Dracula 2020: ผีดิบเควียร์ในโลกทินเดอร์

Dracula 2020: ผีดิบเควียร์ในโลกทินเดอร์

ซีรีส์ใหม่ที่สร้างโดย BBC และเพิ่งลง Netflix ไปเมื่อสุดสัปดาห์ Dracula เวอร์ชันปี 2020 เป็นหนังชุดสามตอนที่สามารถปัดฝุ่น ร่ายมนตร์ เรียกผี และ “อ่าน” ตัวละคร Dracula ดั้งเดิมด้วยแว่นขยายใหม่ที่น่าตื่นเต้นไม่เบา ทั้งด้วยแว่นเพศวิถี แว่นอัตลักษณ์ และแว่นแห่งโลกสมัยใหม่ที่มนุษย์ใช้ชีวิตราวกับจะไม่รู้จักความตาย สามตอนของ Dracula ชุดใหม่นี้ยาวตอนละ 90 นาที นี่จึงเปรียบเสมือนหนังไตรภาคที่ดูจบได้ในคืนเดียว แนะนำมากๆ

แว่บแรกผู้เขียนก็ลังเล ว่าใครจะทำอะไรใหม่กับ Dracula ได้อีก หนังต้นตระกูลผีดิบวินเทจ จะสดใหม่ได้อย่างไรในยุคที่เราท่วมท้นไปด้วยหนังและซีรีส์ซอมบี้มากมาย ตัวละครเคาท์แดรกคิวลาที่เขียนโดย บราม สโตเกอร์ ตั้งแต่ปี 1897 ถูกสร้างเป็นหนังผ่านมาหลายยุค ตั้งแต่ยุคหนังผีอังกฤษที่นำแสดงโดย คริสโตเฟอร์ ลี ถึงยุคฮอลลีวูดทศวรรษ 90 ที่มี แกรี่ โอลด์แมน เป็นแดรกคิวลา (ร่วมแสดงกับคีนู รีฟ) และกำกับโดย ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา และยังมีหนังแวมไพร์ (อย่าลืมว่าแดรกคิวล่าคือเจ้าชายแห่งแวมไพร์) อีกมากมายหลายเจ้าทั้งที่สร้างจริงจังและทำแบบเล่นทาง อย่าง Twilight Saga หรือ Underworld ไม่รวมกระทั่งหนังการ์ตูนอย่าง Hotel Transylvania และหนังทีวีอื่นๆ เกร่อกันขนาดนี้แล้ว คนสร้างจะหาองศาใหม่ให้กับเรื่องเล่าที่คนชาชินไปทางไหนได้อีก

คำตอบคือทำได้ และทำได้ดีด้วย ประการแรก Dracula ใหม่นี้สั่นสะเทือนวงศาผีดิบด้วยการพลิกมุมแรงผลักดันทางเพศเสียใหม่ ว่าง่ายๆ เคาท์แดรกคิวล่าในหนังชุดนี้เป็นเกย์ ชอบดูดเลือดหนุ่มๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม การทำให้แดรกคิวล่าเป็น queer เช่นนี้ ทำงานได้ดีมากกับตัวละครที่แต่ไหนแต่ไรเป็นตัวแทนของอำนาจมืดฝ่ายชายโบร่ำโบราณที่กินผู้หญิงเป็นเหยื่อ อีกทั้งยังขับเน้นโลกียสภาพของตัวผีดิบ เลือดเนื้อ และการต่อกรระหว่างเพศได้อย่างแหลมคม ประการต่อมา หนังหารูปแบบในการเล่าราวที่คุ้นเคยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในตอนแรกของ Dracula ใหม่ เราเห็นหนังสยองขวัญโกธิคแบบดั้งเดิม เมื่อ โจนาธาน ฮาร์เกอร์ (จอหน์ เฮฟเฟอร์แมน) เดินทางไปยังปราสาทในทรานซิลเวเนียเพื่อทำธุรกรรมซื้อขายที่ดินกับท่านเคาท์แดรกคิวลา (แคลเอส แบง แสดงได้เข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันมาก) แต่กลับถูกจับขังไว้เพื่อให้ผีดิบตนนี้สูบพลังชีวิต กว่าจะหนีระเห็จออกมาได้และไปซ่อนตัวในสำนักชีก็แทบตาย ในตอนที่สอง หนังเปลี่ยนมาใช้รูปแบบของหนังสืบสวนปนสยองขวัญ เมื่อแดรกคิวลาพาตัวเองลงเรือข้ามมายังอังกฤษ และค่อยๆ ดูดเลือดผู้โดยสารทีละคนๆ ทำเอาเลือดสาดดาดฟ้าเรือและเกิดความวุ่นวายกลางทะเลเมื่อผู้โดยสารคิดว่ามีฆาตกรลึกลับซ่อนอยู่

