แกน-แมว-เตอร์ สามตัวตนที่แตกต่าง! สู่การรวมตัวเป็น "The Jukks"

แกน-แมว-เตอร์ สามตัวตนที่แตกต่าง! สู่การรวมตัวเป็น "The Jukks"
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่แจ้งเกิดด้วยเพลงฮิตอย่าง หว่าเว้ เมื่อหลายปีที่แล้ว ล่าสุดวงดนตรีสุดกวนจากค่าย Smallroom อย่าง The Jukks ก็กลับมาพร้อมผลงานใหม่ในอัลบั้มชุด Clips ที่แสดงมุมมองในวัยกลางคนของพวกเขาด้วย และวันนี้ทางวงก็ได้มาพูดคุยถึงผลงานใหม่ และความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันของพวกเขาด้วย

 

 

วง The Jukks ห่างหายจากการออกเพลงไปนานมาก ช่วงที่ผ่านมาทางวงไปทำอะไรมาบ้าง

แกน The Jukks : ช่วงที่ผ่านมาก็ตกตะกอนกับอัลบั้มใหม่ ที่มันนานเพราะเรานั่งวิเคราะห์ตัวเองว่าตอนนี้เราเป็นแบบไหน จากอัลบั้มชุดที่แล้ว เราจะยังซุกซน สนุกสนานหรือเปล่า คือมันไม่ใช่ เพราะในตอนนี้ก็เข้าสุ่วัยกลางคนแล้ว เรารู้สึกว่าเราต้องคงตัวตนแบบเดิมไว้เหมือนกัน จนเราหาตัวตนได้ก็เริ่มทำงานขึ้นมา ขั้นตอนการทำมันไม่ยากเหมือนการตกตะกอนเพื่อหาคอนเซ็ปต์

 

อัลบั้มชุดที่แล้ว ทางวงประสบความสำเร็จมาก รู้สึกกดดันกับการกลับมาครั้งนี้ไหม

แกน The Jukks : ไม่ครับ เพราะถ้าประหม่าก็จะไม่มีความสุข สนุกไปกับมันดีกว่าครับ

 

 

กลับมากับซิงเกิ้ลแรก ความเป็นจริง เพลงนี้มีเนื้อหาพูดถึงอะไร

แมว The Jukks : เพลงนี้พูดถึงการพบและลาจาก เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ พูดถึงคนอกหักที่อีกไม่นานจะหายไป ว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอสิ่งดีๆ และเรื่องร้ายจะหายไปครับ

 

เพลงนี้ต่างจากอัลบั้มชุดแรกอย่างไร

แมว The Jukks : เพลงนี้จะต่างในแง่ชั้นเชิงมากกว่า แต่เรื่องเป็นเพลงลบๆบวกๆให้กำลังใจเหมือน อย่างเพลง หว่าเว้ ที่พูดถึงการเจอคนที่ตามหาโดยไม่ไขว่คว้า ก็จะเป็นเพลงที่ให้กำลังใจคนอกหัก ก็คล้ายกับเพลงนี้ เพลงนี้ผมก็จะแต่งมาแล้วให้เพื่อนๆเรียบเรียงออกมาครับ

 

เอ็มวีเพลงนี้มีเรื่องราวอย่างไร ทำไมถึงทำเป็นแอนิเมชั่นออกมา

แมว The Jukks : เอ็มวีเพลงนี้จะพูดถึงเรื่องราวใกล้ตัว สิ่งที่พวกเราไม่ให้ความสำคัญ ตัวเอกก็จะเป็นไมโครเวฟที่ใช้บ่อยมาก แต่เราไม่เห็นค่า จนวันที่มันเสียเราถึงจะเห็นค่ามัน เนื้อหาเพลงนี้จะคล้ายกับเพลง แต่ไม่ได้ตรงตัวแบบในเพลง

 

แมว The Jukks

ในฐานะที่ทางวงทำเพลงเอง พวกคุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหน

แมว The Jukks : มาจากหลายที่เลยครับ ทั้งชีวิตจริง ชีวิตหลอก หรือแม้แต่ความฝัน มาจากเรื่องคนอื่นหรือหนัง คือทุกอย่างเป็นวัตถุดิบได้หมด

 

กระแสตอบรับของเพลง เป็นอย่างไรบ้าง

แกน The Jukks : ก็ดีครับ มันก็วกกลับมาคำถามที่ว่า “ประหม่ากับการกลับมาไหม” เพราะคนทำเพลงทุกคนต้องมีการคาดหวัง ก็สำหรับตัวเพลงที่ออกไปเป็นเพลงแรกของอัลบั้ม ก็จะเป็นการครอบจักรวาลว่าอัลบั้มเป็นแบบนี้ เป็นการเบิกทาง อย่างอัลบั้ม CUP D เพลงเร็วเยอะ อัลบั้มนี้มีเพลงช้า เพลงกลาง เพลงฟังง่ายเยอะขึ้น ก็กลัวว่าคนจะติดภาพเดิมไหม แต่ก็รู้สึกดีว่าคนยอมรับ อย่างเพลง อยู่คนเดียว ก็จะแตกต่างจากอัลบั้มที่แล้ว เพราะฟังง่ายขึ้น แบบอัลบั้มแรกจะกวด แต่เพลงใหม่จะสอดแทรกความฟังง่ายมากขึ้น เพื่อกลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้น

 

แล้วซิงเกิ้ลที่สองอย่างเพลง อยู่คนเดียว มีเนื้อหาอย่างไร

แกน The Jukks : เพลง อยู่คนเดียว ก็เป็นการบอกคนฟังการอยู่คนเดียวไม่มีแฟนมันไม่แย่ คือเรามีเพื่อน มีพ่อแม่ เราไม่ต้องขวนขวายหาแฟนหรือคนรัก คือความรักเกิดได้หลายรูปแบบ ความเหงามันอยู่กับเรา ถ้าเราหาอะไรทำก็จะไม่ฟุ้งซ่าน เป็นการบอกคนว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว การไม่มีแฟนมันไม่เลวร้าย เอ็มวีก็ตรงตัวเลย แต่จะมีสอดแทรกความฮา

 

แกน The Jukks

ล่าสุดอัลบั้มชุด Clips ก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว ความพิเศษของอัลบั้มนี้อยู่ที่ตรงไหน

แกน The Jukks : เพลงเยอะครับ (หัวเราะ) มี 18 เพลง

แมว The Jukks : การอัดการเรียบเรียง ถ้าฟังดูจะรู้สึกว่าเราโตขึ้น แต่โตขึ้นโดยมีวุฒิภาวะทางดนตรีมากขึ้นนะครับ

 

อัลบั้มชุดนี้บอกการเดินทางของพวกคุณอย่างไร

แกน The Jukks : เพลงอัลบั้มนี้ก็เกิดจากหลายช่วงเวลาครับ จากอัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มนี้ ก็แต่งใหม่บ้าง มีเพลงเก่าที่ไม่ได้ใช้เอามาเรียบเรียงโดยมีชั้นเชิง ก็คือจะมีกลิ่นดนตรีที่มีอะไรมากขึ้น

 

คนที่ฟังอัลบั้มชุดนี้ เขาจะได้อะไรกลับไปบ้าง

แกน The Jukks : เขาต้องชอบแน่นอนครับ (หัวเราะ) เพราะมี 18 เพลงต้องโดนสักเพลง คือเราไม่เปลี่ยนไปเลย เพลงแบบอัลบั้มแรกก็มี 18 เพลงนี้ก็เป็นครั้งแรกที่มีเพลงช้า ก็จะมีหลากหลายรูปแบบ ก็น่าจะมีเพลงที่ชอบสักเพลง

 

เตอร์ The Jukks

หลายๆคนที่ได้ฟังอัลบั้มนี้ อาจไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาร์ตเวิร์คและรุปปก พออธิบายให้แฟนเพลงได้ฟังไหม ว่าปกอัลบั้มนี้มีเรื่องราวอย่างไร

แกน The Jukks : คนทำปกอัลบั้มชุดนี้ก็จะทำงานกับวงมานานแล้ว ใครที่เห็นอาร์ตเวิร์คอัลบั้มแรกก็มีการ์ตูนอยู่ การทำเป็นการ์ตูนมันทำให้ความบ้าบอคอแตกมันรับได้ และขยายความสิ่งที่คนทำไม่ได้ ถ้าเป็นการ์ตูนเราใช้จินตนาการ ก็เอาความฟุ้งมาใส่ในอัลบั้ม

 

กระแสตอบรับอัลบั้มนี้เป็นอย่างไรบ้าง

แมว The Jukks : ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครบอกว่าไม่ชอบนะครับ (หัวเราะ) นักดนตรีหลายคนก็ชอบ แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าไม่ชอบ

แกน The Jukks : ด้วยความที่ต่างจากอัลบั้มแรก พวกเราก็กลัวว่าคนไม่ชอบ แต่สุดท้ายดูคอมเม้นต์ก็สบายใจ คนที่ไม่ชอบชุดแรกก็เริ่มมาชอบ หลายคนที่ฟังก็เซอร์ไพรส์ว่านี่คือเพลง The Jukks จริงๆ เหรอ

 

นอกจากอัลบั้มแล้ว จะมีโปรเจ็คอะไรตามมาไหม อย่างเช่นคอนเสิร์ต  

แมว The Jukks : ก็ว่าจะเล่นละคร (หัวเราะ)

แกน The Jukks : มันก็น่าจะมีครับ ก็คงว่าอีกทีนึง แต่คงไม่ใช่คอนเสิร์ตใหญ่ เราไม่ชอบคอนเสิร์ตใหญ่ แต่เราชอบคอนเสิร์ตเล็กที่อบอุ่น ก็อยากให้ติดตามกันครับ

 

 

ในยุคนี้ศิลปินอินดี้แจ้งเกิดขึ้นง่ายมากจากโซเชี่ยล คุณคิดอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้

แกน The Jukks : ผมว่าดีครับ มันมีอะไรให้ฟังเยอะด้วย วงเราก็ได้ผลประโยชน์จากโซเชี่ยล เพราะเราไม่ได้ยื่นส่งเดโม่ เพราะค่ายไปเจอเราจาก My Space ครับ ตอนนั้นยังไม่มีเฟสบุ๊คเลย (หัวเราะ)

 

ในยุคนี้การโปรโมตศิลปินก็เปลี่ยนไป เพราะเราต้องใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น มันมีผลกระทบต่อการทำงานวงบ้างไหม

แกน The Jukks : มีครับ เพราะพวกเราต้องใช้โซเชี่ยลในการโปรโมตมากขึ้น สมัยก่อนผมเองไม่เคยรู้ว่าเน็ตไอดอลคืออะไร เราไม่เห็นว่าต้องเป็นแบบนั้น แต่คือตอนนี้คนไม่ดูทีวีและไปโลกโซเชี่ยล การมีตัวตนในโลกโซเชี่ยลก็ทำให้คนมาตามเรามากขึ้นว่าสื่อต่าง เพราะมันอยู่ในมือถือแล้ว มันจับต้องได้ สมัยก่อนไม่เคยคิดจะใช้ Smartphone ดี แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มรู้สึกว่ามันมีประโยชน์มากขึ้นแล้ว

 

แต่เทคโนโลยีทุกวันนี้ ก็มีข้อเสียด้วยอย่างเช่นการเสียความเป็นส่วนตัวและต้องระวังตัว คุณคิดอย่างไรกับจุดนี้

แกน The Jukks : มันทำให้เราใช้ชีวิตมีสติมากขึ้น แบบอะไรที่ออกสื่อไม่ได้ สมัยก่อนกล้อง ทีวี วิทยุ ถ้าไม่อยู่ใกล้ก็จบ แต่ทุกวันนี้ไม่ได้แล้ว เพราะบางทีเห็นคนถือมือถือก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ ว่าเขาถ่ายเราไหม มันทำให้เรามีสติมากขึ้น

แมว The Jukks : จริงๆถ้าเราตัวดีๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ (หัวเราะ)

 

ทางวงเคยกล่าวว่ากว่าจะมีอัลบั้มนี้ ทางวงต้องเจอปัญหาเยอะมาก พวกคุณมีแนวคิดในการเอาชนะปัญหาอย่างไร

เตอร์  The Jukks : พวกเราเป็นคนที่มองว่าอุปสรรคไม่ใช่เรื่องแย่ คือมันก็จะมีรูที่ดี อย่างอุปสรรคที่แย่ถ้าเราอยู่กับมันก็จะเห็นช่องโหว่และเอาจุดนั้นมาเปลี่ยนชีวิตพวกเราครับ

