สงคราม 3 ร้าย!!! ในโลกของละคร

สงคราม 3 ร้าย!!! ในโลกของละคร

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณกิตติคะ เปิดปีมาก็ไม่ต้องรอให้หายใจหายคอ เราก็ดันมีเรื่องให้ต้องอกสั่นขวัญผวา กับสงครามในต่างประเทศ ทางเราก็ได้แต่นั่งตามข่าวตาปริบๆ โอ๊ย เค้ารบกันแล้วแม่ อะไรยังไงดี เทยก็ได้แต่มาคิดๆ คำว่าสงครามในโลกของละครไทย มันก็มีมาให้เห็นอยู่ประปราย กับความแซ่บ ความร้าย แม้จะไม่มีระเบิดอะไรลงตูมตาม แต่ดีกรีสงครามของเรื่องราว ก็อร่อยไม่เบาเลยค่ะคุณกิตติขา

มาค่ะ วันนี้เทยจะพาไปส่องละครสงครามทั้งสาม ที่ปรากฎในหน้าสื่อของไทยกัน

 

สงครามนักปั้น

สงครามนักปั้น เป็นละครโทรทัศน์แนวเมโลดราม่า โดย เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เค้าโครงเรื่องโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ, พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, ร่มเกล้า, มิกิ ยามาโมโตริ ออกอากาศทางช่องวัน ซึ่งในปัจจุบันเนื้อเรื่องกำลังเดินเข้าสู่ซีซั่นที่ 2 แล้ว

โดยเรื่องราวเป็นเรื่องของ คุณแอล ที่นำแสดงโดยขุ่นแม่ลูกเกด เมทินี เจ้าของ L โมเดลลิ่ง นางกัดฟันพยายามปั้นดาวดวงใหม่ หวังจะนำไปประดับวงการบันเทิง แอล ทุ่มเทแรงกายใจ ใช้ทั้งความฉลาดและสตรอง ไม่มีวันยอมแพ้ และไอแฮฟสติอยู่เสมอมา แต่ในเส้นทางนี้ P แอดวานซ์ โมเดลลิ่ง ของ เพียว (เมนเทอร์บี น้ำทิพย์) โมเดลลิ่งรุ่นใหม่ที่ก็มีจุดมุ่งหมายชัดเจนว่า นางจะปั้นเด็กในสังกัดให้ดังกว่าโมเดลลิ่งของชีแอลโดยไม่สนใจว่าจะต้องใช้วิธีสี่แปดแบบไหนก็ตาม

โดยแต่ละโมเดลลิ่ง ต่างก็มี “เด็กในสังกัดหน้าตาดี” ทั้งชายและหญิง ที่ตนเองหมายมั่นจะปั้นเป็นดาวออกสื่อให้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มิหนำซ้ำ ยังต้องใช้เด็กทั้งคู่มาฟาดฟันกัน เฉือนคมกัน หรือแม้แต่รักกัน เพื่อหาช่องทางชิงงานละครที่เหมือนจะหายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก

ความอร่อยของสงครามนี้ คือการลากเอาความเน่าเฟะของโมเดลลิ่ง วงการที่บ้างก็ว่าผู้ดูแลทำตัวเป็นแม่พระ ทำเพื่อเด็ก ส่งไปให้ถึงฝั่งฝัน บ้างก็ว่าเป็นธุรกิจแบบปลิง คอยเกาะกินกับความสามารถของคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่ลงทุนลงแรง ซึ่งทั้งสองตัวละคร แอล และ เพียว ก็ได้สะท้อนเรื่องราวนี้ออกมาให้เห็นเลยว่าใครทำเพื่อเด็ก ใครทำเพื่อตัวเองกันแน่ นี่ยังไม่รวมเรื่องที่ว่าการเอาเรื่องคาวๆ หลังกองถ่ายใต้พรมวงการบันเทิงมาสะท้อนให้เห็นชนิดเผ็ดมัน ทั้งแม่ดาราตอแหล นางเอกหน้าซื่อใจแรด พระเอกเจ้าชู้ กะเทยช่างแต่งหน้าปากจัดใดใด โอ๊ยยยย ตบตีฟาดหันชนิดที่ว่าไม่ต้องใช้นิวเคลียร์เลยค่ะ

ระดับความเข้มข้นของสงครามนี้ก็บยังคงยืดเยื้อต่อมาจนถึงซีซั่น 2 ซึ่งยังคงออกอากาศอยู่ นับวันกระแสก็ยิ่งแรงขึ้นไปอีก เมื่อความแค้นของแอลและเพียวทวีความรุนแรงขึ้น ก็ยิ่งกดดันตัวละครเด็กในสังกัดที่บางคนก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ก็ต้องพลอยหาวิธีที่จะรอดพ้นจากลูกหลงสงครามตบสะท้านกองของทั้งสองแม่ให้ได้

