มาดอนน่า หญิงเหล็กแห่งวงการเพลงป๊อป โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

มาดอนน่า หญิงเหล็กแห่งวงการเพลงป๊อป โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

มาดอนนา หญิงเหล็กแห่งวงการเพลงป๊อป

โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

 

ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ศิลปินระดับบิ๊กเนมแวะมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราแทบจะนับหัวได้ ซึ่งล้วนแต่เป็นรายที่ไม่คิดว่าจะได้ดู หรือคาดไม่ถึงว่าจะมาเล่นบ้านเราได้ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล แจ๊กสัน เอริก แคลปตัน The Eagles Pet Shop Boys และล่าสุด มาดอนนา ที่จะเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราวันที่ 9-10 ก.พ.ที่จะถึงนี้แล้ว

 

ไม่ง่ายเลยที่ศิลปินสักรายหรือสักวงจะมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 30 ปี จะมีใครคาดคิดว่าสาวกระโปรงบานที่ร้องเพลงป๊อปแดนซ์อย่าง Lucky Star, Borderline หรือ Holiday ในปี 1983 จนกลายมาเป็นหญิงเหล็กผู้อื้อฉาวแห่งยุคไปได้ เธอมีเครดิตทั้งสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และทำตัวให้ผู้คนติฉินนินทาได้เรื่อยๆ แต่เราก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ชื่อเสียงและผลงานเพลงของเธอไม่เคยต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น รวมทั้งบารมีที่สามารถดูดกับเพื่อนร่วมวงการระดับพ่อมดมาร่วมงานได้ชนิดที่เจ้าตัวไม่ต้องคิดนานเลย เริ่มจาก Jellybean (Madonna 1983) Nile Rogers (Like a Virgin 1984) Patrick Leonard (True Blue 1986) William Orbit (Ray of Light 1998) Mirwais Ahmadzai (Music 2003) Price (Confession on a Dance Floor 2005) หรือแม้แต่ Mike Dean Kanye West และ Mike Tyson ที่มาเป็นแขกรับเชิญในอัลบัมล่าสุด Reble Heart (2015) ของเธอ

 

ชีวิตของเธอเหมือนรถไฟเหาะที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ประสบความสำเร็จมากมาย อีกทั้งสร้างเรื่องฮือฮาอื้อฉาวในวงการไว้ไม่น้อย มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ใครจะเคยคิดมาก่อนว่า เธอจะกล้าทำได้ขนาดนั้น

ในยุค 80s จากสาวนักร้องเพลงป๊อปแดนซ์ธรรมดาที่ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืนจากอัลบัม Madonna ก้าวไปสู่นักร้องเพลงป๊อประดับโลกด้วย Like a Virgin เป็นช่วงทศวรรษที่ทำให้เธอกอบโกยทั้งชื่อเสียงและเงินทองจนกลายเป็น ราชินีเพลงป๊อป ตีคู่กับไมเคิล แจ๊กสัน ราชันเพลงป๊อป มีซิงเกิลอันดับ 1 ในอเมริกาหลายเพลง อาทิ Like a Virgin, Crazy for You, Papa Don’t Preach, Open Your Heart, Like a Prayer

 

ย่างเข้ายุค 90s ผันตัวเองเป็นสาวห้าวและสลัดรูปแบบของสาวป๊อปแดนซ์ทิ้งไปสิ้น หันมาทำเพลงประกอบภาพยนตร์รวมทั้งร่วมแสดงด้วย แต่ที่อื้อฉาวที่สุดก็คือ ออกหนังสือชื่อ Sex ที่รวมภาพในแบบไม่เซ็นเซอร์ของเธอ จนถูกแบนในหลายประเภท และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแง่ลบ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของเธอลดลง ขณะเดียวก็เปิดบริษัทของตนเองชื่อ Maverick ที่มีบริษัทย่อยเป็นค่ายเพลงชื่อ Maverick Records และบริษัททำภาพยนตร์ชื่อ Maverick Films อีกด้วย

 

ยุค 2000 ผลงานของเธอเป็นอีเลกทรอนิก ป๊อป แดนซ์เต็มตัวจากผลพวงที่ได้ร่วมงานกับดีเจ, โปรดิวเซอร์, นักดนตรีแนวนี้เป็นหลัก เธอเป็นศิลปินที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ โดยเฉพาะกับการพัฒนาผลงานของตัวเองให้ก้าวหน้าตลอดเวลา การเล่นคอนเสิร์ตก็เช่นกัน เธอคิดค้นท่าเต้น เลือกทีมแดนเซอร์ ออกแบบเครื่องแต่งกาย ตลอดจนเรียบเรียงเพลงของตนเองใหม่ให้แตกต่างจากเวอร์ชันที่ฟังจากอัลบัม เหล่านี้เองที่เป็นเคล็ดไม่ลับและสิ่งที่เธอปฏิบัติมาตลอดอาชีพ คอนเสิร์ตของเธอที่กรุงเทพฯ แฟนเพลงจะได้พบกับความอลังการ งดงาม น่าประทับใจอย่างแน่นอน แล้วมาตามดูกันว่าเธอจะเล่นเพลงที่คุณอยากฟังครบถ้วนไหม แล้วมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนเพลงกันบ้าง

 

3 สาวแกร่งแห่งวงการดนตรีที่ยังมีชีวิตอยู่

 

01 Madonna

ผู้ปฏิรูปวงการเพลงป๊อปในยุค 80s ถึงยุค 2000 ด้วยสไตล์ดนตรีที่หลายหลาก แต่ไม่ทิ้งรากเหง้าของตนเอง ก่อตั้งบริษัทของตนเองและทำธุรกิจในแวดวงดนตรีและภาพยนตร์

 

 

02 Sinead O’Conner

นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวไอริชที่โด่งดังจากเพลง Nothing Compares 2 U ที่ภายหลังหันมาอุทิศตนให้ศาสนาโดยบวชเป็นพระ และเป็นตัวจักรสำคัญกับองค์การต่อต้านการทารุณกรรมเด็กและสิทธิสตรี

 

03 Courtney Love

เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในฐานะสมาชิกวง Hole และสำคัญกว่านั้นคือภรรยาของเคิร์ต โคเบน นักร้องวง Nirvana ผู้ล่วงลับ รวมทั้งเลี้ยงดูฟรานซิส บีน โคเบนตามลำพัง เธอแต่งเพลงหลักให้ Hole ซึ่งเนื้อหาล่อแหลม เกี่ยวกับเซ็กซ์ การเสพยา และฆ่าตัวตาย

 

____________________________

สั้นๆเกี่ยวกับผู้เขียน



นักเขียนประจำบก.นิตยสาร Music Express ตั้งแต่ปี 2527-2537
บก.บห.นิตยสาร Crossroads ตั้งแต่ปี2537-2544
บก.บห.นิตยสาร Sound และ Metal Mag ตั้งแต่ปี2545-2548

ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านขายแผ่นเสียง Record Hunter เปิดกิจการตั้งแต่ 2552-ปัจจุบัน