Midway เหล่าผู้กล้า ศึกอเมริกาถล่มญี่ปุ่น

Midway เหล่าผู้กล้า ศึกอเมริกาถล่มญี่ปุ่น

จากเหตุการณ์ที่อ่าวเพิร์ล ฮาเบอร์ถูกกองทัพเครื่องบินญี่ปุ่นจนราบเป็นหน้ากลอง นั่นคือความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ เหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกบันทึกเป็นช่วงเวลาสำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประกอบไปด้วยทหารเรือ 2,008 นาย, ทหารบก 218 นาย, นาวิกโยธิน 109 นาย, พลเมือง 68 คน และ เรือพิฆาตพังถึง 3 ลำ

จากความสูญเสียในครั้งนี้เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นในการบุกโจมตีของประเทศญี่ปุ่น เพราะพวกเขาวางแผนยุทธศาสตร์การรบเพื่อโจมตีอเมริกาต่อไป ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ “มิดเวย์” ฐานทัพสำคัญอีกแห่งของกองทัพสหรัฐอเมริกาซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

Midway ในเวอร์ชั่นผู้กำกับโรแลนด์ เอมเมอร์ริช

ยุทธการ มิดเวย์ ถือว่าเป็น ยุทธการที่สำคัญที่สุดในแนวรบด้านมหาสมุทรแปซิฟิกของช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการปะทะกันแบบ 360 องศาของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาและกองทัพญี่ปุ่นที่ถึงแม้จะกินเวลาเพียง 4 วัน แต่กลับเป็นจุดเปลี่ยนเกมรบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปตลอดกาล โดยตัวโรแลนด์ เอมเมอร์ริช ต้องการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวเพื่อเชิดชูวีรกรรมของกลุ่มคนที่เคยต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวอเมริกา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเพื่อยกย่องบรรดาผู้เสียชีวิตเพื่อคนรุ่นหลังอีกด้วย

โครงการสร้างหนัง Midway เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 เคิร์ก เอ็ม. เพทรุชเชลลี นักออกแบบงานสร้างที่ร่วมงานกับเอมเมอร์ริชมานาน จึงเริ่มทำการบ้านด้วยการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ด้วยการเดินทางไปยังรัฐมอนทรีออล รวมถึงหอสมุดกองทัพเรือและหอสมุดแห่งชาติในวอชิงตัน เพื่อรวบรวมข้อมูล แบบแปลนทางประวัติศาสตร์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจำลองเรือรบและเครื่องบิน

Midway ถ่ายทำบางส่วนในฐานทัพอากาศฮิกแคม ฮาวาย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักแสดงสามารถสัมผัสกลิ่นอายของฐานทัพในยุค 40 ประกอบกับการได้ถ่ายทำในสถานที่จริงของครอบครัวทายาทของคนที่ผ่านช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้นักแสดงสามารถอินกับตัวละครได้มากขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากฉากบางส่วนไม่สามารถถ่ายทำจริงได้ในฮาวาย ยกตัวอย่างเช่นฉากดาดฟ้าเรือรบที่มีขนาดใหญ่มาก ทำให้ทีมงานต้องไปถ่ายทำกันในสตูดิโอขนาดยักษ์ในมอนทรีออล รวมไปถึงเครื่องบินอเมริกันสองรุ่นที่มีบทบาทอย่างมากในศึกมิดเวย์คือ SBD Dauntless และ TBD Devastator

 สำหรับเครื่อง TBD ไม่เหลือของจริงให้ใช้แล้ว ทีมงานจึงต้องออกแบบและสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดซึ่งมีความสมจริงมากๆ อันที่จริงแล้วเครื่องบิน SBD ยังเหลืออยู่แค่ห้าลำ แต่การจำนำสิ่งของในประวัติศาสตร์มาถ่ายทำจริงนั้นคงเป็นเรื่องที่ยากกว่า ดังนั้นการสร้างแบบจำลองจึงเหมาะสมที่สุด รวมถึงบรรดาอาวุธหลายประเภทที่ไม่เหลืออยู่ในยุคปัจจุบันอาทิ ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ซึ่งโดนถอดทิ้งในปี 1942 ทีมงานก็ต้องเนรมิตมันขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน

เหล่านักบินผู้กล้า

ลุค อีแวนส์ เป็น The Bomber – นาวาตรีผู้เปี่ยมประสบการณ์ “เวด แม็คคลัสกี้” เขาคือทหารผู้เป็นหัวหน้าหน่วยทิ้งตอร์ปิโดและทิ้งระเบิดของเรือเอนเตอร์ไพรซ์ แม็คคลัสกี้มอบภารกิจให้ลูกทีมของเขา ให้ข้อมูลและวางแผนการรับมือกับกองทัพญี่ปุ่น แม็คคลัสกี้เลือกเดิมพันครั้งใหญ่ที่อาจจะสำเร็จหรือทำให้เขาพาลูกทีมตายหมู่ ด้วยความเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางในการติดตามเรือพิฆาตของญี่ปุ่นจนไปพบกองเรือหลัก ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ได้เปลี่ยนแผนการรบของญี่ปุ่นไปตลอดกาล

สำหรับแม็คคลัสกี้ ที่เป็นทหารเรือ ยศนาวาตรี คือวีรบุรุษตัวจริงที่พร้อมลุยเสมอแม้ว่าจะบาดเจ็บเพียงไหนก็ตาม จนเขาถูกผู้บังคับบัญชาส่งไปห้องพยาบาล และด้วยความสนิทกับดิก เบสต์ กับการที่ทั้งสองคนต้องผ่านการสูญเสียเพื่อนสนิทในชีวิตมาเหมือนกัน ทำให้คนทั้งสองเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี

เอ็ด สไครน์ เป็น The Hotshotนาวาตรี “ดิค เบสต์” นักบินหนุ่มฝีมือดีที่สุดของหน่วย วีรบุรุษผู้ถูกมองข้ามไปในสงครามมิดเวย์ เขาเป็นชาวนิวเจอร์ซีย์ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ความสามารถในการบินของเขาทำให้ตัวเองกลายมาเป็นหัวหน้าหน่วยบินในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในความเป็นผู้นำของเขาทำให้ดิค มักจะเหยียดและดูแคลนคนที่ใจไม่สู้ แต่ด้วยฝีมือการขับเครื่องบินที่ไม่เป็นสองรองใครทำให้เขาได้รับการยอมรับ

ช่วงแรกในเรื่องดิค ถือเป็นคนโอหังและไม่ยอมใคร เขาสามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการ “ดับเครื่องยนต์” กลางอากาศเพียงเพื่อต้องการทำให้คนอื่นเห็นว่าเขาสามารถนำเครื่องลงจอดทั้งที่เครื่องดับได้ ตัวละครนี้ได้ผ่านช่วงเหตุการณ์ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์มา เขาจึงเป็นทั้งคนทรหดและจิตตกที่สูญเสียเพื่อนร่วมรบไปพร้อมๆกัน อย่างไรก็ตามมิดเวย์คือศึกครั้งสุดท้ายของนาวาตรี “ดิค เบสต์” เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ทำให้เขาไม่สามารถขับเครื่องบินได้อีก

นิค โจนาส เป็น The Gunner – “บรูโน่ ไกโด” พลสื่อสารสังกัดกองทัพเรือ เขาเปี่ยมด้วยความกล้าหาญและความมั่นใจ หลังจากที่วีรกรรมของเขาไปเตะตานายพลฮาลซีย์ เขาเลื่อนตำแหน่งให้ไกโดทันที ระหว่างศึกมิดเวย์ เขาต้องสละเครื่องบินตัวเอง และไปลงเอยบนดาดฟ้าเรือพิฆาตของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

 

ดาร์เรน คริส เป็น The LT. Commander – นาวาตรี “ยูจีน ลินด์ซีย์” นักบินทิ้งตอร์ปีโด

คีน จอห์นสัน เป็น The Radio man – “เจมส์ เมอร์เรย์” พลวิทยุประจำหน่วย

ที่ทั้งหมดต่างมาร่วมแท็กทีมกันถ่ายทอดวีรกรรมของนายทหารหน่วยบินทิ้งระเบิด ไม้ตายสำคัญแห่งยุทธการมิดเวย์