Jerry Paper และราตรีแห่งการเต้นรำไปกับกรู๊ฟงามๆ

Jerry Paper และราตรีแห่งการเต้นรำไปกับกรู๊ฟงามๆ
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

“Please dance with me.” ประโยคสั้นๆ ถูกเอื้อนเอ่ยขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของโชว์ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มลุคเนิร์ดๆ แต่ร่ำรวยความสามารถทางด้านดนตรี และประโยคดังกล่าวก็ทำให้ราตรีนั้นแทบจะไม่มีใครที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ชายคนที่เรากล่าวถึงมีนามว่า Jerry Paper

ตรากตรำทำงานอย่างหนักหน่วงกันมาทั้งสัปดาห์ พอทราบว่า HAVE YOU HEARD? จะมีคอนเสิร์ตเล็กๆ ในคืนวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 ณ Goose Life Space บีทีเอสสนามเป้า ใจก็ไม่รีรอที่จะเดินทางไปชมคอนเสิร์ต HAVE YOU HEARD? : Jerry Paper Live! ในทันที ผ่อนคลายกันสักหน่อยงานนี้!

เสียดายที่มาดู 2 วงเปิดอย่าง Soft Pine และ Folk9 ไม่ทัน แบบว่าปั่นต้นฉบับอยู่อย่างตึงเครียด ไม่เป็นไร ไฮไลท์ของงานอย่าง Jerry Paper หรือในนามจริงว่า Lucas Nathan ชายหนุ่มวัย 29 ปีจากแคลิฟอร์เนียผู้มาพร้อมซาวด์เบดรูมป็อปเฉพาะตัวที่มีทั้งความสละสลวย กรู๊ฟวี่จัดๆ และลูกเล่นกวนๆ ผสมผสานกันกำลังรอพวกเราอยู่

เริ่มต้นด้วยซาวด์ที่อาจจะยังเบาๆ กั๊กๆ ไม่ค่อยลงตัวนักกับเพลงอย่าง “Baby” และ “Your Cocoon” แต่... บรรยากาศใน Goose Life Space ดีเอามากๆ ผู้คนต่างโยกย้ายร่างกายกันเบาๆ ไปตามท่วงทำนองจาก Jerry Paper และผองเพื่อนที่ร่วมออกเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตจะค่อยๆ ทยอยเล่นทีละเพลงทีละเพลงแบบไม่มีพักทั้ง “Real. Now. Love.”, “A Moment”, “Zoom Out” หรือแม้แต่ “Chameleon World” และซาวด์โดยรวมก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก

Jerry Paper

“เต้นรำกับผมนะครับ” Jerry Paper เชื้อเชิญแฟนเพลงชาวไทยทุกคนด้วยท่าทีในสไตล์กวนๆ ของเขา “Halfway Zen” ถูกบรรเลงขึ้นพร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนย้ายไปตามฟีลลิ่งและห้วงอารมณ์ ไร้กรอบเกณฑ์ ไร้ซึ่งข้อกำหนดใดๆ อันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่หลายคนจดจำเขาได้ ต่อเนื่องด้วย “Commercial Break”, “Did I Buy It?” และ “My God” ที่ยังขับเคลื่อนคอนเสิร์ตหนนี้ได้อย่างมีเสน่ห์ แถม Paper ยังพูดคำว่า “ขอบ-คุณ-ครับ” แบบชัดบ้างไม่ชัดบ้างในตอนจบของทุกเพลงจนทำให้ทุกคนในห้องสี่เหลี่ยมห้องนั้นยิ้มตาม

อาจจะด้วยการที่คอนเสิร์ต HAVE YOU HEARD? : Jerry Paper Live! เป็นโชว์สุดท้ายของทัวร์ในอัลบั้มชุด Like a Baby ที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2018 ทำให้ทุกคนบนเวทีก็ใส่เต็มอยู่เหมือนกัน บทเพลงจากหลากหลายอัลบั้มยังถูกขับกล่อมขึ้นมาเรื่อยๆ “Nirvana Mañana”, “Everything Borrowed”, “Grey Area” รวมถึงเพลง “Say Goodbye” ซึ่งนำเพลงของ Hiroshi Sato มาคัฟเวอร์ให้ได้ฟังกัน

