ย้อนอดีต Charlie's Angels กว่าจะมาถึงวันนี้

ย้อนอดีต Charlie's Angels กว่าจะมาถึงวันนี้
Beartai

สนับสนุนเนื้อหา

มีโลโก้แบบเป็นทางการด้วยนะ

มีโลโก้แบบเป็นทางการด้วยนะ

3 สาวนางฟ้าชาลี ในเวอร์ชัน 2019 นี้ คือนักแสดงชุดที่ 4 ของ แฟรนไชส์ Charlie’s Angels อย่างเป็นทางการ ถ้านับจากจุดเริ่มต้นในรูปแบบทีวีซีรีส์เมื่อปี 1976 แล้วก็เว้นช่วงยาวนานมาก กว่าจะถูกยกเครื่องมานำเสนอใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ ภาคแรกออกมาในปี 2000 และภาคสองในปี 2003 ก่อนจะกลับมาเป็นทีวีซีรีส์อีกครั้งในปี 2011 แต่เป็นรอบที่เงียบเชียบมาก

Charlie's Angels 3 สาวชุดแรกปี 1976

Charlie’s Angels 3 สาวชุดแรกปี 1976

ถ้าวัดกันที่ความสำเร็จก็ต้องบอกว่า Charlie’s Angels เวอร์ชันเปิดตัว ในรูปแบบทีวีซีรีส์ปี 1976 นั้น เป็นครั้งที่ประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยไอเดียที่แปลกใหม่ในวงการหนังสายลับ ที่มีแต่เพศชายมาโดยตลอด การพลิกโฉมด้วยการนำเสนอสายลับที่มาในมาด 3 สาวสวยและเซ็กซี่นั้นดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี บวกกับการคัดเลือก 3 สาว ที่สวยสะดุดตา

3 สาวรุ่นแรกในวันนั้นประกอบด้วย ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์, เคต แจ็กสัน, แจ็คเกอลีน สมิต ผลจาก Charlie’s Angels ส่งให้ทั้ง 3 คน ดังเปรี้ยงปร้าง พอดังเข้าก็ต้องแยกวง ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์ เป็นรายที่ประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยภาพลักษณ์ผมบลอนด์ฟูฟ่องผู้นำเทรนด์ฮิตในยุคนั้น เธอเป็นรายแรกที่โบกมือลาซีรีส์ไปหลังจบซีซันแรก แล้วก็ตามด้วยแคต แจ็กสัน จึงมีนางฟ้าคนใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ในซีซันต่อ ๆ มา คือ เชอรีล แลดด์, ธันยา โรเบิร์ต และเชลลี แฮกค์ ซึ่งทุกคนก็ล้วนมีชื่อเสียงจากบทนางฟ้าชาร์ลีเช่นกัน

ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์ ฮอตสุดในยุคนั้น

ฟาราห์ ฟอว์เซ็ตต์ ฮอตสุดในยุคนั้น

ซีรีส์เปิดตัวในซีซันแรก ได้รับความนิยมสูงสุด แล้วเรตติ้งก็เริ่มลดน้อยถอยลงในซีซันต่อ ๆ มา อาจจะด้วยนางฟ้าที่เปลี่ยนนักแสดงบ่อยขึ้น ทางผู้สร้างก็พยายามหากลเม็ดเด็ดพรายต่าง ๆ มาดึงความสนใจผู้ชม ทั้งการเชิญนักแสดงชื่อดังมาเป็นแขกรับเชิญในแต่ละตอน การให้นางฟ้าไปโผล่ในทีวีซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่เรียกว่า Crossover และถึงกับมีความพยายามสร้างซีรีส์ภาคแยก Spin-Off แต่ก็ล้วนเป็นความล้มเหลว พอถึงซีซันที่ 4 เรตติ้งหล่นฮวบ แล้วก็ตัดสินใจยุติแพร่ภาพในซีซันที่ 5 แค่ตอนที่ 17 เท่านั้น ในขณะที่ซีซันก่อนหน้านั้นยาวถึง 24-26 ตอน

Charlies' Angels เวอร์ชัน 2000 ตอนนั้นก็รู้สึกเท่ดีออก พอมาดูตอนนี้ทำไม...ดูตลก

Charlies’ Angels เวอร์ชัน 2000 ตอนนั้นก็รู้สึกเท่ดีออก พอมาดูตอนนี้ทำไม…ดูตลก

ผ่านไป 19 ปี นับว่าเว้นช่วงห่างอย่างมาก Charlie’s Angels กลับมาอีกครั้งในปี 2000 การคัดตัว 3 สาวนางฟ้าชาลี รอบนี้เรียกความสนใจผู้ชมได้พอควร กับการคัด 3 สาวฮอตในยุคนั้นมารวมตัวกัน เด่นสุดคือ คาเมรอน ดิอาซ นางเอกสาวฮอตที่แจ้งเกิดมาจาก The Mask (1994) หนังคอมเมดี้ ที่ขายชื่อจิม แครีย์ สมทบด้วย ครูว์ แบร์รี่มอร์ อดีตนักแสดงเด็ก ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุด ๆ เธอมีหนังฮิตต่อเนื่องเยอะมากในยุคนั้น The Wedding Singer, Ever After และ Never Been Kissed การได้เข้าเป็นหนึ่งในนางฟ้าชาร์ลี ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำความสำเร็จเข้าไปอีก และปิดท้ายด้วย ลูซี่ ลิว นับเป็นรายที่มีชื่อเสียงน้อยสุด เพราะผลงานที่ผ่านมาค่อนไปทางทีวีซีรีส์ แต่เพื่อตอบรับความเป็นสากลมากขึ้นในวันที่โลกเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียม จึงจำเป็นต้องให้หนึ่งในนางฟ้ามีคนเอเซียอยู่ด้วย ลูซี่ ลิว จึงเป็นรายได้ที่รับอานิสงส์จากการเป็นนางฟ้าชาร์ลีมากที่สุด เพราะเธอกลายเป็นที่รู้จักและมีงานต่อเนื่องอีกมาก

