Ready or Not ซ่อนหา(ยนะ)

Ready or Not ซ่อนหา(ยนะ)

หนังสยองขวัญระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจาก ฟ็อกซ์ เสิร์ชไลท์ พิคเจอร์ส ว่าด้วยเจ้าสาวสุดสวยที่กำลังลั่นระฆังวิวาห์ได้ไม่นาน เธอก็ต้องพบว่าตระกูลของสามีนั้นมีพิธีกรรมสุดแปลกประหลาด ในคืนอันน่าจะเป็นช่วงเวลาในการเข้าเรือนหอ กลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเธอต้องเล่นเกม “ซ่อนหา” เพื่อเอาชีวิตรอดให้ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ผลงานการกำกับของ แมทท์ เบ็ตติเนลลี-โอลพิน และ ไทเลอร์ กิลเล็ตต์

 

เป็นสะใภ้หรือกลายเป็นศพ

เกรซ (ซามารา วีฟวิ่ง) สาวบ้านๆ ผู้ร่าเริง สดใส เป็นตัวของตัวเอง ถูกตามจีบจากอเล็กซ์ เลอ โดมาส (มาร์ค โอ’ไบรอัน) ผู้ร่ำรวยและมาจากตระกูลใหญ่ ทั้งสองคบหาดูใจกันแค่เพียง 18 เดือน ก็ตัดสินใจลั่นระฆังวิวาห์ คฤหาสน์ของครอบครัว อันแสนดูน่าหวั่นเกรง เช่นเดียวกับตระกูล เลอ โดมาส ที่มีหัวหน้าตระกูลคือ โทนี (เฮนรี เซอร์นีย์) และ เบ็คกี้ (แอนดี้ แม็คดูเวล) พ่อแม่ของอเล็กซ์

ตระกูล เลอ โดมาส ร่ำรวยมาจากการการผลิต “เกมกระดาน” อีกทั้งตระกูลนี้ยังยึดมั่นในธรรมเนียมโบราณ จนทำให้ แดเนียล (อดัม โบรดี้) พี่ชายของอเล็กซ์เตือนเกรซ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าสู่พิธีแต่งงาน ว่าให้คิดดีๆ ก่อนที่จะแต่งงานกับครอบครัวคนรวย แต่เกรซก็ไม่ได้ฉุกคิดอะไร เพราะเธอคิดว่ามันคือโมเมนต์ที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเธอ พิธีในงานแต่งเป็นไปอย่างราบรื่น แต่งานฉลองที่ได้วางแผนเอาไว้อย่างดี เกรซกลับถูกแทรกแซงด้วยแผนการจากครอบครัว เลอ โดมาส ในตอนเที่ยงคืน

เกรซถูกเรียกตัวมาเพื่อเล่นเกมเก่าแก่ประจำตระกูลในฐานะสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว เธอต้องเลือกการ์ด 1 ใบ เพื่อกำหนดว่าพวกเขาทุกคนจะได้เล่นเกมอะไร เมื่อไพ่ถูกเปิดขึ้นมาเป็นเกม “เล่นซ่อนหา” ทำให้เกรซมีเวลาเตรียมตัวไม่นานในการเป็นคนที่ต้องไปซ่อน ทำให้เธอต้องทิ้งอเล็กซ์สามีเอาไว้ข้างหลังและไปซ่อนตัวเงียบๆ สักแห่งในคฤหาสน์หลังนี้ ส่วนคนอื่นๆ ในบ้านก็ต้องกระจายตัวเพื่อหาเกรซให้พบก่อนรุ่งสางของอีกวัน

ไม่นานนักหลังจากเล่นเกม เกรซกลับพบว่าเกมซ่อนหาครั้งนี้ ถูกเดิมพันด้วยชีวิตของเธอเอง การตกอยู่ในเกมนองเลือดสุดอันตรายส่งผลให้เกรซต้องทำในทุกวิถีทางทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การเอาชีวิตรอดของเธอครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีของเกมนี้ไปตลอดกาลด้วยเช่นกัน

 

