ROSE QUARTZ เกิร์ลกรุ๊ป 3 สัญชาติ ไทย-เกาหลี-เมียนมา กับความแตกต่างอย่างลงตัว

ROSE QUARTZ เกิร์ลกรุ๊ป 3 สัญชาติ ไทย-เกาหลี-เมียนมา กับความแตกต่างอย่างลงตัว
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

วงบอยแบนด์เกิร์ลกรุ๊ปทั่วไปที่เคยเห็นจากฝั่งตะวันตก หรือฝั่งเอเชียอย่างวง K-Pop หรือ J-Pop ในสมัยนี้จะเจอสมาชิกต่างชาติอย่างจีน ไทย ไต้หวัน ฮ่องกง หรือชาวเกาหลีสัญชาติอเมริกัน หรือแคนาดาก็เริ่มจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรของวงการเพลงในปัจจุบัน แต่คงจะไม่ใช่เรื่องที่เราเคยได้ยินกันแน่ๆ หากเราจะบอกว่าตอนนี้มีเกิร์ลกรุ๊ปที่ทำเพลงสไตล์ K-Pop (กึ่ง T-Pop) ที่มีสมาชิกสัญชาติเมียนมารวมอยู่ด้วย แถมยังได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ ดีสุดๆ ที่แปลกไปกว่านั้นคือสมาชิกในวงนี้มีด้วยกันถึง 3 สัญชาติ (จากจำนวนสมาชิกเพียง 5 คน) แน่นอนว่ามีชาวไทย และชาวเกาหลีรวมอยู่ด้วย แค่อ่านก็เซอร์ไพรส์แล้วใช่ไหมล่ะ

 

 

ROSE QUARTZ คือชื่อของเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์กันอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ในงาน ROSE QUARTZ Debut Showbiz Thailand ที่ศูนย์การค้า MBK ชั้น 5 สมาชิกประกอบด้วย อิง (Eing), เอิร์น (Earn) สองสมาชิกชาวไทย, เนชิ (Nay Chi), ซินดี้ (Cindy) สองสาวจากเมียนมา และ ซองชิน (Sungshin) หัวหน้าวงชาวเกาหลี แม้ว่าจะเป็นงานเปิดตัวในไทยครั้งแรก แต่เหล่าแฟนคลับ (มีชื่อว่า Venus) ทั้งชาวไทย ชาวพม่า ชาวเกาหลีก็มาให้กำลังใจกันอย่างล้มหลาม เพราะถึงแม้ว่าพวกเธอจะเดบิวต์ในไทยเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านี้พวกเธอได้ไปทำการแสดงเปิดตัวที่ประเทศเมียนมา มาแล้วเรียบร้อย และได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงชาวเมียนมากันอย่างแน่นหนา

“ที่เมียนมามีแฟนๆ ติดตามพวกเรา ROSE QUARTZ ใน Facebook เยอะมาก เห็นเอารูปพวกเรามาทำเป็นมีม (memes) เต็มไปหมด พวกเราเพิ่งกลับมาจากการโปรโมตที่นู่น ตอนบินไปถึงครั้งแรกตกใจมากเลยค่ะ เพราะแฟนๆ มารอที่สนามบินเพียบเลย ไม่คิดว่าเราจะเป็นที่รู้จักตั้งแต่ยังไม่ได้โปรโมตจริงจังขนาดนี้ แถมตอนที่ทำการแสดงในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แฟนๆ ก็มาให้กำลังใจ ชูป้ายแบนเนอร์ชื่อพวกเราเต็มไปหมด คนผ่านไปมาก็หยุดดูพวกเราเยอะมาก มีแม้กระทั่งเอาเพลงของพวกเราไปร้องตามริมถนนด้วย เห็นแบบนี้แล้วก็ดีใจมากเลยค่ะ”

