[รีวิว] Low Season สุขสันต์วันโสด - ดูจบอยากไปดอย

[รีวิว] Low Season สุขสันต์วันโสด - ดูจบอยากไปดอย
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

หลังเห็นผีจนได้เรื่องแถมโดนหักอกจากซุปตาร์คนดัง หลิน (พลอยไพลิน ตั้งประภาพร)เลยหอบใจพัง ๆ เดินทางขึ้นเหนือสู่ดอยกิ่วแม่ปานจุดเริ่มต้นสัม พันธ์รักที่เพิ่งจบลงไป และในระหว่างทางเธอก็ได้พบกับ พุทธ (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มนักเขียนบทสุดกวนที่มาหาแรงบันดาลใจในการเขียนบทหนังผี โดยปลายทางของพุทธคือการไปหาพี่จเร (นาคร ศิลาชัย) ชายเห็นผีที่หลินสัมผัสได้ถึงความสยองลึก ๆ แถมพ่วงด้วยแก๊งใจพังแห่งโฮมสเตย์บนดอยทั้ง พี่โอม (โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) เจ้าของโฮมสเตย์โคตรติสท์ พี่อ้อม (อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) ผู้ช่วยดูแลพี่โอมที่หวังจะไม่โสดเพราะเธอมีใจให้เขา วิทยา (นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์) หนุ่มปากมากที่หลงรัก นุ่น (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร) สาวรุ่นพี่ขี้เมา เมื่อคนใจพังมารวมกันในช่วงหน้าโลว์ซีซัน ความฮาแบบพัง ๆ จึงบังเกิด

หลังทิ้งห่างผลงานในนามสาระแนทั้งหลาย เป้-นฤบดี เวชกรรม ก็กลับมาอีกครั้งกับ Low Season หนังรักตลกมีผีที่แอบมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงหน้าโลว์ซีซันที่บรรยากาศไม่ได้ด้อยไปกว่าหน้าไฮแต่อย่างใด ซึ่งจุดที่ดึงผมสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นการนำพี่เปิ้ล นาคร กลับมาเจอกับ มาริโอ้ อีกครั้งนี่แหละ เพราะเคมีประหลาด ๆ ของทั้งคู่ใน สาระแนเห็นผี เคยทำให้คนดูหัวเราะกรามค้างมาแล้ว แต่กระนั้นในภาพรวมของ Low Season ก็ไม่ได้ไปทาง สาระแนเห็นผี เสียทีเดียวแม้จะมีองค์ประกอบคล้าย ๆ กัน แต่หนังก็เลือกจะไปในทางโรแมนติก และ เรื่องราวที่มีจุดศูนย์กลางที่การรวมตัวคนอกหัก คนพัง ๆ ซึ่งจุดเด่นที่สุดของบทหนังก็อยู่ที่การสร้างคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องราวที่เดินไปอย่างมีทิศทางเพราะขณะที่การเล่าเรื่องของมันไม่อาจทำให้คนดูเอาใจช่วยหรือหาเหตุผลให้รักตัวละครนำทั้งสองได้แล้ว การใส่ซีนเห็นผียังดูไม่เข้าพวกและเพิ่มความน่ารำคาญให้หนังเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากใครคาดหวังจะได้ดูหนังรักจี๊ด ๆ ก็ยังคงไม่ตอบสนองนักและพาร์ตโรแมนติกของหนังก็ไม่ทำงานอย่างที่คาดหวังเท่าไหร่ แต่หากหวังความฮาจากคาแรกเตอร์ประหลาด ๆ อันนี้เชื่อมือเป้ นฤบดี ได้เลย