ส่วนในตอนที่สาม ตอนที่พลิกความคาดหมายมาก เมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันและหนังแทบจะเป็นตอนหนึ่งของ Black Mirror ได้เลย เมื่อแดรกคิวลาฟื้นขึ้นมาในโลกที่เขาสามารถหาเหยื่อได้ในแอปฯ หาคู่ และนักวิทยาศาสตร์พยายามเอาเลือดของเขาไปศึกษา ก่อนที่หนังจะชวนให้เราทบทวนภาวะตัวตนของมนุษย์ในโลกสมัยใหม่และตีความตำนานแดรกคิวลาอย่างลึกซึ้ง (เช่นทำไมแดรกคิวลากลัวไม้กางเขน ทั้งๆ ที่ไม่กลัวพระเจ้า) การตีความนี้เกี่ยวข้องกับนิยามของความตายและการคงอยู่ในโลกที่ประสบการณ์ทุกอย่างของมนุษย์สามารถถูกจำลองขึ้นได้ผ่านเทคโนโลยี – ประสบการณ์ทุกอย่างยกเว้นความตาย

ทั้งหมดทั้งมวล Dracula เวอร์ชันปี 2020 ผสมความสยองเข้ากับตลกร้ายแบบอังกฤษ บทพูดที่เสียดสี – เสียดสีโลก และเสียดสีความไร้สาระของตำนานแวมไพร์ด้วย – และประสานตระกูลหนังผีโบราณเข้ากับประเด็นร่วมสมัยได้อย่างแนบเนียน

คู่ปรับของแดรกคิวลาในคราวนี้เป็นแม่ชีหญิง อกาธา แวน เฮลซิง (อกาธา น่าจะเป็นการล้อกับ อกาธา คริสตี นักเขียนนิยายสืบสวน เพราะแม่ชีอกาธากำลังสืบสวนเรื่องผีดิบ ส่วน แวน เฮลซิง ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นตระกูลนักล่าผี) น่าสนใจที่ว่าตั้งแต่สองสามนาทีแรก แม่ชีคนนี้ประกาศเลยว่าตนสงสัยในพระเจ้าและกำลังเสื่อมศรัทธาในศาสนา การต่อกรระหว่าง อกาธา กับ แดรกคิวลา ช่างสูสี สนุกสนาน ขบขัน เพราะทั้งคู่ใช้ทั้งสติปัญญา ความกระหายใคร่รู้ และคำพูดเชือดเฉือน นอกเหนือจากจะใช้แค่ลิ่มไม้ตอกอกหรือไม้กางเขนอย่างที่เราเห็นกันมาตลอดหลายสิบปี (อกาธา แสดงโดยดาราอังกฤษ ดอรี เวลส์)

เอาเป็นว่า ลองหาเวลาดูครับ ตอนแรกนี่รับรองว่าดูแล้วทั้งขนลุกและเกร็ง ตอนที่สองอาจจะนิ่งๆ ไปหน่อยแต่ก็สนุก ส่วนตอนที่สามนี่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดของบทและการสร้างมิติใหม่ให้กับนิทานปรัมปรา Dracula เควียร์ชุดนี้ ทำให้ผีดิบสมัยวิคทอเรียนกลับมามีชีวิตและความหมายในโลกแห่งทินเดอร์ได้อย่างสมภาคภูมิ

 

ชมตัวอย่างซีรีส์ Dracula ได้ ที่นี่

 

เกี่ยวกับผู้เขียน
ก้อง ฤทธิ์ดี
อัจฉริยะนักวิจารณ์ภาพยนตร์ นักเขียน นักแปล เจ้าของสำนวนสละสลวย มือรางวัลระดับโลก