John Mayer Asia Tour Live in Bangkok 2019 ความสุนทรียะจากเสียงกีตาร์และทุกเพลงที่อยากได้ยิน

John Mayer Asia Tour Live in Bangkok 2019 ความสุนทรียะจากเสียงกีตาร์และทุกเพลงที่อยากได้ยิน
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

แม้จะจับใจความสิ่งที่ชายผู้สะพายกีตาร์ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พูดในช่วงต้นโชว์ไม่ได้ เพราะถูกเสียงกรี๊ดของบรรดาเหล่าสาวกดังกลบไปเสียหมด แต่เท่าที่เราจะฟังทันก็คือ ชายคนนั้นบอกว่า กว่าจะได้มาแสดงสดที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกก็ถือเป็นระยะเวลาที่นานเหลือเกิน และเขาจะเล่นในสิ่งที่ทุกคนอยากได้ยิน...

John Mayer Asia Tour Live in Bangkok 2019 ครั้งแรกบนผืนแผ่นดินไทยของ John Mayer นักร้อง นักกีตาร์ นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันวัย 41 ที่ได้รับการยอมรับจากนักฟังเพลงทั่วโลก ผลงาน 7 อัลบั้มในระยะเวลา 18 ปีไม่ว่าจะเป็น Room for Squares (2001), Heavier Things (2003), Continuum (2006), Battle Studies (2009), Born and Raised (2012), Paradise Valley (2013) และล่าสุด The Search for Everything (2017) ได้สร้างบทเพลงระดับมาสเตอร์พีซเอาไว้มากมาย

คำว่า “นาน” ที่ John Mayer กล่าวบนเวทีคือระยะเวลาถึง 18 ปีที่แฟนเพลงชาวไทยรอคอยมาเนิ่นนาน ทันทีที่ Live Nation BEC-Tero และ VIJI Corp ประกาศอย่างเป็นทางการว่า เจ้าของ 7 รางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ผู้นี้จะมาแสดงสดให้เห็นกับตา Sanook! Music จึงตัดสินใจว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องไปดูให้ได้สักครั้งในชีวิต

๋John Mayer

John Mayer

 

ย้อนกลับไปที่อีกหนึ่งประโยคที่ John Mayer ป่าวประกาศ ...

“เล่นในสิ่งที่ทุกคนอยากได้ยิน”

ในตอนนั้นคิดว่าชาวไทยคงได้ฟังเพลงฮิตในดวงใจกันประมาณหนึ่งบวกกับเพลงในอัลบั้มล่าสุดอีกจำนวนหนึ่งแน่ๆ แต่ด้วยความที่เซตลิสต์ของทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศก่อนหน้าทั้งสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และอื่นๆ นั้นไม่มีประเทศไหนที่เหมือนกันเลย! สลับสับเปลี่ยนจนคาดเดาไม่ออก จนกระทั่ง...

“No Such Things”, “Why Georgia” และ “Your Body Is Wonderland” ในเวอร์ชั่นอะคูสติก โผล่ขึ้นมาเป็น 3 เพลงแรกของโชว์ โอ้โห... มิสเตอร์จอห์นจัดหนักให้ตั้งแต่พาร์ตแรกเลยหรือนี่ แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่หนำใจ ต่อด้วย “Clarity” และ “Daughters” ให้สาวกได้ร้องตามกันต่อ หลังจากนั้นเขาหยิบกีตาร์ไฟฟ้าขึ้นมาสะพายเป็นครั้งแรก ขยับกรู๊ฟขึ้นมาเล็กน้อยพอให้โยกตามได้กับ “I Don’t Trust Myself (With Loving You)” และแล้ว สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น...

ลีดกีตาร์อันคุ้นเคยของเพลง “Gravity” ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ John Mayer วางเพลงนี้ไว้ในลำดับที่ 7 ของโชว์! แถมยังบรรเลงโซโล่ในแบบอิมโพรไวส์ให้ยลกันยาวๆ มองไปรอบข้างเห็นหลายคนน้ำตาซึมกับภาพที่ได้เห็น และเสียงที่ได้ยิน ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบายความรู้สึกในตอนนั้นได้ มันคือความคลาสสิค ความสุดยอดเกินจะเอื้อนเอ่ย และถือเป็นโมเมนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับทัวร์ครั้งนี้ในความเห็นส่วนตัว

ปิดพาร์ตแรกด้วย “Belief”, “Stop This Train” และ “Waiting on the World to Change” ที่ยังคงสถานะเพลงฮิตที่แฟนเพลงชาวไทยคุ้นหูกันเป็นอย่างดี

พักเบรก 30 นาที... เอ่อล้นด้วยความดีใจ ประทับใจ ผสมปนเปกันไปบอกไม่ถูก John Mayer ยังไม่หยิบเพลงในอัลบั้ม The Search for Everything มาเล่นแม้แต่เพลงเดียว คาดการณ์เอาเองว่ามันจะอยู่ในพาร์ตที่สองเป็นแน่แท้ แต่แล้ว...

