[รีวิว] Show Me The Way to The Station-ขยันบิวท์ หนักเค้นน้ำตา แต่แฝงปรัชญาไว้ลึกซึ้ง

[รีวิว] Show Me The Way to The Station-ขยันบิวท์ หนักเค้นน้ำตา แต่แฝงปรัชญาไว้ลึกซึ้ง
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

ชีวิตของ ซายากะ (ชิเสะ นิอิตสึ) สาวน้อยวัย 8 ขวบที่ถูกเพื่อนรังเกียจพลันสดใสขึ้นหลังได้พบกับเจ้า ลู สุนัขชิบะขี้อ้อนที่เข้ามาเติมเต็มมิตรภาพและความผูกพันจนการหายตัวไปของมันได้สร้างรูโหว่ในใจของซายากะจนไม่อาจหลุดพ้นวังวนความเศร้าของการสูญเสียได้ แต่ไม่นานเธอก็ได้พบ รูธ เจ้าหมาสีดำในที่โปรดของเธอกับลู และมันก็พาเธอไปพบกับ คุณลุงฟูเสะ (โยชิ โออิดะ) เจ้าของร้านคาเฟ่แจ๊ส Ladybug ที่ยังทำใจยอมรับการสูญเสียลูกชายไปไม่ได้ และจากมิตรภาพต่างวัยของทั้งคู่ก็นำพาให้เกิดการเดินทางเพื่อตามหาส่วนที่ขาดหายของกันและกัน

ตัวหนังดัดแปลงจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ ชิซึ อิจูอิน ที่ได้รับรางวัลนาโอกิ รางวัลด้านวรรณกรรมของญี่ปุ่น แต่กระนั้นก็ต้องบอกว่าการที่มันดัดแปลงจากเรื่องสั้นที่อาจไม่ได้มีเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งกลวิธีการเล่าแบบวรรณกรรมก็อาจพึ่งพาการดัดแปลงเพื่อเอามาเล่าในสื่อภาพยนตร์อย่างหนักหน่วงอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงได้เห็นการพยายามเพิ่มและปะผุเรื่องราวให้มันกลายเป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวพันกันและร้อยรัดจนเกิดฉากดรามามากมาย ซึ่งในแง่ของการที่มันพยายามขายหน้าหนังให้เป็นหนังเรียกน้ำตา มันก็ประสบความสำเร็จพอประมาณแต่ก็แอบมีบางจุดที่มันเล่าแบบลากยาวจนมีช่วงที่น่าเบื่ออยู่บ้าง แถมการพลิกแนวจากหนังดรามาที่ดูสมจริงไปสู่การเป็นแฟนตาซีตามฉบับวรรณกรรมในตอนท้ายก็ดันสุดโต่งเกินไปหน่อยอีกด้วย

WHAT THE FACT รีวิว Show Me The Way To The Station

การที่หนังไปเล่าเรื่องวนอยู่รอบ ๆ ตัวซายากะเองก็ทำให้หนังพยายามเล่นท่ายากในการเล่าเรื่องอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการที่ต้องดึงคนดูให้อินกับทั้งชีวิตบัดซบที่โรงเรียนของซายากะที่พยายามชูการถูกบุลลีเป็นต้นเหตุที่เธอไปผูกสัมพันธ์กับหมาชิบะอย่างลูแต่พาร์ตที่เป็นการถูกบูลลีก็ดันบอกเล่าอย่างรวบรัดมากจนเราไม่ทันได้ซึมซับหรือสงสารเธอมากพอแถมหนังยังเพิ่มเรื่องราวของคนรอบข้างที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความผูกพันธ์กับเจ้าลูอย่างเดียวแต่ยังพาเราไปเจอคนในครอบครัวโดยเฉพาะคุณปู่ที่มีพาร์ตเล็ก ๆ อย่างเรื่องการทำใจจากการสูญเสียคุณยายโดยที่หนังแทบไม่ได้มีฉากที่เล่าเรื่องที่มาที่ไปของความสัมพันธ์ทั้งคู่มาก่อน หรือกระทั้งการให้เธอไปเจอกับ คุณลุงฟูเสะ และเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่มีทั้งถูกไล่ออกจากร้านเพราะไปจี้ปมเรื่องลูกชายจนคุณลุงต้องตามมาง้อเธอยังที่โปรดเดิมของเธอกับลู ที่ยิ่งดูก็ยิ่งเพิ่มคำถามด้านตรรกะในการเล่าเรื่องอยู่ตลอดทางของหนัง

ซึ่งในส่วนนี้ต้องยอมรับว่าหากใครต่อไม่ติดกับหนังคงหลุดและไม่อยากดูต่อเลย ยังดีที่หนังได้งานภาพสวย ๆ ระหว่างซายากะ กับ เจ้าลู ที่หล่อเลี้ยงอารมณ์และรอยยิ้มคนดู จนถึงประคองมวลความผูกพันธ์คนกับหมาไว้คอยดึงคนดูไว้ และการแสดงดี ๆ คอยประคองหนังไว้จนหลายเหตุการณ์ที่ดูไร้เหตุผลค่อย ๆ มาสัมผัสใจคนดูทีละน้อย ซึ่งถือเป็นทักษะที่หาตัวจับยากพอสมควรของผู้กำกับ นาโอกิ ฮาชิโมโต ที่ต้องมาเล่าดราม่าคนกับหมาแถมพลิกไปแฟนตาซีดรามาเรียกน้ำตาในตอนท้ายอีก

การแสดงของ ชิเสะ นิอิตสึ ลูกสาวของ มาโกโตะ ชินไค ผู้กำกับอนิเมชันชื่อดังมาถ่ายทอดการเรียนรู้ชีวิตของ ซายาเกะ ที่ไม่ได้มีแค่ความผูกพันธ์แต่ยังต้องทำใจรับการลาจากให้ได้ช่วยหนังไว้ได้มากโขและผู้กำกับก็ใช้งานน้องหนักเหลือเกิน เพราะตลอดเรื่องนอกจากจะต้องยิ้มและร้องไห้ประหนึ่งคนเป็นไบโพลาร์แล้ว น้องชิเสะยังต้องวิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง เพื่อให้ตากล้องถ่ายภาพสโลว์โมชันสุดสะเทือนอารมณ์อีก แถมยังรับส่งอารมณ์กับ โยชิ โออิดะ ได้อย่างกลมกลืนและเรียกน้ำตาคนดูได้อย่างราบคาบเลยทีเดียว

โดยภาพรวมแล้ว Show Me The Way to The Station น่าจะถูกใจคอหนังญี่ปุ่นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะสายแข็งที่ดูหนังญี่ปุ่นย่อยยาก ๆ มาก่อน แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าหนังจะไม่มีอะไรมาดึงคนดูเลย อย่างน้อยการแสดงของ ชิเสะ นิอิตสึ และ ความน่ารักของเจ้าหมาชิบะอย่าง ลู ก็น่าจะกุมหัวใจคนดูได้ไม่ยาก แถมใครไม่เคยร้องไห้ในโรงหนังลองมาพิสูจน์ความแข็งแกร่งของหัวใจได้เลยครับ