Bombshell อย่าทำ “แม่” กริ้ว เพราะพวกนางจะแฉ! ให้วอดวาย

Bombshell อย่าทำ “แม่” กริ้ว เพราะพวกนางจะแฉ! ให้วอดวาย

ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงสุดอื้อฉาวในปี 2016 เมื่อบรรดาสาวๆที่ทำงานในช่อง Fox News ตัดสินใจต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง เพื่อล้มยักษ์ใหญ่ผู้เป็นประธานบริหารลงมา เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน กับองค์กรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรอนุรักษ์นิยมขั้นสุดอย่าง Fox News

 

 

2016 ปีแห่งความฉาว

 

กลางฤดูร้อนปี 2016 เกร็ทเชน คาร์ลสัน (นิโคล คิดแมน) พิธีกรและผู้ดำเนินรายการ Fox & Friends ที่ถูกไล่ออกจากบริษัทอย่างกะทันหัน เธอตัดสินใจจะฟ้องร้องโรเจอร์ เอลส์ (จอห์น ลิธโกว์) ผู้ก่อตั้ง Fox News ด้วยข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ในช่วงแรกดูเหมือนไม่มีใครจะยืนหยัดเพื่อช่วยเหลือเกร็ทเชนเลยสักคน เพราะคนในองค์กรต่างก็เป็นห่วง “หน้าที่การงาน” ของตัวเอง แถมโรเจอร์ก็ขึ้นชื่อในเรื่องการใช้อิทธิพลและเส้นสายในวงการสื่อเพื่อจัดการทุกปัญหา

 

เวลาผ่านไปแค่เพียง 16 วัน โรเจอร์กลับตกจากบัลลังก์ที่เขาสร้างขึ้นมา เพราะบรรดาเหยื่อที่ต่างก็ตบเท้าเข้ามาพูดความจริงสุดฉาวที่เกิดขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือเมกิน เคลลี่ (ชาลิซ เธอรอน) พิธีกรหญิงคนดังประจำช่อง Fox News เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่บรรดาหญิงสาวที่ทำงานในบริษัทนี้เท่านั้น แต่มันยังลุกลามบานปลายจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการที่ผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศ และในปีต่อมา อย่างปี 2017 ในเดือนตุลาคมหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์ ได้ตีพิมพ์ข่าวฉาวเรื่องการเจ้าพ่อแห่งฮอลลีวู้ดอย่าง ฮาร์วี ไวน์สตีน ล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงหลายๆ คนในวงการบันเทิง จากเรื่องที่หลายๆ คนมองข้าม จนลุกลามเป็นกระแสระดับโลกจนเกิด #MeToo นั่นเอง

 

 

ชาลิซ เธอรอนกับหน้าที่ในการผลักดันโปรเจ็ค Bombshell

 

หลังจากที่ชาลิซ อ่านบทหนังเรื่อง Bombshell ผลงานการเขียนของชาร์ลส แรนดอล์ฟ จบ เธอก็อาสารับหน้าที่ในการเป็นโปรดิวเซอร์หนังอย่างทันที เพราะเธอรู้ว่านี่คือหนังดราม่าชั้นดี สิ่งที่ทำให้เธอชอบมากยิ่งขึ้นคือบทหนังเรื่องนี้เขียนโดยผู้ชาย ซึ่งประเด็นที่ถูกสื่อสารในหนังนั้นชี้ให้เห็นว่าประเด็นที่เกิดขึ้นนั้นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างไรบ้าง

 

แม้ประเด็นในเรื่องจะเริ่มต้นจากในวงการข่าวโทรทัศน์ แต่สิ่งที่ Bombshell นำเสนอลึกซึ้งไปกว่านั้น นั่นคือการที่ต่างคนต่างที่มา ได้ลุกขึ้นเพื่อท้าทายความไม่ยุติธรรม ซึ่งอันที่จริงแล้วในปี 2015 ชาลิซเคยร่วมแสดงเรื่อง North Country อันเป็นหนังที่ว่าด้วยคนงานเหมือนเพศหญิง ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน ซึ่งถือเป็นคดีล่วงละเมิดทางเพศคดีแรกในอเมริกา ทางด้าน Bombshell ไปไกลกว่านั้น เมื่อหนังได้พูดถึงวีรกรรมของผู้หญิงสามคนที่ตัดสินใจลากชายผู้กุมอำนาจลงมาจากบัลลังก์

