"ลิขิตแห่งจันทร์" vs "บุพเพสันนิวาส" ละครข้ามภพย้อนอดีต แท้จริงเหมือนหรือต่าง?

"ลิขิตแห่งจันทร์" vs "บุพเพสันนิวาส" ละครข้ามภพย้อนอดีต แท้จริงเหมือนหรือต่าง?

ออกอากาศมาให้คนได้ติดตาม ก็มีกระแสเป็นที่พูดถึงอยู่ไม่น้อยสำหรับละครบู๊ พีเรียด แฟนตาซี ลิขิตแห่งจันทร์ จากค่าย อาหลองจูเนียร์ ที่ออกอากาศทางช่อง 3 หากใครดูผ่านๆ ก็จะเห็นว่าตัวละครมีการข้ามภพเผชิญเรื่องราวในยุคอดีต แบบละครดัง บุพเพสันนิวาส ค่ายบรอดคาซท์ แท้จริงแล้วสองเรื่องนี้มีความเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง? เราจะมาเจาะลึกละครสองเรื่องนี้ดีกว่า


ข้ามภพย้อนอดีต

พล็อตหลักๆ ของทั้ง บุพเพสันนิวาส และ ลิขิตแห่งจันทร์ ที่เห็นชัดที่สุดคงเป็นเรื่องที่ตัวละครถูกดึงข้ามเวลาย้อนไปในอดีตได้เหมือนกัน แต่ถ้าหากลงลึกไปกว่านั้น จะเห็นได้ว่ามีรายละเอียดหลายอย่างที่ทำให้สองเรื่องนี้ต่างกันอยู่มาก อย่างการย้อนไปยังอดีตในเรื่องบุพเพสันนิวาส ตัวละครของ เกศสุรางค์ เป็นวิญญาณที่ถูกดึงข้ามชาติภพกลับไปอยู่ในร่างของ การะเกด ในยุคอดีตที่ตายด้วยมนตร์กฤษณะกาลี ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตใหม่ในร่างคนอื่นดำเนินชีวิตในกรุศรีอยุธยา ช่วงยุคพระนารายณ์ กลายเป็นความสนุกน่าติดตามที่หญิงสาวในยุคปัจจุบันได้ใช้ชีวิตแหกระเบียบหญิงไทยผู้แสนเรียบร้อยในอดีต

ส่วนในละคร ลิขิตแห่งจันทร์ ตัวละคร ดวงแก้ว (อดีต) และ โอปอลล์ (ปัจจุบัน) ถูกสลับร่างกันให้มาอยู่คนละยุคโดยภาพวาดโบราณที่เป็นสื่อกลางข้ามภพของทั้งสองที่ยังคงมีชีวิตอยู่ โดยต่างฝ่ายต่างได้ใช้ชีวิตเป็นอีกคนในยุคสมัยที่ต่างกัน อีกทั้งตัวละครโอปอลล์ที่ข้ามชาติมาอดีตยังสามารถพกของใช้สุดไฮเทคข้ามภพมาได้ด้วย เราเลยได้เห็นตัวละครควักข้าวของเครื่องใช้ที่ขัดกับยุคสมัยอดีต ออกมาใช้ให้แปลกตาไปอีกแบบ

 

เรื่องราวอิงประวัติศาสตร์

การเก็บรายละเอียดของคนดูละครสมัยนี้ ใช่ว่าทำอะไรมาก็ดูผ่านๆ ซะที่ไหน ยิ่งหากเป็นละครพีเรียดที่มีตัวละครข้ามภพย้อนเวลาไปยังอดีตได้แล้ว อีกหนึ่งคำถามตามมาก็คงจะเป็นพวกเขาอยู่ในยุคสมัยไหน? ทั้งบุพเพสันนิวาสและลิขิตแห่งจันทร์ ตัวละครที่ข้ามภพมาจะอยู่ในยุคสมัยที่ต่างกัน โดยบุพเพสันนิวาสจะเป็นเรื่องราวที่อยู่ในยุคสมัยของพระนารายณ์ อีกทั้งเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวที่อิงประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงไว้มาก ใช้ตัวละครที่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์มาเชื่อมโยงเล่าเรื่องราวในละคร อีกทั้งมีการชิงไหวชิงพริบในวังกันอย่างดุเดือด ทำให้คนดูยิ่งอินไปกับเรื่องราวที่เหมือนดูประวัติศาสตร์ผ่านละครนั่นเอง

ส่วนเรื่อง ลิขิตแห่งจันทร์ พาร์ทอดีตที่ตัวละครย้อนมิติมาจะอยู่ในยุคพระเจ้าเสือที่เพียงกล่าวไว้ให้รู้เท่านั้น เพราะเรื่องนี้แทบไม่ลงลึกเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไร เน้นไปทางเรื่องราวชีวิตของแม่ดวงแก้ว ที่กิริยาอาการแม่หญิงช่างห่างไกลจากหญิงไทยผู้เพียบพร้อมจากเดิมเสียมาก แล้วยิ่งค่ายนี้ถนัดเรื่องแอ็คชั่น ก็มีการเน้นลูกบู๊ ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ไล่จับผู้ร้าย ใส่ไปในละคร เพราะนางเอกเคยเป็นตำรวจเก่าเท่านั้นเอง บวกกับการสืบสวนที่มีให้ติดตาม แถมด้วยความตลกที่ใส่เข้ามาให้ได้หัวเราะกันลั่นกรุงศรีฯ เลยล่ะ

นี่คือสองเรื่องหลักๆ จากละคร โดยรวมแล้วหากเอาทั้ง บุพเพสันนิวาส และ ลิขิตแห่งจันทร์ มาหาความเชื่อมโยงกัน ก็พูดได้เลยว่า แค่ข้ามภพมาเหมือนกันเท่านั้น นอกนั้นแทบไม่มีความเหมือนกันเลย หากอยากได้ความเบาสมอง ตลกเข้าสู้ เข้มข้นด้วยลูกบู๊ ก็ต้องบอกว่า ลิขิตแห่งจันทร์ทำออกมาได้ดีทีเดียว แต่หากอยากได้ความละมุนละไมรักฟินๆ และประวัติศาสตร์ก็ต้องยกให้บุพเพสันนิวาสไปเลย ใครชอบแนวไหนก็ไปติดตามกันดู บอกเลยว่าทั้งสองเรื่องนี้ให้ความบันเทิงคนดูได้มากโขเลยล่ะ

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่