ช่วงท้ายของโชว์ Jerry Paper ยังใส่ไม่ยั้ง ไล่เรียงมาตั้งแต่เพลง “You”, “Kill the Dream”, “Losing the Game” และ “Gracie II” ที่เรียกเสียงกรี๊ดอย่างหนักแน่นได้ทุกเพลง แถมในช่วงอังกอร์ยังจัดเพลง “Reprogram Ourselves” มาทิ้งทวนและโบกมือลาประเทศไทยในที่สุด

ถือเป็นคอนเสิร์ตสเกลเล็กจาก HAVE YOU HEARD? ซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฮอลล์นั้นมีองค์ประกอบที่ทำให้เกิด “คอนเสิร์ตดีๆ” คอนเสิร์ตหนึ่งได้ไม่ยาก วงดนตรีมีฝีมือ ผู้ชมซึมซับไปกับสิ่งที่ได้ยิน เต้นรำขยับแข้งขา ไม่ต้องมาพะวงกับการถ่ายรูปเช็กอินหรือยกโทรศัพท์ขึ้นมาอัดวิดีโอ เห็นบ้างก็มีนิดๆ หน่อยๆ แต่โดยรวมรู้สึกว่าในห้องๆ นั้นเต็มไปด้วยความสุข และที่สำคัญ Jerry Paper และวงของเขาเอาคนดูเสียอยู่หมัด

เพลงในโปรเจกต์ Jerry Paper ไม่ได้มีความซับซ้อน หลายคนอาจมองว่าเล่นง่ายไม่เห็นจะยาก แต่การจะสร้างลายเซ็นให้กับเพลงป็อปของตนเองขอบอกเลยว่าไม่ง่าย! ทว่า Jerry Paper และ 2 หนุ่มนักกีตาร์และมือกลอง รวมถึง 2 สาวเจ้าเสน่ห์ในตำแหน่งมือเบสและคีย์บอร์ดกลับทำให้เพลงป็อปของพวกเขา “เพราะ” และ “เฉพาะตัว” อย่างยิ่ง ซาวด์วิบวับวูบวาบแปลกๆ ใหม่ๆ ของคีย์บอร์ดนั้นสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับโชว์เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ได้มากทีเดียว

อย่างที่เราเกริ่นในช่วงแรกของบทความว่า ซาวด์ในช่วงต้นต้องอาศัยการปรับจูนอยู่สักพักใหญ่ แต่เรื่องราวก็ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งเจ้าความไม่หวือหวาในภาพรวมของศิลปิน Jerry Paper ก็ส่งผลไปถึงเรื่องซาวด์ที่ค่อนข้างเรียบง่าย สแนร์เพราะมาก และพอดิบพอดีกับสถานที่เป็นอย่างยิ่ง อาจจะมีปัญหาทางเทคนิคเรื่องเสียงหอนเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง แต่โชว์ที่ดีก็ทำให้เราลืมสิ่งเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น ในขณะที่ไลท์ติ้งที่อาจไม่ได้ใช้ดวงไฟจำนวนมากนัก แต่ก็เข้ากับโชว์เป็นอย่างดี ในขณะที่ข้อจำกัดของสถานที่ทั้ง

และเมื่อคอนเสิร์ต HAVE YOU HEARD? : Jerry Paper Live! จบลง ก็รู้สึกตัดสินใจถูกต้องเหลือเกินที่ไปผ่อนคลายกับเสียงดนตรีที่ดังก้องขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้น และขอบคุณ Jerry Paper เป็นอย่างยิ่งที่รังสรรค์ท่วงทำนองให้เราปล่อยกายไปใจไปกับเขาโดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น

Story by: Chanon B.
Photos by: Krirakrit Worawetkulsage/HAVE YOU HEARD?