ซินดี้ นักร้องหลัก และแร็ปเปอร์ หนึ่งในสมาชิกชาวเมียนมาที่ตอบเป็นภาษาอังกฤษกับเรา ในขณะเดียวกันก็สามารถคุยกับล่ามเป็นภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่วเช่นกัน เพราะเธอเป็นนักศึกษาที่เรียนเอกภาษาเกาหลีตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ที่เมียนมา และผ่านการออดิชั่นเป็นศิลปินมาอย่างเข้มข้น จนกลายเป็นสมาชิกของ ROSE QUARTZ คนที่ 5 ตามหลังสาวเนชิ ที่ผ่านการประกวด Galaxy Super Star รายการประกวดความสามารถชื่อดังของเมียนมา จัดโดย JBJ Entertainment เจ้าของสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ในเมียนมาสัญชาติเกาหลี เมื่อจับมือกับค่ายเพลง 0316 Entertainment ค่ายเพลงสัญชาติเกาหลีแห่งแรกที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย จึงเกิดเป็นโปรเจกต์วงเกิร์ลกรุ๊ป 3 สัญชาติวงนี้ขึ้น

หากจะเล่าย้อนกลับไปตอนที่เริ่มฟอร์มวงกันใหม่ๆ อิง สาวไทยเจ้าของตำแหน่งดีเจประจำวงเล่าว่า “อิงเป็นสมาชิกคนแรกของวงค่ะ เป็นเด็กฝึกหัดของค่ายมาก่อน 3 ปี จากนั้นก็ตามด้วยเอิร์นที่มาฝึกด้วยราว 2 ปีครึ่ง ตอนหลังได้มารู้จักกับพี่ซองชิน (สมาชิกชาวเกาหลี) ตอนแรกก็นึกว่าพี่ซองชินเป็นเหมือนกรรมการที่จะมาออดิชั่นพวกเราอีกที เพราะพี่เขาร้องเพลงเก่งมาก แล้วเป็นครูสอนร้องเพลงด้วย แต่ตอนหลังก็มารู้ว่าพี่ซองชินจะมาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดียวกัน พวกเราก็เริ่มซ้อมร้องซ้อมเต้นกันไปตามปกติ จนกระทั่งมีสมาชิกชาวเมียนมา ทั้งเนชิ และซินดี้เพิ่มเข้ามา เราก็เลยได้สมาชิกครบ 5 คนเป็น ROSE QUARTZ ที่เน้นทำการตลาดที่ไทย เกาหลี และเมียนมา”

 

eing-1

อิง (Eing)

 

 

earn-2

เอิร์น (Earn)

 

 

sungshin-1

ซองชิน (Sungshin)

 

 

cindy-1

ซินดี้ (Cindy)

 

 

naychi-1

เนชิ (Nay Chi)

 

 

ความแปลกใหม่ของ ROSE QUARTZ ในวงการบันเทิงทั้งไทย เกาหลี และเมียนมา คงจะทำให้แฟนๆ มีคำถามเกิดขึ้นในใจมากมาย Sanook! Music ได้สัมภาษณ์สาวๆ ทั้ง 5 คน และหาคำตอบมาให้เรียบร้อย มาดูกันว่าสาวๆ จะตอบในเรื่องที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่หรือเปล่า

 

____________________

 