หนังประสบความสำเร็จในระดับปานกลาง ทำรายได้ไปถึง 264 ล้านเหรียญ ทำให้มีภาคสองตามมาในปี 2003 Charlie’s Angels: Full Throttle รายได้น้อยกว่าภาคแรกเล็กน้อยที่ 259 ล้านเหรียญ แต่ก็สวนทางกับต้นทุนการสร้างที่สูงขึ้น ทางสตูดิโอก็เลยไม่เปิดไฟเขียวให้กับภาค 3

Charlie’s Angels 2011 เวอร์ชันมัวหมอง

เว้นช่วงห่างไปถึง 8 ปี Charlie’s Angels กลับไปลงจอทีวีอีกครั้ง ในรูปแบบทีวีซีรีส์ แพร่ภาพในปี 2011 ทางช่อง ABC ไม่แปลกครับ ถ้าใครจะไม่เคยได้ยินนางฟ้าชาร์ลีเวอร์ชันนี้ เพราะหนังไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย อาจจะด้วยจากการแคสติ้งนักแสดงที่ไม่ได้มีชือเสียงในวงกว้างนัก นับว่าทีวีซีรีส์เวอร์ชันนี้เป็นตราบาปที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Charlie’s Angels ได้คะแนนจาก IMDB ที่ 4.4 จากสมาชิก 3,924 คน และ Rottentomatoes ที่ 0% ทำให้ทีวีซีรีส์รอบนี้ยุติแค่ 8 ตอนในซีซัน 1 เท่านั้น แต่สิ่งที่ส่งต่อมาเป็นมรกดตกทอดก็คือการเลือกใส่นักแสดงผิวสีเป็นหนึ่งใน 3 สาวนางฟ้าชาร์ลี

Charlie's Angels เวอร์ชันล่าสุด

Charlie’s Angels เวอร์ชันล่าสุด

Charlie’s Angels 2019 ดูจากกลยุทธ์การวางตัวนักแสดงแล้ว ค่อนข้างจะยึดรูปแบบเดิมจากเวอร์ชันปี 2000 กับการเลือก คริสเต็น สจวร์ต มาเป็นจุดขาย ยืนกลางในโปสเตอร์เลย เพราะเธอเป็นรายที่มีชื่อเสียงมากสุด กับบารมีที่สั่งสมมาตั้งแต่แฟรนไชส์ Twilight และการเลือกเล่นหนังทั้งหนังหวังรางวัลและหนังเอาใจผู้ชม ตำแหน่งของเธอก็เปรียบได้กับ คาเมรอน ดิอาซ ในเวอร์ชันปี 2000 นั่นแหละ รายต่อมาคือนาโอมิ สก็อตต์ เป็นนางฟ้าชาร์ลีที่เอาใจผู้ชมทางแถบเอเซีย เพราะเธอเป็นลูกผสมหลายเชื้อชาติ พ่อเป็นบาทหลวงชาวอังกฤษ ส่วนแม่เป็นหญิงอินเดีย แต่มาจากอูกันดา ทำให้นาโอมิ ดูมีภาพลักษณ์ของสาวอินเดียอย่างเด่นชัด ทำให้เธอได้รับบทเป็นเจ้าหญิงแจสมิน ใน Aladdin เวอร์ชันล่าสุดของดิสนีย์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และรายสุดท้ายคือ เอลลา บาลินสกา เป็นสาวผิวสี และเป็นรายเดียวที่โนเนมสุด ๆ เพราะเธอผ่านงานทีวีซีรีส์ The Athena มาแค่เรื่องเดียวเท่านั้น แต่ด้วยภาพลักษณ์ของเธอที่มากับหุ่นนางแบบสุด ๆ สูงถึง 178 ซม. และใจถึงที่เลือกเล่นฉากสตันท์เองทั้งหมด ก็นับว่าเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัว ทำให้นางฟ้าชาร์ลีเวอร์ชันนี้ดูมีความหลากหลายทางเชื้อชาติที่สุด

เวอร์ชันนี้เปิดตัวในอเมริกามาแล้ว 1 สัปดาห์ ได้รับเสียงตอบรับในระดับปานกลาง ในด้านการตลาดหนังได้ทุนสร้างคืนแล้วล่ะ เพราะหนังใช้ทุนสร้างแบบระมัดระวังตัวอย่างมาก แค่ 48 ล้านเท่านั้น (เวอร์ชัน 2000 ยังใช้ทุนสร้างไปเกือบ 100 ล้านเหรียญ) พอเปิดตัวทั่วโลกในสัปดาห์ต่อมา น่าจะทำกำไรให้สตูดิโอได้พอยิ้มออกล่ะนะ ส่วนด้านเสียงวิจารณ์ต้องบอกว่าไม่ดีเอาเสียเลย สมาชิก IMDB 10,629 คน ลงคะแนนให้ที่ 4.4 ส่วน Rottentomatoes ก็ได้คะแนนมะเขือเน่าไปเป็นที่เรียบร้อยที่ 54% ก็เป็นปกติล่ะนะสำหรับหนังเอาใจตลาดแบบนี้ ส่วนความเห็นของนักเขียนเรา อ่านรีวิวได้ที่นี่เลย