สงครามนี้ ก็คงไม่ได้บอกอะไรคนดูไปมากกว่า การกระชากหน้าวงการจอแก้ว งานโทรทัศน์ งานสื่อ งานเบื้องหลัง ที่คนทำงานในวงการนี้ต่างก็ต้องพบเจอกับคนมากหน้าหลายตา เพราะงั้นบรรดาดาราจรัสฟ้าตัวแม่ตัวพ่อทั้งหลาย คุณจะรับมือกับเรื่องเยอะๆ ของคนอีโก้จัดๆ อย่างไรนั่นเอง 

ชื่อเสียงและการยอมรับ มันไม่เข้าใครออกใครนี่เนอะ

 

สงครามนางงาม

แค่ชื่อภาษาอังกฤษ ก็อร่อยเด็ดเผ็ดมันส์แล้วแม่ กับ “Beauty And The Bitches” ซึ่งสงครามนางงามเป็นละครชุดแนวโมเดิร์นเรียลลิตี้ดราม่า ผลิตโดย บริษัท ซีเนริโอ จำกัด บทโทรทัศน์โดย ชวนนท์ สารพัฒน์, วรรณถวิล สุขน้อย, รฐาพัชร์ ตุลยพิทักษ์, มิกิ ยามาโตริ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทของสงครามนักปั้นด้วยนั่นเอง โดย สงครามนางงาม ก็ได้รับการออกอากาศไปแล้วทั้งสิ้น 2 ซีซั่นแล้วเช่นกัน

โดยเรื่องราวมันก็คือการฟาดฟันของบรรดาสาวงามในสองกองประกวดระหว่าง Miss Beauty And Talent Thailand ที่ดูแลจัดการโดย นัสริส (ขุ่นแม่ลุกเกดอีกแล้ว) กับกองประกวด  Miss Elegant Thailand ที่จัดการดูแลโดย คุณไก่ (อรนภา กฤษฎี) ซึ่งในซีซั่นที่ 1 สงครามนั้นเป็นสงครามภายใน วนเวียนอยู่กับกองประกวดแรก Miss Beauty And Talent Thailand ที่ได้ ซัมเมอร์ (พิมพ์จิรา เจริญลักษณ์) ที่ลงประกวดแบบขำขำใสใส หวังจะเอาเงินไปเที่ยวสนุกๆ ทว่าในโลกของการประกวดนางงาม ก็ดันมีความเล่นนอกใน ชิงดีชิงเด่น กลั่นแกล้งกัน เพื่อจะไปให้ถึงมงกุฎให้ได้ ซึ่งนั่นรวมถึงความสัมพันธ์ของเหล่านางงามกับ ก้องเกียรติ (ยุกต์ ส่งไพศาล) กรรมการหนุ่มหล่อเจ้าเสน่ห์ ที่ดันมีความสัมพันธ์กับนางงามในกองประกวด และเมื่อการเล่นนอกเวทีไปไกลถึงบนเตียงมันเกิดขึ้น ความคาวฉาวโฉ่นี้แหละ ที่จะทำให้เวที Miss Beauty And Talent Thailand มันกลายเป็นสนามตบ เอ้ย สนามรบกันให้วอดวายไปข้างหนึ่ง

เมื่อเวทีแรกในซีซั่นที่ 1 ส่อแววเต็มไปด้วยปัญหา ด้านเวที Miss Elegant Thailand ที่จัดการดูแลโดย คุณไก่ นางก็อาศัยโอกาส หมายใจจะปั้นเวทีของตัวเองขึ้นไปตีแข่งสู้ เอาให้รู้กันไปว่าใครจะเป็นเวทีนางงามที่ลือเลื่องเฟื่องฟูที่สุดในประเทศนี้ แล้วนางก็แซ่บ จุดขายของเวทีใหม่มีทั้งด้านสีสันและความดราม่า ทำให้การประกวดมีความเข้มข้นมากกว่า ทั้งทีวี สปอนเซอร์ใดใด ก็เฮโลสาระพาไปจองออกอากาศสนับสนุนให้เวทีใหม่ จนทาง นัสริน ต้องฟอร์มทีมหาวิธีแก้เกมส์ให้ได้ นั่นคือการที่ต่างฝ่ายก็ต่างส่งนางงามเข้าไปเป็นไส้สึกในเวทีของตัวเอง เพื่อสร้างความปั่นป่วน รวมถึงไปล้วงความลับ ความฉาวทั้งตั้งแต่ซีซั่น 1 หรือ เรื่องคาวๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ เพื่อเอามาฟาดกันให้ตายอีกรอบหนึ่ง