ตอนแรกที่เจอกัน รู้สึกอย่างไรกันบ้าง เล่าถึงตอนที่เจอกันครั้งแรกให้ฟังหน่อย

เอิร์น : ครั้งแรกที่เจอพี่อิง พี่อิงไม่ค่อยยิ้มค่ะ เอิร์นเองก็ไม่ได้เข้าหาพี่อิงเท่าไร แรกๆ เราเลยไม่ได้คุยกันเท่าไร แต่พอตอนหลังเราต้องมาฝึกด้วยกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น ก็รู้เลยว่าพี่อิงเป็นคนน่ารัก ที่ไม่ยิ้มน่าจะเขินๆ ทำตัวไม่ถูกกันมากกว่า กับพี่ซองชินแม้ว่าจะเป็นคนเกาหลี แต่กลายเป็นว่าพี่เขายิ้มแย้มแจ่มใส และเฟรนด์ลี่มากๆ ยิ่งกว่าชาวไทยอย่างพวกหนูเสียอีก (หัวเราะ) ดูแลสมาชิกทุกคนในวงดีมาก รู้สึกเหมือนได้พี่สาวมาเพิ่มเลยค่ะ สำหรับซินดี้ รายนี้คุยเก่ง และเฟรนด์ลี่มากๆ เข้ากันได้เร็วกว่าที่คิด สุดท้ายกับเนชิ เนชิค่อนข้างขี้อาย และไม่ค่อยพูดเท่าไรในช่วงแรกๆ ค่ะ แต่พอผ่านไปได้สักพัก เราก็สัมผัสได้ถึงเอคโย่ (ความน่ารัก) ของเขา

ซองชิน : อิงเป็นคนที่ดูแลทุกคนได้ดีเหมือนกันนะคะ สนิทกับเมมเบอร์ทุกคนเลย ส่วนเนชิเห็นเป็นคนน่ารักขี้อายแบบนี้ บางครั้งเขาก็มีมุมที่มีความคิดที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่อยู่เหมือนกัน ตัดสินใจทำอะไรได้เหมือนผู้ใหญ่ และใจเย็น เข้มแข็ง แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีมากค่ะ ซินดี้เองก็เป็นคนที่ขยันฝึกซ้อมมากๆ ซ้อมหนักจนถึงเช้าเลยก็มี เป็นคนที่มีความรับผิดชอบดีมากๆ

อิง : แรกๆ ไม่อยากยืนอยู่ใกล้เนชิเท่าไร เพราะเนชิผอมมาก ยืนข้างๆ แล้วอิงดูอ้วนไปเลย (หัวเราะ) และเขาก็มีเอคโย่ของเขา จนจะเหมือนเป็นมักเน่แทน (จริงๆ แล้วเอิร์นเป็นมักเน่ หรือน้องคนเล็กสุดของวง) ส่วนซินดี้ตอนเจอกันครั้งแรกก็ชอบในความถ่อมตัวของเขา ดูเป็นคนที่มารยาท นอบน้อม และมองเราเป็นรุ่นพี่ และเขาก็ร่าเริงมาก ชอบยิ้ม ชอบหัวเราะ ก็เลยเข้ากันได้ค่อนข้างเร็ว

ซินดี้ : จริงๆ หนูกับเนชิเอง แรกๆ ก็ไม่ค่อยได้คุยกันนะคะ (หัวเราะ) เพราะต่างคนต่างเขิน เหมือนพื้นฐานนิสัยคล้ายกัน ไม่มีใครกล้าทักใครก่อน แต่ไปๆ มาๆ ได้คุยกันแล้วก็ถูกคอกันมากค่ะ แล้วเราสองคนเกิดวันเดียวกันแต่คนละปีด้วย เราเลยเข้าใจกันว่า อ๋อ เพราะเราคล้ายกันมากขนาดนี้นี่เอง เหมือนเป็นแฝดคนละฝากันเลยค่ะ

 

หลายสัญชาติกันขนาดนี้ ใช้ภาษาอะไรในการสื่อสารกัน?

เอิร์น : ภาษาอังกฤษ บวกภาษากายค่ะ (หัวเราะ) บางทีถ้าหนูพูดไม่ถูก หนูก็ใช้ท่าทางบอกเลย ชัดเจนกว่า อย่างหิวไหม (เอามือลูบท้อง) ไปกินข้าวกัน (ทำท่าตักอาหารเข้าปาก) โดยเฉพาะกับเนชิจะใช้ภาษากายเยอะหน่อย แต่ถ้าอยู่กับซินดี้ จะมีซินดี้คอยแปลให้ (เนชิพูดภาษาเมียนมากับซินดี้ ให้ซินดี้แปลเป็นภาษาอังกฤษให้)

อิง : ก็จะใช้เวลาในการคุยกันนานหน่อย แต่ก็สนุกดีค่ะ

 

ระหว่างคุย ระหว่างทำงานกัน เคยมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกันหรือเปล่า?

