ฮาวทูทิ้ง: หรือมนุษย์ถูกกำหนดเอาไว้ว่า ไม่สามารถลบทิ้งความทรงจำได้? (รีวิวติดสปอยล์)

ฮาวทูทิ้ง: หรือมนุษย์ถูกกำหนดเอาไว้ว่า ไม่สามารถลบทิ้งความทรงจำได้? (รีวิวติดสปอยล์)

*** บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในภาพยนตร์ ***

“เกือบลืมไปแล้วมีความสุข… แค่ไหน” คำร้องท่อนสุดท้ายของ “ทิ้งแต่เก็บ” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ จากฝีมือการแต่งและร้องของ เดอะ ทอยส์ ดังก้องขึ้นมาในหัว พร้อมฉากสุดท้ายของหนังที่ปรากฏขึ้น

ถ้าเราใช้คำว่า “เกือบลืม” นั่นหมายถึง เรายังคงจดจำอดีตเหล่านั้นได้ เรายังไม่ลืมมันไปจนหมดสิ้น เพียงแต่เราอาจละเลย หลงลืม ไปบ้าง... ในบางคราว

แล้วอันที่จริงคนเราสามารถ “ลืม” หรือ “ลบทิ้ง” ความทรงจำได้จริงหรือ?

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นำแสดงโดย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง และ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ว่าด้วยเรื่องราวของ จีน (ออกแบบ ชุติมณฑน์) ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก และต้องการจะจัดระเบียบบ้านที่รกรุงรังระดับสิบ พยายามจะเคลียร์ของใส่ถุงดำ และทำการรีโนเวตบ้านให้กลายเป็นสไตล์มินิมอลแบบที่เธอต้องการ ทว่าระหว่างที่กำลัง “จัดบ้าน” เธอกลับไปเจอของบางอย่างที่ทำให้หวนนึกถึงแฟนเก่าอย่าง เอ็ม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)

และทุกๆ อย่าง ก็เริ่มต้นจากจุดๆ นั้น...

หากย้อนกลับไปดูเทรลเลอร์ ดูเหมือนว่าหนังจะมอบน้ำหนักไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง จีน และ เอ็ม ค่อนข้างมากทีเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ต่อยอดไปสู่อีกหนึ่งความสัมพันธ์ที่เปราะบางมากกว่านั้นหลายเท่า

นั่นก็คือ สถาบันครอบครัว

เราพลันนึกไปถึงประโยค “Home Is Where the Heart Is” ชื่อเพลงของตำนานร็อคแอนด์โรล เอลวิส เพรสลีย์ ครอบครัวที่แตกร้าวของ จีน ก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านที่ถูกละทิ้งให้รกอยู่เช่นนั้นมาหลายปี การพยายามลุกขึ้นมาจัดแจงให้สภาพบ้านกลับมาสวยงามของจีน ในช่วงแรกมันอาจเป็นความต้องการของเธอที่อยากมีโฮมออฟฟิศสวยๆ เพื่อรองรับหน้าที่การงาน แต่พอนานเข้า มันกลับเป็นการขุดเข้าไปสู่ก้นบึ้งแห่งอดีตที่ จีน คิดว่าตนเองลืมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว อดีตคนรัก หรือแม้แต่เพื่อนฝูง... แต่ไม่เลย

ทุกอาณาบริเวณของบ้าน คือทุกความทรงจำที่แอบซ่อนอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเวลาเดือนเศษ หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นและถูกทิ้งร้าง จะกลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธออีกครั้ง

จีน ต้องกลับไปจัดการความรู้สึกผิดที่มีต่อ เอ็ม หลังจาก “ทิ้ง” ฝ่ายชายไปแบบไม่ใยดี, จีน ต้องเผชิญหน้ากับการ “ถูกทิ้ง” ไปแบบไม่ใยดีเช่นกัน จากชายผู้ซึ่งเป็นพ่อของตนเอง, จีน ต้องจัดการความรู้สึกของ แม่ ซึ่งยังคงจมปลักอยู่กับอดีต และอยากเห็นในสิ่งที่อยากเห็นเพียงเท่านั้น

จากที่ตั้งใจจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อก้าวเดินต่อ จีน กลับต้องมาอยู่ในวังวนเดิมแบบหาทางออกแทบไม่เจอ

ความรักที่แตกสลายไปแล้ว อาจไม่มีทางหวนคืนมาผสานรอยร้าวนั้นได้อีก แม้ว่าจะพยายามจัดแจงความรู้สึกให้กลับมาเป็นดังเดิมมากเท่าไหร่แล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นความรักหนุ่มสาว หรือความรักระหว่างคนในครอบครัวก็เช่นกัน