ท่วงทำนองแรกที่เกิดขึ้นนั้นมาจากเพลง “Slow Dancing In a Burning Room” ก่อนจะต่อด้วย “Heartbreak Warfare” และ “Who Says” มหกรรมเพลงดังยังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน หลังจากนั้นถึงคิวของ “Edge of Desire” ที่ไม่ได้ฟังนานแล้วและมันช่างเท่เสียเหลือเกิน ส่วน “Queen of California” และ “Something Like Olivia” ก็ถือเป็นอีก 2 เพลงในเซตลิสต์ที่น่าประทับใจทีเดียว

John Mayer เล่นดนตรีมากกว่าพูด แต่สำหรับเพลงต่อไปอย่าง “Waiting on the Day” เขาก็ถึงกับเอ่ยปากบอกว่าเป็นเพลงเล็กๆ ที่ลึกเอาการ (Deep, small song) ถึงอย่างนั้นเขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่น ต่อเนื่องด้วย “Paper Doll” ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้มเก่าเพลงสุดท้ายของโชว์ สิริรวม 18 เพลงจาก 6 อัลบั้มก่อนหน้าที่ฟินกันทั้งอิมแพ็คฯ

ได้เวลา 6 เพลงใหม่ที่เริ่มต้นด้วย “Love on the Weekend” ต่อเนื่องกับ “Changing”, “In the Blood” และพาคนดูโยกตามไปกับความฟังกี้ใน “Still Feel Like Your Man” นึกว่าจะไม่มีอังกอร์เสียแล้ว แต่ John Mayer ก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับ “New Light” ที่ผู้ชมลุกขึ้นเต้นรำตามกันอย่างพร้อมเพรียง ปิดท้ายโชว์ครั้งแรกในเมืองไทยด้วยซิงเกิลล่าสุดอย่าง “I Guess I Just Feel Like” ที่ทำให้ทุกคนดั่งต้องมนต์สะกดอีกครั้ง

คงไม่พูดถึงการหยิบ 24 เพลงมาร้อยเรียงเป็นโชว์นี้ในประเทศไทยของ John Mayer ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะชดเชยที่ปล่อยให้แฟนๆ ชาวไทยรอคอยมาอย่างยาวนานด้วยการใส่เต็มเพลงฮิตแบบไม่มีคั่นเพลงใหม่แม้แต่เพลงเดียว (ซึ่งเขามาเปิดเผยภายหลังในเฟซบุ๊กเพจว่าใช้เซตลิสต์นี้ว่า Chrono Set หมายถึงการเรียงเพลงที่เล่นจากเพลงเก่าสุด แรกสุด ไปยังเพลงใหม่ล่าสุด) ฟังกันยาวๆ ฟินกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากฟังเพลงใหม่ แต่เซอร์ไพรส์ที่ Mayer ตระเตรียมมาก็ได้สร้างความสุขแบบไร้ข้อโต้แย้ง แม้จะแอบเสียดายที่ไม่ได้ฟังเพลงอย่าง “Rosie”, “Moving On and Getting Over” หรือ “Emoji of a Wave” ก็ตาม แต่การได้ฟัง "No Such Thing" เป็นเพลงแรก ก็ทำเอาแฟนเพลงแต่ละคนที่ติดตาม John Mayer กันมาตั้งแต่อัลบั้มแรก Room for Squares ในปี 2001 เซอร์ไพรส์กันจนน้ำตาคลอเบ้ากันไปตั้งแต่นาทีแรกของโชว์เลยทีเดียว ยิ่งได้ฟังเพลงดังที่ค่อยๆ ไล่ตามเวลามาเรื่อยๆ ราวกับว่าเรากำลังได้ย้อนรำลึกถึงช่วงที่เราติดตามผลงานของผู้ชายคนนี้มาอย่างยาวนาน รวมไปถึงการได้รับรู้ และสัมผัสถึงเส้นทางการเป็นศิลปินของ John Mayer ไปด้วยพร้อมๆ กัน นั่นเป็นเสน่ห์ของ chrono set ที่ทำเอาแฟนๆ ต่างประเทศอิจฉา และรีเควสให้เขาเล่นเซ็ตนี้ที่ประเทศตัวเองกันยกใหญ่ พร้อมคอมเมนต์ที่หลั่งไหลกันเข้ามาเป็นสายว่า เป็นหนึ่งใน setlist ที่ดีที่สุดของทัวร์ในครั้งนี้เลยก็ว่าได้ 