เอิร์น : แรกๆ ก็มีปัญหาอยู่บ้างนะคะ เพราะพี่ซองชินก็จะคอยดูแลน้องๆ ในวงทุกคน คอยถามทุกคนตลอดว่าโอเคไหม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ติดขัดตรงไหนยังไงบอกได้นะ ต้องคอยหันไปเช็กทั้งสองข้าง ทั้งฝั่งเมมเบอร์ไทย และเมมเบอร์เมียนมา คุยไทยบ้าง เกาหลีบ้าง พี่ซองชินต้องคุยภาษาเกาหลีกับซินดี้ ให้ซินดี้แปลให้เนชิฟังอีกที

อิง : หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องภาษาเนี่ยแหละค่ะ บางครั้งกว่าจะคุยเรื่องอะไรกันมันก็จะใช้เวลาหน่อย เพราะมันหลายทอด แต่หลักๆ ถ้าคุยเรื่องอะไรก็จะพยายามใช้ภาษาอังกฤษคุยกันค่ะ ตอนนี้เมมเบอร์ทุกคนก็กำลังเรียนรู้ภาษาของกันและกันอยู่ ทั้งไทย เกาหลี เมียนมา ดังนั้นบางครั้งเวลาคุยกันหลายๆ ภาษา ก็ถือว่าได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย

 

ได้เรียนมาทั้ง 3 ภาษาแล้ว คิดว่าภาษาอะไรยากที่สุด

ซองชิน เอิร์น และอิง : ภาษาเมียนมาค่ะ เพราะเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย และออกเสียงยากมาก ต้องขึ้นเสียงไปที่จมูกบ่อยๆ

ซินดี้ และ เนชิ : ภาษาไทยค่ะ (ยิ้ม) เพราะไม่คุ้นเคยเหมือนกัน

 

rose-quartz-8

บรรยากาศงาน ROSE QUARTZ Debut Showbiz Thailand

 

 

ขอถามสมาชิกต่างชาติที่หลักๆ ต้องย้ายมาทำงานในไทยกันบ้าง ซินดี้ เนชิ และซองชินอยู่ที่ไทยมานานเท่าไรแล้ว และนอกเหนือจากภาษาไทย มีปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานเพลงในไทยอีกบ้างไหม?

ซินดี้ : เราสองคนอยู่ที่ประเทศไทยมาราวๆ 5 เดือนเท่านั้นค่ะ ภาษาไทยยังไม่คล่องค่ะ ก็ยังต้องฝึกกันต่อไป แต่เรื่องอื่นๆ ยังไม่มีปัญหาอะไรเลย รู้สึกอยู่สบายเหมือนอยู่บ้าน ทุกคนก็ดูแลพวกเราดีมาก ทั้งสมาชิกในวงเอง รวมถึงสต๊าฟในบริษัทด้วย

เนชิ : ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากแอบคิดถึงอาหารที่บ้านบ้างเป็นบางครั้งค่ะ (หัวเราะ)

ซองชิน : ของซองชินอยู่เมืองไทยมา 2 ปีครึ่งแล้วค่ะ แรกๆ ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยค่ะ เพราะยังไม่ค่อยชินกับการทำงานของคนไทยที่ค่อนข้าง “สบายๆ” (พูดภาษาไทย) ไม่เหมือนการทำงานกับคนเกาหลีที่ทุกอย่างค่อนข้างเร่งรีบ และตรงเวลามากๆ แรกๆ เราก็อาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ ยังอีกเหรอ เร็วหน่อยสิ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวได้แล้วค่ะ และชอบที่การทำงานที่นี่ดูผ่อนคลายมากกว่าที่เกาหลี เลยทำให้รู้สึกสนุกกับงานอย่างเต็มที่จริงๆ แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังรู้สึกลำบากอยู่ คืออากาศที่ร้อนมากๆ ร้อนจริงๆ (หัวเราะ) บางครั้งอากาศร้อนๆ ทำให้รู้สึกไม่มีแรงจะทำอะไรเลย ขี้เกียจมากค่ะ (พูดภาษาไทย น้องๆ หัวเราะร่วน) แต่สุดท้ายก็ยังชอบประเทศไทย ชอบคนไทยอยู่ดีค่ะ เรื่องภาษาไทยก็ได้น้องๆ ในวงช่วยเยอะเลย ทุกอย่างเลยไม่มีปัญหา “สบายๆ”

