คที่นำไปสู่อีกแทร็ค จังหวะภายในบทเพลงที่มีจังหวะหยุดแล้วค่อยใส่เต็มในท่อนพีคๆ ท่อนถัดไป มันยิ่งเพิ่มความเดือดให้กับการโยกหัวโยกตัวเป็นทวีคูณ หรือแม้แต่จังหวะในการย่างกรายไปซ้ายทีขวาทีบนเวที ช่างมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

ระบบเสียงเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ได้โดดเด่นสุดๆ และก็ไม่ได้แย่ ฟังดูเพลินใช้ได้ทีเดียว ในขณะที่แสงสี แม้ว่าจะค่อนข้างมืด มีการปล่อยควันสโมคออกมาอยู่เป็นระยะ แต่บทจะวูบวาบใส่เต็มก็ไม่มียั้ง เรียกได้ว่าหยอกล้อไปตามอารมณ์ของแต่ละบทเพลงเสียมากกว่า

บอกเลยว่า ถ้าดาเมจระหว่างที่ Yaeji อยู่บนเวทีจะรุนแรงขนาดนี้ ยิ่งเพลงอิเล็กทรอนิกส์ในแบบฉบับของเธอจะมีเสน่ห์มากขนาดนี้ เล่นดึกแค่ไหนเราก็รอ!

 

Story by: Chanon B.
Photos by: HUH?

>> 4 เนื้อร้องจาก 4 เพลงเด็ดของ “Yaeji” ที่ทำให้อยากจะเต้นรำและร่ำร้องกันอย่างสุดเหวี่ยง