FB - John Mayerเซตลิสต์ของ John Mayer สำหรับประเทศไทย

ความเลิศเลอในวิถีแห่งดนตรีและการร้องเพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องยกย่องชายผู้นี้ แม้จะได้ดู John Mayer เล่นกีตาร์ผ่านโลกออนไลน์มาจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่การได้ฟังสดๆ กับหู ได้ดูด้วยสองตาคือรางวัลแห่งชีวิตที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เสียงร้องสดของ Mayer ยังคงเหมือนในซีดีจากอัลบั้ม Room for Squares เมื่อ 18 ปีที่แล้ว ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าเขาดูแลเส้นเสียงอย่างไรทั้งๆ ที่ออกเดินทางและทัวร์แทบทุกวัน ในขณะที่กีตาร์โปร่งและไฟฟ้าก็เปรียบเสมือนอีกหนึ่งอวัยวะของร่างกาย นิ้วอันพลิ้วไหวบรรเลงดีดลงไปบนสายอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไปโดยอัตโนมัติ และเต็มไปด้วยความน่าหลงใหล หลายครั้งที่เราจ้องตาไม่กระพริบ แต่ในอีกหลายครั้งก็ถึงกับหลับตาฟังเพื่อให้สัมผัสทางหูรับรู้เพียงอย่างเดียว

อิมแพ็ค อารีน่า ดับซ่าเรื่องซาวด์ศิลปินระดับท็อปของโลกมานักต่อนัก แต่สำหรับชายคนนี้ไม่มีอะไรมากระทบกระเทือนเขาได้ แม้ในช่วงต้นโชว์ ซาวด์เบสและกระเดื่องจะค่อนข้าง “ล้น” เอาการ (เรานั่งอยู่ด้านขวาเมื่อหันหน้าเข้าเวที) แต่พอเข้าที่เข้าทางเท่านั้นล่ะ ฟังเพลินกันไม่หยุดทีเดียว แถมยังได้นักดนตรีที่มาร่วมทัวร์ระดับพระกาฬทุกคน... ทุกคนจริงๆ ที่คุ้นหน้ามากหน่อยคงหนีไม่พ้นมือเบสระดับปรมาจารย์ Pino Palladino ที่ร่วมงานกับ Mayer มาแล้วหลายครั้ง ไดนามิกก็สุดยอด หนึ่งในมือกีตาร์ก็ประสานเสียงร่วมกับทีมคอรัสได้เนียนหูมาก (แถมยังร้องเพลงโคตรเพราะ!) ส่วนมือกีตาร์อีกคนฝีมือในการโซโล่ก็ขอคารวะด้วยคน ถือเป็นซูเปอร์กรุ๊ปที่เป็นบุญตาและบุญหูมากเหลือเกิน ส่วนระบบแสงหรือวิชวลบนจอด้านหลังนั้นไม่ได้มีการเน้นมากนัก ทั้งนี้เราคาดการณ์ว่า Mayer คงอยากให้ผู้ชมโฟกัสมาที่ “ดนตรี” ของเขามากกว่าที่จะไปสนใจอย่างอื่น

และอย่างที่ปรากฏให้เห็นในโลกโซเชียลในค่ำคืนดังกล่าว คำชื่นชมและปลาบปลื้มที่มีต่อ John Mayer Asia Tour Live in Bangkok 2019 กระหน่ำเข้าสู่จอสมาร์ตโฟนของแต่ละคน ถือเป็นความงดงามทางสรรพเสียงที่ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความอย่างแท้จริง หากจะให้ทางการสักหน่อยคงต้องบอกว่า “ดีมาก” แต่หากสบายๆ เราอยากบอกเหลือเกินว่า “โคตรดี” และไม่เคอะเขินเลยแม้แต่น้อยที่จะบอกว่า

John Mayer พาคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดคอนเสิร์ตหนึ่งประจำปีนี้มาสู่แฟนเพลงชาวไทย...

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Live Nation BEC-Tero / FB-John Mayer