 

อยู่เมืองไทยกันมาสักพักแล้ว มีเมนูอาหารไทยจานโปรดกันบ้างไหม?

เนชิ : กะเพราหมู! (เสียงดังฟังชัด)

ซินดี้ : ต้มยำกุ้ง! ส้มตำ!

ซองชิน : โอ๊ย ชอบเยอะมากเลยค่ะ เลือกไม่ถูกเลย ปาท่องโก๋ ผัดไทย ปูผัดผงกะหรี่ ราดหน้าหมูกรอบ ต้มยำกุ้ง จริงๆ เป็นคนชอบกินค่ะ เลยชอบกินเยอะแยะไปหมด อาหารเผ็ดๆ ก็ชอบนะคะ แต่ได้แค่นิดหน่อย “ฉันมาที่กรุงเทพฯ อ้วนขึ้นมากค่ะ” (พูดภาษาไทย) เพราะชอบอาหารไทยมากจริงๆ

 

 rose-quartz-1

จากซ้ายไปขวา : ซินดี้, อิง, เนชิ, เอิร์น และ ซองชิน สมาชิกวง ROSE QUARTZ

 

สำหรับซองชินแล้ว จริงๆ จะเดบิวต์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่เกาหลีก็ได้ แต่ทำไมเลือกที่จะมาเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ไทย? แล้ววงเกิร์ลกรุ๊ปในเกาหลี กับในไทย เหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ซองชิน : ซองชินชอบประเทศไทยตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาทำการแสดงร่วมกับพี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ค่ะ พอได้เจอกับความใจดีของคนไทยที่นี่ เลยตัดสินใจไม่เดบิวต์ที่เกาหลี แล้วเลือกจะมาทำงานกับค่ายเพลงเกาหลีที่อยู่ที่เมืองไทยแทน เกิร์ลกรุ๊ปที่เกาหลีการแข่งขันสูงมากนะคะ ต้องแข่งกับวงอื่นๆ แล้วยังต้องแข่งกับเมมเบอร์ในวงกันเองอีกด้วย ทุกคนต้องพยายามทำให้ตัวเองโดดเด่นจากเพื่อนๆ อยากร้องอยากเต้นมากกว่าคนอื่นๆ แต่กับวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ไทย ทุกคนจะช่วยเหลือกันมากกว่าที่จะแข่งกันแย่งซีนกันเอง เหมือนเวลาจะร้อง หรือจะเต้น ก็จะเชียร์ให้อีกคนร้องเยอะขึ้น หรือโชว์เต้นมากขึ้นกันมากกว่า

 

สำหรับสองสาวไทยที่ทำงานอยู่ในค่ายเพลงเกาหลี แต่อยู่ที่ไทย เป็นอย่างไรบ้าง? คิดว่าเหมือน หรือแตกต่างจากการเดบิวต์ในวงเกิร์ลกรุ๊ปที่เกาหลีอย่างไรบ้าง?

