ชายวัย 71 ปีถูกจับหลังทุบตีเพื่อนด้วยปืน เพราะเถียงกันเรื่องเพลงของ Bruno Mars

ชายวัย 71 ปีถูกจับหลังทุบตีเพื่อนด้วยปืน เพราะเถียงกันเรื่องเพลงของ Bruno Mars
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ในวงสนทนากับเพื่อนสนิท เราต้องเคยมีหัวข้อที่เรานั่งเถียงกับเพื่อนอยู่นานสองนานกันบ้าง ต่างคนต่างหยิบยกเหตุผล หรือหาหลักฐานมาอ้างอิงกับข้อสันนิษฐานของตัวเองจนกว่าอีกฝ่ายจะเชื่อเรา ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องทำนองว่า “เทควันโดเป็นกีฬาของประเทศไหน” หรือ “เพลงนี้เป็นเพลงของใคร” ซึ่งสุดท้ายหลังจากเถียงกันไปกันมา ก็คงลงเอยด้วยการมีฝ่ายถูกฝ่ายผิดกันไป

Roger D. Washburn คุณลุงวัย 71 ปีจากรัฐอินเดียนา ถูกจับกุมข้อหาทำร้ายร่างกายคนอื่นด้วยอาวุธอันตรายถึงชีวิตโดนเจตนา ด้วยการใช้ปืนทุบตีที่ศรีษะ หลังจากเขามีปากเสียงกับเพื่อนสนิทที่คบกันมายาวนานมากกว่า 50 ปี และเรื่องที่ทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน คือการนั่งเถียงกันว่า Bruno Mars เป็นเจ้าของเพลงที่พวกเขากำลังฟังอยู่หรือเปล่า

ในข่าวไม่ได้ระบุว่า เพลงที่พวกเขาฟังกันนั้น เป็นเพลงใดของ Bruno Mars

จากรายงานข่าวระบุว่า คุณลุงกับเพื่อนเถียงกันว่าเพลงที่ได้ฟังเป็นเพลงของ Bruno Mars หรือไม่ การเถียงกันเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเพื่อนของคุณลุงแสดงหลักฐานได้ว่า Bruno Mars เป็นคนร้องเพลงนี้จริงๆ แต่คุณลุงไม่ยอมรับ และทวีความโมโหรุนแรงมากขึ้นถึงขนาดหยิบปืน .38 ออกมาขู่ เพื่อนของคุณลุงก็ต่อว่าคุณลุงกลับว่า “ไอ้ขี้ไก่” (chicken shit)  คุณลุงจึงพุ่งเข้าทำร้ายเพื่อนด้วยการเอาปืนทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองตะลุมบอนกันโดยมีคุณลุงคนเดียวที่เป็นผู้ถืออาวุธ คุณลุงจึงถูกจับกุม และถูกตั้งข้อหาหนักกว่าเพื่อน โชคดีที่ไม่มีการยิงปืนกันเกิดขึ้น

อ่านข่าวนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า เถียงกันเรื่องเล็กๆ ทำไมถึงทะเลาะกันหนักขนาดนี้ บางครั้งเมื่อคนเราเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระ เรื่องไม่เป็นเรื่องมากแค่ไหน ด้วยอารมณ์เข้าครอบงำ อาจทำให้เราขาดสติจนไม่สามารถยั้งคิดยั้งทำ หรือมีเหตุผลในการกระทำอันรุนแรงได้ ดังนั้นทุกครั้งที่พูดคุย โต้แย้งกับใคร ขอให้มีสติทุกครั้ง และหัดยอมรับผิดเมื่อตัวเองทำผิด อย่ามีอีโก้สูงเกินไป เพราะอาจทำมาสู่อันตรายถึงชีวิต หรืออนาคตของตัวเองดับวูบลงในพริบตาได้ ถ้าคุณลุงในเรื่องนี้ยิงปืนใส่เพื่อนจนเสียชีวิตขึ้นมาจริงๆ เรื่องนี้คงมาไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ แน่นอน

 

____________________

Source : Rolling Stone

Photo : Bruno Mars' Instagram

Story : Jurairat N.