ความน่าสนใจก็คือในสงครามนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทุกคนจะอินกันได้มากมาย กับเวทีประกวดขาอ่อนอ่ะโนะ แต่กะเทยก็คือกะเทย ความโลกหลังเวทีนางงามมันก็เต็มไปด้วยความสวยในไม่สวย ความงามในไม่งาม การประกวดเพื่อหาแก่นแท้จากความปลอมเปลือก มันก็เลยเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สุดอรรถรส 

ในส่วนของประเด็นที่เทยคิดว่ามันน่าสนใจ ก็คือการที่การประกวดนางงามที่ฟาดฟันกันด้วยผู้หญิง (แอนด์กะเทย) ประปราย ก็ยังมีเรื่องของผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้อง การใช้เต้าไต่อะไรใดใดก็ยังแฝงอยู่ให้เห็น ว่าผู้หญิงอย่างเราเรา ก็ยังถูกมองเป็นวัตถุทางเพศอยู่วันยังค่ำ มันน่าตีให้ แต่ก็ยังมีประเด็นของการใส่ประเด็น “สาวข้ามเพศ” ที่เข้ามาประกวดในเวทีเดียวกันกับผู้หญิง จนกลายเป็นสงครามที่เอ้อ ก็มีประเด็นชวนให้คบคิดกับประเด็นเพศหลากหลาย ให้เราได้มองดูกันอยู่ด้วย

โดยรวมสงครามนี้ก็แซ่บไม่เบาเลยแม่

 

สงครามนางฟ้า

จะไม่พูดถึงสงครามระดับตำนานอันนี้ก็คงไม่ได้ เพราะความพิเศษของสงครามนี้ มันเป็นละครโทรทัศน์ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมทางอินเทอร์เน็ต ในชื่อ "ชีวิตรันทด เรื่องจริงผ่านคอม" ของ แอร์กี่ (นามปากกา) โดยนางว่านางเขียนขึ้นจากชีวิตจริงของตนเอง ซึ่งเคยเป็นแอร์โฮสเตสมาก่อน เพื่อจะสะท้อนให้เห็นเบื้องหลังของเหล่าบรรดาแอร์โฮสเตสและสจ๊วต ว่าเป็นอย่างไร และชื่อภาษาอังกฤษก็แซ่บ “Battle of Angels” หูยยยย

โดยบอกเล่าเรื่องราวของ มณีริน (เมนเทอร์น้ำทิพย์ อีกแล้วแม่) สาวสวยที่มาฝึกอบรมสำหรับการเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินเมขลาแอร์ ทำให้เธอรู้จักกับ หนุ่ย (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) และ กิ๊บ (ภัทรา มั่นพิริยะกุล) เพราะความสวยของ ริน ทำให้เธอได้รับคัดเลือกให้ทำกิจกรรม ทำให้เพื่อนบางคนหมั่นไส้ โดยเฉพาะ หน่อย (อภิษฎา เครือคงคา) ที่อิจฉาความสวยของ ริน ทำให้เธอก้าวหน้าเร็วกว่าเพื่อน

ความสวยของ มณีริน ทำเอากัปตันบนเครื่องอย่าง อิน (สหรัถ สังขปรีชา) หลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่ช้าแต่ กัปตันหนุ่มมีแฟนแล้ว จิ๋ม (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) จึงตามมาอาละวาดกันถึงแอร์พอร์ต และนั่นทำให้ ริน ได้หลบแผลใจไปใช้เวลากับ หนิง (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) กัปตันอีกคนที่เป็นผู้ชายเจ้าชู้ เสือตั่งต่าง กลายเป็นว่ากัปตันหนุ่มสองคน ก็ต่างรัก ริน ไม่ต่างกัน

แน่นอนค่ะ จะไม่กล่าวถึงนางคนนี้ไม่ได้ เชอรี่ (ปานวาด เหมมณี) แอร์โฮสเตสน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามา และก็อัพเกรดขึ้นเตียงกับ หนิง แบบไม่รีรอ ความชายแท้อ่ะแม่ ได้ดะไม่แคร์เลขไมล์ นางฟ้าทั้งหลายก็ได้เวลาสยายปีกช่วงชิงความเป็นเจ้าของกัปตันกันอย่างอุตลุดพัลวัน ไล่มาตั้งแต่เพื่อนที่คอยหมั่นไส้อยู่ตลอดเวลา เมียหลวงที่มาทวงสิทธิของตัวเองคืน ลามไปยันเมียน้อยดีเมียน้อยเลว เกรี้ยวกราดฟาดฟันจนเป็นตำนานเลยแม่