 

อันที่จริงแล้วชาลิซ อยากจะกำกับ Bombshell ด้วยตัวเอง แต่เธออยากจะรับบทเป็นเมกินด้วย เธอจึงตัดสินใจที่จะส่งบทภาพยนตร์ให้กับผู้กำกับเพื่อนสนิทอย่าง เจย์ โรช อ่าน และเมื่อเขาอ่านบทจบ เขาก็อยากจะสร้างมันให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างทันที ด้วยความทุ่มเทของชาลิซทำให้หนังเริ่มเป็นรูปเป็นร่างภายในเวลาไม่นาน

 

 

การขุดคุ้ยเรื่องราวของมือเขียนบทและวิธีนำเสนอของผู้กำกับ

 

ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงแรนดอล์ฟ มือเขียนบทจะได้ยินบรรดาเพื่อนผู้หญิงคอยมาบ่นถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานบ่อยครั้ง จนกระทั่งปี 2016 ได้เกิดเหตุการณ์สุดฉาวกับองค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง Fox News และถ้าหากองค์กรระดับนนี้มีการล่วงละเมิดทางเพศ ที่ทำงานไหนๆก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้เช่นเดียวกัน เพื่อศึกษาแรงขับเคลื่อนของตัวละครสาวๆ แรนดอล์ฟจึงลงไปพูดคุยกับบรรดาผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน เพื่อนำมาพัฒนาบท

 

ทางด้านเจย์ โรซ พยายามหาวิธีในการเล่าเรื่องราวของสาวๆ ผ่านตัวตนที่เขาเป็นผู้ชายว่าจะออกมายังไง แต่สิ่งที่ยากคือ เขานึกภาพสิ่งที่ตัวละครจะต้องเผชิญหน้าในที่ทำงานแทบไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้เขามั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอหนังเรื่องนี้ออกมาได้ ไม่ใช่แค่ความไว้วางใจของชาลิซ แต่มันเป็นสิ่งที่ลึกๆแล้วตัวเจย์เองก็คาดหวังความเปลี่ยนแปลงในสังคมมากยิ่งขึ้น

 

 

การนำเสนอเรื่องราวผ่านสามตัวละคร

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ Bombshell จะนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดผ่านตัวละครเพียงตัวเดียว เมกินเป็นตัวละครหลัก เธอจะเป็นตัวละครที่พาผู้รู้จักกับโลกในเรื่อง เกรทเชนเป็นหัวใจของเรื่องเพราะเธอเป็นคนทำให้โลกได้รู้จักกับเหตุการณ์นี้เพราะการตัดสินใจเยี่ยงวีรสตรีของเธอ และเคย์ล่า (มาร์โกต์ ร็อบบี้) เป็นเหมือนศูนย์รวมอารมณ์ต่างๆ ของเรื่อง เป็นคนที่จะเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกระหว่างคนดูและตัวหนัง ระหว่างที่เธอต้องเจอกับการละเมิดครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องของเคย์ล่าเป็นเรื่องที่เราเคยได้ยินกันน้อยที่สุด เรื่องราวของผู้หญิงที่ยอมจำนนต่อการละเมิด และมันส่งผลต่อชีวิตเธอย่างไร มันค่อนข้างล่อแหลม ตัวเจย์เองไม่อยากจะผลักภาระไปให้คนที่เจอเรื่องนี้มาจริงๆ เขาเลยสมมุติตัวละครนี้ขึ้นมา

 

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทีมงานต้องการสำรวจคือการคุกคามทางเพศสามารถมาได้หลากหลายรูปแบบเพียงใด ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนขั้นอาจถือว่าเป็นอาชญากรรม  ใน Bombshell จะมีการคุกคามเป็นสิบประเภทในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเนียนมานวดหลังหรือขอมีสัมพันธ์ทางเพศโดยตรงเพื่อแลกกับตำแหน่งก็ตามที