WHAT THE FACT รีวิว สุขสันต์วันโสด WHAT THE FACT รีวิว สุขสันต์วันโสด

ว่ากันตามตรงเลยคือคาแรกเตอร์นำของหนังอย่าง หลิน และ พุทธ นี่ก็คือสต็อกคาแรกเตอร์ (ลักษณะตัวละครที่เราคุ้นเคย เห็นซ้ำ ๆ​) ที่หนังพยายามเติมความประหลาดเข้าไปทีละเล็ก ทีละน้อย เริ่มจาก หลิน หญิงสาวใจพัง อกหัก อันนี้ไม่บอกก็รู้เลยว่าเป็นการดึงคาแรกเตอร์ส่วนหนึ่งมาจาก พลอยไพลิน เจ้าของเพจ พลอยเรียนจบแล้วทำอะไรต่อ? ที่เน้นคาแรกเตอร์สาวลุยแต่กำลังค้นหาตัวตนมาผสานกับความสามารถเห็นผี ที่ถือเป็นมุกเด็ดของเรื่อง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเสน่ห์สไตล์สาวแว่นของเธอช่วยกลบแอ็กติงที่ดูใหญ่โตและไม่ค่อยเข้าพวกได้แนบเนียนอยู่เหมือนกัน ส่วนบท พุทธ ของ มาริโอ้ เมาเร่อ ก็ถือเป็นการทดสอบคาแรกเตอร์ที่เป็น เดอะแบก ของหนังอย่างแท้จริง เพราะทุกฉากที่โอ้ปรากฎตัวคือหนังจะไม่มีจังหวะที่เอื่อยเฉื่อยแต่อย่างใดและยังพอจะเจือความโรแมนติกให้สาว ๆ ได้ฟินอยู่บ้าง ตรงข้ามกับฉากอกหักของหลินที่พลอยไพลินยังแสดงแบบไม่มีอินเนอร์อะไรนักเน้นร้องไห้เป็นหลักอย่างเดียว แต่ก็แอบเสียดายว่าหนังเองก็ยังใช้ความสามารถของนักแสดงคุณภาพอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ ได้ไม่คุ้มค่าเท่าใดนักเพราะหนังต้องไปให้เวลากับบรรดาตัวละครสมทบ อีกทั้งพาร์ตโรแมนติกของทั้งคู่ยังเริ่มง่ายจบง่ายแค่คนอกหักมาสปาร์คกันเฉย ๆ เราเลยไม่รู้สึกนำพาหรือลุ้นอยากให้ทั้งคู่รักกันเหมือนหนังรักเรื่องอื่น ๆ

WHAT THE FACT รีวิว สุขสันต์วันโสด WHAT THE FACT รีวิว สุขสันต์วันโสด

แน่นอนว่าจุดแข็งของหนังอาจไม่ใช่บทที่เขียนมาอย่างดี หรือ อารมณ์โรแมนติกปน ๆ สยองขวัญเหมือนที่ตัวอย่างหนังพยายามบิลต์เรานัก แต่เป็นในส่วนของตัวละครสมทบที่ เป้ นฤบดี พยายามประเคนฉากฮา ๆ ให้ต่างหาก สำหรับ พี่เปิ้ล นาคร นี่ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะนี่แหละ MVP ของหนังเลย บทพี่จเรที่เหมือนถอดมาจากหนัง สาระแนเห็นผี สามารถทำคนดูกรามค้างได้ตลอดแถมยังขำแทบเสียสติทุกฉากที่ปรากฎตัว ส่วน อ้น ศรีพรรณ กับ โจ๊ก อัครินทร์ ก็ถือเป็นมืออาชีพทางการแสดงอยู่แล้ว แม้หนังให้เวลาทั้งคู่ไม่เยอะก็ยังอุตส่าห์มีซีนกับเขาโดดเด่นอยู่เหมือนกัน แต่ที่ต้องถือเป็นเซอร์ไพรส์ของหนังมากคือการมีอยู่ของ โฟร์ ศกลรัตน์ ที่แม้คาแรกเตอร์ของเธอจะเสี่ยงกับการสร้างความน่ารำคาญแค่ไหน แต่ให้ตายเถอะ เราเชื่อเลยว่าหนุ่ม ๆ คงไม่อาจละสายตาเธอได้จริง ๆ ยิ่งฉากกินเหล้าเมามายแล้วพูดคำหยาบนะยิ่งทำให้เธอดูฮอตจนในใจแอบร้องเพลง โรคหัวใจกำเริบ เลิฟฟฟฟฟ เลยทีเดียวแหละ 5555. ส่วน นิกกี้ ณฉัตร ก็ถือเป็นความฉลาดของผู้กำกับที่เน้นให้เขาทำอะไรแป๊ก ๆ แล้วก็ได้ทำคนดูฮาทุกทีจริง ๆ

โดยภาพรวมแล้ว Low Season สุขสันต์วันโสด ก็ถือเป็นงานเบาสมองดูสบายที่เราต้องไม่ไปจ้องจับผิดกับตรรกะหนังใด ๆ เลยถึงจะดูได้สนุก แม้หนัง 2 ชั่วโมงเรื่องนี้อาจจะยังมีพลอตไม่แข็งแรง แต่ด้วยเสน่ห์ของนักแสดงก็พอทำให้เราพร้อมเดินทางขึ้นดอยไปเจอผีกับพวกเขา จนบางทีดูหนังจบหลายคนอาจวางแผนเที่ยวเหนือสัมผัสความงามยามไร้ผู้คนพุกพล่านกันหลังออกจากโรงเลยทีเดียว