รีวิว Mary เป็นกัปตันอย่าดันทุรังจนบรรลัย

รีวิว Mary เป็นกัปตันอย่าดันทุรังจนบรรลัย

รีวิว Mary เป็นกัปตันอย่าดันทุรังจนบรรลัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

 

Mary เปิดฉากเรื่องราวมาที่ภาพมุมไกลที่เผยให้เห็นท้องทะเลและเรือยอร์ชที่มีควันไฟพุ่งพวย หนังเผยให้เราเห็นว่าซาร่าห์ (เอมิลี่ มอร์ติเมอร์) เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเรือลำนี้ เธอถูกนักสืบคลาร์กสัน (เจนิเฟอร์ เอสโปซิโต้) นำมาสอบปากคำว่าเกิดอะไรขึ้นกับบรรดาลูกเรือที่หายตัวไป

 

 

หนังใช้การตัดสลับเรื่องราวผ่านคำบอกเล่าของซาร่าห์ ตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเดวิด (แกรี่ โอลด์แมน) ตัดสินใจซื้อเรือยอร์ชที่ถูกนำมาขายทอดตลาด ซึ่งเรือลำนี้มีชื่อว่า “แมรี่” เขาหลงใหลในเรือลำนี้ราวกับต้องมนต์สะกด แม้ว่าซาร่าห์จะไม่เห็นด้วยกับการซื้อเรือลำนี้มาด้วยเงินเก็บทั้งหมด แต่เธอก็ไม่อาจคัดค้านสามีตัวเองได้ เดวิดตัดสินใจวางแผนพาครอบครัวล่องเรือไปรอบบาฮามัส ทว่าเมื่อเริ่มออกเดินทางสู่มหาสมุทร ครอบครัวนี้ก็เริ่มพบกับเหตุการณ์ประหลาดที่หาคำตอบไม่ได้อาทิ ได้ยินเสียงคนวิ่งที่ดาดฟ้าเรือกลางดึก ห้องเก็บของใต้ท้องเรือที่ปิดประตูได้เอง คราบรอยเท้าประหลาด หรือกระทั่งลูกเรือเกิดคลุ้มคลั่งโดยไม่มีสาเหตุ

 

Mary ถือเป็นหนังผีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นบนเรือลำเล็กๆ ซึ่งน่าเสียดายที่หนังไม่อาจจะใช้ประโยชน์จากสถานที่ปิดล้อมหรือบรรยากาศคับแคบชวนอึดอัดได้เป็นประโยชน์สักเท่าไหร่ มิหนำซ้ำหนังยังล้มเหลวในการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม เมื่อจังหวะการหลอกด้วยวิธีโจมตี้ด้วยเสียง (Jump Scare) ถูกใส่เข้ามาในจังหวะเวลาที่ผู้ชมคาดเดาได้แทบทั้งหมด

 

 

สิ่งที่ล้มเหลวที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการทำให้คนดูรู้สึกอยากจะเอาอกเอาใจช่วยตัวละครให้เอาตัวรอดจากสถานการณ์ประหลาด ตัวละครอย่างเดวิดและซาร่าห์ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่วัยทองที่อารมณ์ขุ่นมัวและหงุดหงิดกันอยู่ตลอดเวลา และหลายครั้งก็ทำให้คนดูเห็นว่าพวกเขาไม่มีเหตุผลเอาซะเลยที่จะทู่ซี้ล่องเรือต่อไป ทั้งที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดจนเกินจะรับมือไหว แต่ด้วยเหตุผลที่เดวิดอ้างอยู่เสมอว่า “เรามาไกลเกินที่จะกลับไป” ยิ่งทำให้คนดูและสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ต้องทนดูชะตากรรมที่ไม่คิดอะไรมากว่า คงมีแต่หายนะหนักขึ้นไปเรื่อยๆ

 

 

แม้ท้ายที่สุดแล้วเราจะพยายามค้นหาคำตอบว่าตกลงแล้วบนเรือลำนี้มีอาถรรพ์อะไรติดมากันแน่ เมื่อหนังพยายามเผยภาพให้เราได้เห็นรูปปั้นไซเรน ที่ติดอยู่บนหัวเรือ เราจึงสามารถนำไปเชื่อมโยงกับตามตำนานกรีกโบราณที่ว่า ไซเรนนั้นเป็นปีศาจที่ใช้รูปลักษณ์ล่อลวงให้ผู้คนติดกับและเดินทางตามมันไปเพียงเพื่อจะทำให้เรือของพวกเขาชนเข้ากับหินโสโครกและอับปางลง ซึ่งถ้าปีศาจร้ายในเรื่องเป็นไซเรนแล้ว การกระทำของอำนาจชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ก็เป็นแค่เพียงการคุกคามแบบไม่มีเหตุผลใดๆทั้งสิ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังจะเลือกจบลงแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทิ้งให้คนดูเกาหัวว่าเราเสียเวลามานั่งดูหนังอย่าง Mary ไปทำไม

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook