Bring Me The Horizon – กับพัฒนาการทางดนตรีที่น่าจับตามอง

Bring Me The Horizon – กับพัฒนาการทางดนตรีที่น่าจับตามอง
S! Music (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ยุคนี้หากเอ่ยชื่อ Bring Me The Horizon วงร็อกขวัญใจวัยรุ่นจากเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ คงไม่มีใครแทบไม่รู้จัก หลังออกอัลบั้มแรก Count Your Blessings ในปี 2006 จนมาถึง That’s The Spirit อัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อปีที่แล้ว ถือได้ว่าพวกเค้าเป็นวงดนตรีที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากวงเดธคอร์สุดโหดคนดูหลักร้อย สู่วงร็อกระดับสนามกีฬาคนดูเฉียดแสน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย โอเค! เตรียมใจให้สบายเราจะพาทุกไปรู้จักกับพวกเค้ากันครับ



2006 – 2008 : Count Your Blessings สู่ Suicide Season
ช่วง 2 อัลบั้มแรกของวงตามสไตล์วัยรุ่นเลือดเดือด ย่อมมีความเป็น เดธคอร์ อยู่มาก มีบ้างที่อาจจะใส่ เมทัลคอร์ สลับกับ โพสต์ฮาร์ดคอร์ ลงไปนิดหน่อย ความเด่นของวงจึงอยู่ที่เสียงสำรอกราวคอจะแตกของอีตา ‘โอลิเวอร์ ไซคส์’ นักร้องนำ พร้อมริฟฟ์กีต้าร์สุดแสบสลับกับเสียงกระเดื่องสุดโหด นอกจากนี้ หลายๆ เพลงยังมีท่อนเดือดสุดฮิตติดหู ทำให้การเปิดตัวของวงในตอนนั้นถือว่าน่าจดจำ โด่งดังกันทั่ววงการหูเหล็กในตอนนั้นเลยทีเดียว

พูดไปอาจหาว่าโม้ แต่ต้องลองฟัง Diamonds aren’t forever หนึ่งในเพลงชาติของวง เริ่มต้นด้วยเสียงสำรอกสุดโหด ที่นอกจากติดหูแล้วยังปลุกระดมคนดูให้ลุกออกมาโดดได้ดีทีเดียว แถมยังเฟี้ยวด้วยท่อนเบรกดาวน์ชวนโยก ดีกรีความหนักกะโหลกต้องบอกว่าสุดติ่ง!



คลิกฟังเพลง Diamonds aren’t forever – Bring Me The Horizon




2010 : There Is A Hell Believe Me I've Seen It. There Is A Heaven Lets Keep It A Secret.
อัลบั้มชุดที่ 3 พร้อมชื่อสุดยาว เป็นผลงานที่ยกระดับวงไปอีกขั้น แม้กลิ่นอาย เดธคอร์ เมทัลคอร์ อาจจะจางลงไป แต่ถูกทดแทนไว้ด้วยเพลงบัลลาร์ดที่สวยงาม พร้อมตามด้วยการเรียบเรียงเพลงที่มีมิติ ผ่อนหนักเบา ไม่ได้เอามันส์เข้าว่าอย่างแต่ก่อน ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงวุฒิภาวะทางดนตรีที่โตขึ้น ส่งให้อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น It Never Ends, Alligator Blood, Crucify Me, Anthem และ Don’t Go โดยนี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คนวงกว้างต้องเหลียวมอง Bring Me The Horizon กันเป็นแถว

เพลงแนะนำประจำชุดนี้ ‘Blessed with a curse’ กับบัลลาดสุดงาม ภาคร้องสาดด้วยเสียงแตก พร้อมมีท่อนโซโล่สวยๆ จาก ‘ลี มาเลีย’ มาช่วยกดอารมณ์ให้จมดิ่งลงไป แม้ไม่ใช่แฟนเพลงสายหนัก ไม่มากก็น้อยต้องหลงรักเพลงนี้อย่างแน่นอน



คลิกฟังเพลง Blessed with a curse – Bring Me The Horizon


2013 : Sempiternal
สุดยอดอัลบั้มที่เขย่าวงการร็อกทั่วโลก ด้านตัวเลขต้องถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดของวง ด้านกล่องเองก็ใช่ย่อย เพราะอัลบั้มนี้ได้แผ่นเสียงทองคำในออสเตรเลีย และแผ่นเสียงเงินในสหราชอาณาจักร ทั้งยังไต่ไปถึง Billboard ชาร์จอันดับที่ 11 พร้อมได้เล่นคอนเสิร์ตในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษอย่าง ‘Wembley Stadium’ นี่ถือเป็นการผงาดขึ้นมาบนดนตรีกระแสหลักได้อย่างเต็มตัว โดยอัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้สมาชิกใหม่อย่าง ‘จอร์แดน ฟิช’ มือคีย์บอร์ด ที่นอกจากจะเข้ามาดีไซน์เสียงอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แล้วยังช่วยในด้านเนื้อร้องอีกด้วย แถมยังมี ‘เทอรี่ เดท’ โปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่มากฝีมือที่ฝากผลงานไว้กับวงดังๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Deftones, Pantera, Slipknot รวมไปถึง Dream Theater มาช่วยกำกับดูแลทำให้อัลบั้มนี้หมดห่วงเรื่องคุณภาพของเพลงอย่างแน่นอน

สำหรับตัวเพลงต้องบอกเลยว่าอย่างแจ่ม! ทั้งดนตรีสุดเฉียบ เนื้อร้องสุดงาม ทำนองติดหู และรายละเอียดอีกมากไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องสาย ไลน์ร้องประสาน หรือซาวน์สังเคราะห์เพราะๆชวนฟัง รวมทั้งวิธีการร้องที่เปลี่ยนไปของโอลิเวอร์ ที่เน้นเสียงคลีนมากขึ้น สำรอกน้อยลง ทำให้ฟังง่ายกว่าแต่ก่อน ซึ่งนี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฐานแฟนเพลงขยายไปกว้างกว่าเดิม ที่สำคัญคุณภาพการบันทึกเสียงที่บอกเลยว่าเนี้ยบมาก หากได้หูฟังหรือลำโพงเจ๋งๆ รับรองขึ้นสวรรค์!


อัลบั้มนี้เราอยากแนะนำทุกเพลง ไล่ตั้งแต่ Shadow Moses, Can You Feel My Heart, Sleepwalking พร้อม 2 เพลงสุดเดือดอย่าง Antivist, The House of Wolves และอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่อยากให้ลองพิสูจน์ด้วยหูตัวเองกับอัลบั้มร็อกน้ำดีชิ้นนี้ครับ


คลิกฟังเพลงจากอัลบั้ม Bring Me The Horizon – อัลบั้ม Sempiternal


2015 : That’s The Spirit
ล่าสุดกับอัลบั้มชุดที่ 5 ซึ่งทำแฟนเพลงทั่วหล้าอ้าปากค้างกันมาแล้ว กับสไตล์ดนตรีที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เสียงสำรอกสมัยก่อนแทบจะหดหายไป เหลือเพียงเสียงคลีนสดใสไพเราะเสนาะหู ด้านตัวเพลงลึกลับน่าค้นหา กลมกล่อมด้วยดนตรีหลากแนว ไม่ว่าจะเป็น ร็อก ป๊อป ซินธิไซเซอร์ แน่นอนว่าเบรกดาวน์หนักๆ และเครื่องสายเพราะๆ ยังคงมีอยู่ โดยส่วนตัวเราชอบอัลบั้มนี้มากกว่าทุกชุด อาจเพราะความสุกงอมทางดนตรีที่พอดิบพอดี ทำให้อัลบั้มนี้มันฟังสนุก และอร่อยหูที่สุดสำหรับเรา อีกทั้งกระแสตอบรับในด้านยอดขายไม่ว่าจะออนไลน์หรือแพ็คเกจยังประสบความสำเร็จอีกด้วย

หลังเจอเพลงหนักๆกันมานาน เราขออนุญาตแนะนำ ‘Oh No’ เพลงที่แสดงให้เห็นถึงความทะเยอะทะยานทางดนตรีของวงในอัลบั้มนี้มากที่สุด และทุกคนต้องสะดุดใจอย่างแน่นอน ว่าวงเดธคอร์เมื่อตอนนั้นมันหายไป!?



คลิกฟังเพลง Oh No – Bring Me The Horizon

 


และในชุดนี้เองที่ทางวงได้ยกระดับการแสดงสดไปอีกขั้น หลังขึ้นเป็นเฮดไลน์ตามเทศกาลดนตรีร็อกทั่วโลก และได้โดดไปเล่น Glastonbury สุดยอดเทศกาลดนตรีเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีทัวร์คอนเสิร์ตระดับสนามกีฬาทั่วยุโรปอีกต่างหาก ยังไม่พอ! พวกเค้ายังจัดคอนเสิร์ตร่วมกับออเคสตร้าเต็มวงที่ ‘Royal Albert Hall’ หอแสดงดนตรีสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงลอนดอนอีก เรียกได้ว่า Bring Me The Horizon สยายปีกในดนตรีกระแสหลักของโลกได้อย่างสวยสดงดงามเลยทีเดียว


จากวงเดธคอร์คนดูหลักร้อย สู่วงร็อกระดับโลกคนดูเรือนแสน เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงสู่ความสำเร็จของวงคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการ ‘ไม่หยุดพัฒนา’ พวกเค้าไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ขยันเรียนรู้เพิ่มเติมแนวดนตรีต่างๆลงไป บนทางสายดนตรีที่ยังยาวไกล เราเชื่อว่า ‘Bring Me The Horizon’ ยังจะมีอะไรใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์เราไปอีกนานแน่นอนครับ

“เราไม่ได้เปลี่ยนไปทำเพลงเพื่อที่จะให้มันโด่งดังในวิทยุ เรายังเหมือนเดิม เราชอบเพลงป๊อป ติดหู และก็ยังชอบเพลงร็อกที่หนักหน่วงอยู่ ดังนั้นเราแค่ทำเพลงที่เราชอบ เรารัก และเรารู้สึก”
โอลิเวอร์ ไซคส์

Story : พิทักษ์ จันทร์พลงาม

ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค BRING ME THE HORIZON