อิง : หนูคิดว่าไม่แตกต่างมากนะคะ เพราะ 0316 Entertainment เป็นบริษัทที่คนทำงานเป็นคนเกาหลีล้วน ระบบการทำงานต่างๆ ครูสอนร้องสอนเต้น ไล่ลงมาตั้งแต่เจ้าของบริษัทที่เป็นโปรดิวเซอร์ ยันสต๊าฟหน้างานต่างๆ ทีมงานทุกคนเป็นคนเกาหลีหมด กฎกติกาทุกอย่างก็คล้ายกันมาก อาจจะไม่ได้ถอดแบบมาใช้เป๊ะๆ แต่ก็คล้ายกันมาก แค่ยังทำงานอยู่ที่ประเทศไทย ไม่ต้องไปอยู่ที่เกาหลีเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับหนูนะคะ ที่ยังได้กลับบ้านเจอหน้าพ่อแม่ได้อยู่บ่อยๆ ไม่ต้องไปอยู่ไกลบ้านนานๆ และอยู่ที่นี่ยังมีล่ามคนไทยอยู่คนหนึ่งที่คอยช่วยแปลให้เวลาสื่อสารกัน เลยทำให้เข้าใจกันมากขึ้น รู้สึกสบายใจมากขึ้นเวลารู้สึกดาวน์ๆ เล็กน้อย (สต๊าฟคนไทยที่อยู่ข้างๆ บอกว่า ทั้งบริษัท ถ้ารวมน้องอิง น้องเอิร์นด้วยก็มีคนไทยแค่ 3 คนเท่านั้น)

เอิร์น : สำหรับเอิร์นก็คิดว่าแตกต่างกันไม่มากเหมือนกันค่ะ และคิดว่าเดบิวต์ที่นี่ดีกว่า เพราะถ้าเดบิวต์ที่นู่นได้ยินมาว่าปีสองปีกว่าจะได้กลับบ้านที และต้องปรับตัวใหม่หมดทั้งวัฒนธรรม และภาษา และกฎระเบียบต่างๆ ก็เคร่งมาก ในขณะที่เมืองไทยก็ยังมีกฎที่นำมาใช้ด้วยเหมือนกัน การฝึกซ้อมต่างๆ ก็เหมือนกับที่นู่น แต่คิดว่าอยู่สบายกว่าเพราะเป็นเมืองไทยบ้านเราเอง

 

แล้วสำหรับสองสาวเมียนมา ที่ได้มาร่วมวงเกิร์ลกรุ๊ปที่เป็นแนว K-Pop แต่ทำงานอยู่ที่ไทย รู้สึกอย่างไรบ้าง?

ซินดี้ : เราสองคน (กับเนชิ) เป็นเหมือนคนเมียนมาสองคนแรกที่ได้เป็นสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปหลายสัญชาติแบบนี้ค่ะ เราเลยเป็นเหมือนศิลปินรุ่นบุกเบิกของที่นู่น จริงๆ รู้สึกดีใจมากๆ เลยนะคะ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกกดดันเล็กๆ ที่ต้องพยายามทำอะไรใหม่ๆ หลายๆ อย่างในเวลาที่จำกัด แต่ยังไงก็ยังตื่นเต้น และอยากจะทำกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทยให้มากขึ้น ที่กังวลเยอะหน่อยในตอนนี้คงเป็นเรื่องภาษาไทยที่เรายังเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ไปได้นิดเดียวเท่านั้น แต่สุดท้ายทุกครั้งที่รู้สึกกังวล ก็ได้สมาชิกในวงช่วยเหลือกันทุกอย่าง ก็เลยคิดว่าน่าจะดีขึ้นในเวลาไม่ช้าค่ะ พวกเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดในฐานะสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปอินเตอร์วงแรกของเมียนมาค่ะ

 

สำหรับซิงเกิลแรก “Realize” นอกจากจะเป็นซิงเกิลแรกที่เปิดตัว ROSE QUARTZ อย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีความพิเศษอย่างไรกับสมาชิกในวงทุกคนบ้าง?