เพราะนี่คือโลกแห่งความจริง ที่ไม่ได้สวยงามเสมอไป

จังหวะหนังแบบนวพลยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างแข็งแกร่ง การแช่ภาพที่สร้างจินตนาการได้มากโข บทพูดอันแสนจะเป็นธรรมชาติ ท่าทีของนักแสดงที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า ตัวละครก็เป็นคนธรรมดาสามัญไม่ต่างอะไรจากเราแม้แต่น้อย ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่กลับเห็นได้ชัดใน ฮาวทูทิ้งฯ ก็คงเป็นการลดทอนความกวนๆ ในสไตล์ของนวพลลง สวนทางกับดีกรีความจริงจังและเข้มข้นที่กระแทกกระทบจิตใจคนดูอย่างไม่มียั้ง แทบไม่ให้พัก รวมถึงบทสรุป “ในแต่ละซีน” ที่คาดเดาไม่ได้ ไม่เป็นไปตามสูตรของหนังกระแสหลักทั่วไป ใครจะคิดว่า “ฉากคืนเสื้อ” ของ มี่ แฟนใหม่ของ เอ็ม จะทำให้ “คนที่ถูกทิ้ง” จะกลายสภาพเป็น “คนที่เป็นฝ่ายทิ้ง” ได้รวดเร็วปานนั้น

ออกแบบ ชุติมณฑน์ น่าจะมีชื่อเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำหญิงในหลายสถาบัน ดูเหมือนจะเล่นง่าย ไม่ต้องบีบเค้นอารมณ์อะไรมากมาย แต่ทุกซีนเธอเอาคนดูแบบอยู่หมัด ความหุนหันพลันแล่นในแบบฉบับเด็กยุคใหม่ ความรู้สึกผิดในใจ ความรู้สึกแบบที่ไม่อยากแคร์ใคร แต่ในใจลึกๆ ก็แคร์ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกอึดอัดข้างในที่ส่งต่อมาถึงคนดูอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญต่อจาก ฉลาดเกมส์โกง อย่างไม่มีข้อสงสัย

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ แม้บทบาทจะไม่เด่นเท่า ออกแบบ แต่หากว่าฉากที่เขาระบายความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อตัวละคร จีน ในช่วงท้ายนั้นไม่ได้ถ่ายทอดออกมาในลักษณะ “จริง” ขนาดนั้น ผลกระทบที่จะนำไปสู่บทสรุปช่วงท้ายอาจไม่รุนแรงเท่า, ฟ้า ษริกา กับการรับบทเป็น มี่ ที่มีเสน่ห์และเป็นธรรมชาติมาก เชื่อว่าฉากคืนเสื้อจะเป็นซีนที่มีคนพูดถึงไม่น้อยเลยจากรอยยิ้มอันแสนเจ็บปวดนั้น, หมี ถิรวัฒน์ ที่เสน่ห์บนจอล้นเหลือเช่นกันในบท เจย์ พี่ชายของจีนที่แอบขโมยซีนน้องสาวในหลายต่อหลายฉาก และที่พูดถึงไม่ได้ก็คือตัวละคร “แม่” ที่รับบทโดย อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน กับการแสดงที่พูดได้คำเดียวว่า “ยอม”

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการแหวกขนบของ GDH อยู่ไม่น้อย เพราะหนังส่งท้ายปีของค่ายนี้ส่วนใหญ่มักจะฟีลกู๊ด แต่สำหรับ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ กลับเต็มไปด้วยภาวะจุกอก  การตั้งคำถาม และการจบแบบที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง อาจจะนึกย้อนไปถึงมู้ดตอนจบของ หนีตามกาลิเลโอ ที่เซอร์ไพรส์คนดูในตอนนั้นอยู่พอสมควร เพราะมันไม่ได้มอบรอยยิ้มให้กับคนทุกคนตามแบบฉบับของ GDH นั่นเอง

ท้ายที่สุดหนังสือฮาวทูของ นวพล อาจไม่ได้ให้คำตอบแน่ชัดว่า ทำอย่างไรจึงจะก้าวข้ามผ่านอดีตอันไม่น่าจดจำได้ แต่อาจเป็นการตอกย้ำมากกว่าว่า ความทรงจำมันยังคงอยู่กับเราเสมอต่างหาก วันเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป ภาระหน้าที่ต่างๆ ในชีวิต สังคมอันยุ่งเหยิง ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ความทรงจำเก่าๆ ต่างเข้าไปหลบซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง รอจังหวะให้บางสิ่งบางอย่างเข้ามากระตุ้นให้เจ้าความทรงจำเหล่านั้นค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นมาอีกครั้ง อย่าลืมว่า ทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไป มันมีความทรงจำใหม่เข้ามาแทนที่อยู่เสมอนั่นแหละ

และเมื่อใดที่ความทรงจำต่างๆ นั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง เราจะยิ้ม หรือ ร้องไห้ให้กับมัน ก็เท่านั้นเอง แล้วหลังจากนั้น... ก็แค่ใช้ชีวิตต่อไป มิใช่หรือ?

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เข้าฉาย 26 ธันวาคม 2562 ในโรงภาพยนตร์