เจ้าสาวโชกเลือด

ซามารา วีฟวิ่ง ผู้รับบท เกรซ เธอรับบทเจ้าสาวสุดซวยที่ต้องควานหาอาวุธอะไรก็ได้ที่สามารถช่วยทำให้เธอมีชีวิตรอด ตัวละครเกรซนั้นคือการปรับปรุงแนวคิดของตัวละคร “เด็กสาวคนสุดท้าย” (The Final Girl) ตามสูตรสำเร็จหนังสยองขวัญ ซึ่งตัวละครกลุ่มนี้มักจะเป็นคนบริสุทธ์ที่ถูกฆาตรกรโรคจิตคนเดียวไล่ล่า และตัวละครรายสุดท้ายมักจะเป็นเด็กสาว แต่ Ready or Not คือด้านกลับตาลปัตร เมื่อเหยื่อของเรื่องจะมีเพียงคนเดียวและถูกคนโรคจิตหลายคนออกไล่ล่า

นอกจากนี้ ตัวละคร “เด็กสาวคนสุดท้าย” (The Final Girl) มักจะเป็นตัวละครอ่อนแอ ทว่าใน Ready or Not เกรซจะกลายเป็นตัวละครสาวที่ดึงเอาความโกรธแค้นที่เธอมีต่อตระกูลนี้ออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด นอกจากนี้ตัวละครเกรซยังเป็นคนปากกัดตีนถีบ เนื่องจากเติบโตมาด้วยความยากลำบาก

 

คฤหาสน์สุดสะพรึง ฉากหลังที่เป็นดั่งตัวละครสำคัญ

Ready or Not มีการเลือกใช้สถานที่ในการถ่ายทำจริง รวมทั้งสิ้น 3 โลเคชั่น เพื่อใช้แทนคฤหาสน์ตระกูล เลอ โดมาส ในเรื่อง โดยคฤหาสน์ที่ถูกนำมาใช้ในการถ่ายทำคือ คฤหาสน์ปาร์ควู้ดแห่งเมืองโอชาวา รัฐออนตาริโอ เป็นหนึ่งในคฤหาสน์อลังการหลังท้ายๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของแคนาดา และเคยเป็นที่พำนักส่วนตัวของ อาร์.เอส. แม็คลัฟลิน ผู้ก่อตั้งเจนเนอรัล มอเตอร์สแห่งแคนาดา โดยเหตุการณ์หลักๆ ของหนังจะเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นซีเควนซ์พิธีแต่งงานและการไล่ล่า ส่วนฉากห้องอาหารของครอบครัว ทีมงานได้เลือกใช้สมาคมวายดับบลิวซีเอ และโลเคชั่นสุดท้ายหลังจากที่หนังถ่ายทำไปได้สักระยะ คือ คาซา โลมา ปราสาทขนาดสมบูรณ์แห่งเดียวภายในภูมิภาคอเมริกาเหนือที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1911 ด้วยงบประมาณ 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว

 

ความตายอันแสนหรรษา

ถ้าคุณเป็นนักดูหนังที่ชื่นชอบเสพบรรดาฉากการตายของตัวละครที่เก๋ แปลกประหลาดและไม่เหมือนใคร ใน Ready or Not บรรดาฉากสยดสยอง ทีมงานตั้งใจจะสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะด้วยผลลัพธ์เป็นเสียงกรี๊ดหรือเสียงหัวเราะขบขันก็ตามแต่ ไม่มีใครจะสนุกไปกับการตายของตัวละครมากไปกว่าทีมนักแสดงอีกแล้ว ผู้ควบคุมงานสร้าง ทารา ฟาร์นีย์ เล่าว่า “ตัวละครทุกตัวมีการตายที่แสนสนุกค่ะ ฉันก็เลยคิดว่านักแสดงของเราสนุกมากกับเรื่องนั้น” เธอกล่าวต่ออีกว่า “ในช่วงที่เราถ่ายทำฉากพวกนั้น ทุกคนเนื้อตัวเปื้อนเลือดและมีการนองเลือดทุกหนทุกแห่ง มันน่าขยะแขยงจริงๆ แต่นักแสดงของเราก็ห้อมล้อมรอบจอวิดีโอ และพวกเขาอยากย้อนกลับภาพไปดูตัวพวกเขาตาย ทุกคนสนุกกับมันมากๆ ค่ะ”

“การตายทุกครั้งถูกสร้างขึ้นมาได้เหมือนอย่างปีศาจเลย” บรันน์กล่าว “นี่ผมจงใจเล่นคำนะครับนั่น” เมอร์ฟีย์เล่าว่า “การฆ่าเป็นตัวบ่งบอกถึงโทนของ Ready or Not มันทั้งโหดเหี้ยมและรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็อดหัวเราะเล็กๆ ไม่ได้ครับ”