สิ่งหนึ่งที่ทำให้สงครามนี้ขึ้นหิ้ง ก็เพราะว่าเค้าโครงเดิมมันมาจากเรื่องที่อ้างว่าเป็นเรื่องจริง แถมเป็นเค้าโครงมาจากอินเทอร์เน็ต นั่นทำให้มีการขุดคุ้ยกันไปมาจนกลายเป็นประเด็นนอกจอว่า ในสงครามนางฟ้านั้น เป็นเรื่องของสายการบินไหนกันแน่หรือ โดยเริ่มดราม่าแรกจากการสหภาพการบินไทยในส่วนของแอร์โฮสเตสและสจ๊วต ออกมาเปิดเผยว่า ละครเรื่องนี้สร้างขึ้นมาด้วยความไม่จริง ทำให้ภาพลักษณ์ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องเสียหาย เพราะเนื้อเรื่องมีแต่เรื่องชิงรักหักสวาทอย่างผิดศีลธรรม และเครื่องแบบของแอร์โฮสเตสก็นุ่งสั้นเกินไป ขอให้ทางผู้จัดเปลี่ยนแปลงบทและเครื่องแต่งกายด้วย ซึ่งก็ไม่ได้มีการปรับแก้แต่อย่างใด

ในส่วนของผู้ที่ใช้ชื่อว่า "แอร์กี่" ที่เป็นเจ้าของเนื้อเรื่องเดิมทางอินเทอร์เน็ต ก็มีการลากไส้กันอร่อยว่าตัวคนเขียนเองนั้น ก็เป็นต้นฉบับตัวละครในเรื่องเสียเอง ส่วน เชอรี่ หรือ กิ๊บ ใดใดต่างก็ออกมาเปิดเผยว่าเรื่องจริงนั้นไม่เหมือนกับในละคร คือต่างฝ่ายต่างก็ออกมาแฉกันว่าใครเป็นใคร ก็คือว่าอร่อยตั้งแต่ในจอยันนอกจอ กลายเป็นที่สนใจของสังคมทั้งในโลกไซเบอร์อยู่พักนึง ชื่อ เชอรี่ นี่ก็กลายเป็นว่าโอ๊ย เอามาใช้แปะป้ายแอร์ที่มีบุคลิกแรดเกินกว่าจะปกปิดไปเลย แถมทุกวันนี้กระทู้อะไรใดใดก็ยังหาอ่านได้อยู่นะแม่ อร่อยลื๊ม

ในด้านของความกะเทย ก็เป็นที่น่าสนใจว่า เป็นสงครามอีกเรื่องที่มีตัวละครเกย์ออกสาวปรากฎเป็นสจ๊วต ซึ่งก็นับเป็นละครไม่กี่เรื่องในสมัยนั้นที่นำเสนอภาพนี้ ซึ่งแน่นอนว่าในโลกจริงมีมานานนมแล้วแม่ เก้งบนฟ้าทานกันอร่อยลิ้น เป็นส่วนประกอบเครื่องคาวที่เสิร์ฟบนเครื่องบินได้ไม่แพ้เรื่องใต้เตียงใต้เครื่องของกัปตันเลยแม้แต่น้อย ก็ต้องให้นะคะ ในเรื่องแคร์ความหลากหลายทางเพศด้วย

สงครามทั้งสามนี่ก็ทำเอาเทยตาโต เพราะถ้าดูกันดีดี สงครามทุกอัน มันคือสงครามของผู้หญิงในโลกที่ฟาดฟันกันเรื่องผู้ชายทั้งนั้นเลยจ้า กลายเป็นว่าหญิงไทยที่ก็ฟาดฟันกันอยู่ในสังคมที่ไม่ได้ไกลไปกว่าเรื่องบนเตียง เพราะก็ว่าไม่ได้ หน้าที่การงานและการเชิดหน้าชูตา ก็ยังต้องอยู่ใต้หลังคาของผู้ชาย การเล่นนอกกรอบนอกเกมโดยใช้ผู้ชายและเซ็กซ์เป็นเครื่องมือ นี่คงเป็นสงครามที่แสดงความเป็นไทยได้ดีที่สุดล่ะมั้งคะ

โลกก็คงบอมบ์กันไปอีกซักพัก แต่สื่อหลักของไทย ก็ยังมีสงครามร้ายๆ ของบรรดาตัวแม่ให้กะเทยได้ติดตามความแซ่บกันต่อไปนะคะคุณกิตติขา

 

เหยี่ยวเทยรายงาน