 

 

ตอนนี้ทางวงก็ประสบความสำเร็จในการทำงานระดับหนึ่งแล้ว พวกคุณได้ตั้งเป้าหมายการทำงานในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง

แกน The Jukks : ก็คงทำเพลงให้คนชอบ มันก็เป็นสิ่งที่เราทำได้ และมีการเปลี่ยนแปลงแต่คนรับได้ ก็อยากให้คนชอบผลงานที่ทำออกมา ถ้าคนชอบก็รู้สึกว่างานมีคุณค่า คืองานที่เราตั้งใจมาก เราจะอยากให้คนฟังมาก ก็อยากให้คนฟังงานของเราเยอะไปเรื่อยๆ พูดตรงๆว่าอยากดังครับ (หัวเราะ) อยากให้คนฟังเพลง ไม่ได้อยากให้มีคนติดตามไปหมด ก็อยากให้คนฟังเพลง จะได้มีกินครับ (หัวเราะ)

 

ในช่วงที่ผ่านมา ก็มีปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ในวงการเพลงเยอะมาก สิ่งนี้ทำให้พวกคุณท้อบ้างไหม

แกน The Jukks : ก็มีท้อครับ เพราะห้ามไม่ได้ โอเคการพูดการรณรงค์มันเป็นส่วนนึง แต่ถ้ามันไม่หายไปเราก็ทำไม่ได้ เราก็ต้องหาความงามของเรา ว่าทำไมต้องซื้อซีดี ก็ทำอาร์ตเวิร์คอย่างตั้งใจ เพราะถ้าไปดาวน์โหลดคุณจะไม่ได้อะไรแบบนี้ ก็ต้องค่อยๆปรับไป ก็ไม่อยากมองให้มันแย่ อยากให้เหมือนปัญหา ที่เรามาโฟกัสว่าเราจะทำสิ่งที่พวกเขาไม่ได้จากการดาวน์โหลดฟรีให้มันออกมาดีมากๆครับ เพื่อให้เขาเสียดายว่าไม่น่าดาวน์โหลด

แมว The Jukks : ก็คิดว่าถ้าไหนๆดาวน์โหลดแล้วก็ให้คนอื่นฟังด้วย เพราะคนที่เขาชอบจะได้มาซื้อซีดี เพราะเราห้ามไม่ได้ หรือถ้าเขาชอบมากบางทีดาวน์โหลดแล้ว อาจซื้อของจริงได้ พวกเราก็เคยฟังเพลงตัวอย่างจากที่อื่นแล้วมาตามซื้ออัลบั้มก็มี เพราะคุณค่าของหนึ่งอัลบั้มศิลปินทุกคนมีเหมือนกัน เพราะอาร์ตเวิร์คอะไรต่างๆคิดกันมาดีแล้ว มันเป็นคุณค่าความงาม ถ้าเราชอบเพลงจริงก็น่าจะอยากได้ซีดีเก็บไว้

 

สุดท้ายนี้ ทางวง The Jukks มีสามคน อยากให้บอกนิยามความเป็น The Jukks ในสามคำให้แฟนเพลงได้รู้

แกน The Jukks : เอาเป็น ลบ เป็น บวก ครับ หรือ แกน แมว เตอร์  แล้วได้ครับ จริงๆชื่อเราน่าจะเข้าใจอยู่แล้ว คือวงเราไม่ได้จัดจ้านมีความรู้ แต่ตัวตนพวกผม การเขียนเพลงของแมว การเป็นเตอร์ เป็นผม มันก็บอกความเป็นวงแล้วครับ

คลิกฟังเพลงจากอัลบั้ม CLIPS ได้ที่นี่

 

เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นวงที่แสดงได้สนุกสนานแล้ว พวกเขาก็เป็นศิลปินที่มีทัศนคติมองโลกในแง่ดีด้วย ซึ่งความเป็นตัวตนของพวกเขานั้นก็ทำให้ผู้ชมมีความสุข และทำให้บทเพลงของพวกเขาไปอยู่ในหัวใจแฟนเพลงได้อย่างง่ายดาย