เอิร์น : นอกจากจะเป็นเพลงเปิดตัวเพลงแรกแล้ว เอิร์นคิดว่ายังเป็นครั้งแรกที่เปิดตัวเป็นซิงเกิลที่มีเนื้อเพลงเวอร์ชั่นภาษาไทย และภาษาเมียนมาด้วยค่ะ แล้วภาษาเมียนมาก็ยากมากๆ ต้องออกเสียงขึ้นจมูกตลอดเวลา คำก็จะสั้นๆ แต่ในหนึ่งคำจะมีหลายเสียงที่ต้องออกมารวบเดียวให้ได้ ดังนั้นเวลาจะออกเสียงแต่ละคำก็เลยยากมาก ตอนอัดเสียงร้องต้องมีซินดี้ กับเนชิยืนประกบอยู่ด้วยตลอดเลยค่ะ

อิง : นอกจากเรื่องเนื้อร้องหลายภาษาแล้ว แนวดนตรีของเพลงนี้ยังเป็นแนวทรอปิคอลที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงทั่วโลก แต่กับคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยมีใครทำ หรือบางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู รวมไปถึงพวกเราเองด้วยที่ค่อนข้างจะเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปลูกผสมที่ค่อนข้างแปลกใหม่ เลยอยากให้เปิดใจรับฟังเพลงของพวกเรา และทำความรู้จักพวกเราให้มากขึ้น เพราะพวกเราตั้งใจทำงานกันมากจริงๆ อยากให้ทุกคนคอยติดตามพวกเรา ให้กำลังใจพวกเรากันด้วย เพราะเราจะได้มีกำลังใจในการทำผลงานดีๆ ออกมาต่อไปเรื่อยๆ เช่นกันค่ะ

 

 

 

 

มองอนาคตของ ROSE QUARTZ เอาไว้อย่างไรบ้าง?

อิง : อยากให้ ROSE QUARTZ เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงหลายๆ ประเทศ ไม่ใช่แค่ไทย เกาหลี หรือเมียนมา อยากจัดคอนเสิร์ต และอยากจัดแฟนมีตติ้งเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับแฟนๆ ด้วยค่ะ แต่ยังไงตอนนี้อยากดังที่ไทยก่อนนะ (หัวเราะ) ฝากพวกเรา ROSE QUARTZ ด้วยนะคะ

เอิร์น : อยากเล่นคอนเสิร์ตด้วยค่ะ ขอที่ไทยก่อนเลย อยากจัดอิมแพ็ค อารีน่าด้วย (หัวเราะ) (Sanook! : ราชมังคลาฯ เลยไหม) โหย ราชมังฯ เลยเหรอคะ ใหญ่มาก กลัวจะมีคนมาไม่กี่คนน่ะสิ (หัวเราะ) ก่อนจะถึงวันนั้นก็ขอฝากเนื้อฝากตัวพวกเรา ROSE QUARTZ ด้วยค่ะ

 

อนาคตของสาวๆ ROSE QUARTZ จะเป็นอย่างไร ถามที่ตัวสาวๆ เองอาจจะได้แค่ความคาดหวัง เพราะอันที่จริงแล้วอนาคตของพวกเธอน่าจะอยู่ที่มือของแฟนๆ อย่างพวกเรามากกว่า ว่าจะเปิดใจกับวงเกิร์ลกรุ๊ปลูกผสมน้องใหม่ และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนพวกเธอเหมือนวงเกิร์ลกรุ๊ปต่างประเทศวงอื่นๆ หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ หากอยากลองติดตามผลงานของศิลปินไทย ฟีทเจอริ่งสมาชิกจากวงเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา และศิลปินจากประเทศที่วัยรุ่นบ้านเรากำลังชื่นชอบอย่างเกาหลีอย่าง ROSE QUARTZ แล้วล่ะก็ รับประกันคุณภาพทั้งเพลง และโปรดักชั่นต่างๆ ราวกับยกมาจากเกาหลีกันได้เลย จะกรี๊ดจะติ่งก็ใกล้ชิดไม่ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลให้ยุ่งยาก รับรองว่างานนี้ได้พัฒนาสกิลภาษาเพิ่มขึ้นอีกเพียบแน่ๆ

 

ซิงเกิลใหม่ล่าสุด “Ra Pa Pam Pam” (Thai Version) ฟังได้แล้วที่นี่

 

____________________

Story & Photos : Jurairat N.

Special Thanks : 0316 Entertainment