Dora and the Lost City of Gold ดอร่า เยาวชนติ่งหู ผมหน้าม้า พาล่าขุมทรัพย์

Dora and the Lost City of Gold ดอร่า เยาวชนติ่งหู ผมหน้าม้า พาล่าขุมทรัพย์

จากการ์ตูนทีวีซีรีส์เรื่องดังจากทางช่องนิคเคลโลเดียน สู่การดัดแปลงให้กลายเป็นภาพยนตร์จอใหญ่ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ชมทุกคนในครอบครัว ดอร่า นักสำรวจผู้เป็นที่รักของเหล่าเด็กๆ กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในเวอร์ชั่น “ไลฟ์ แอ็คชั่น”

 

 

เรื่องราวในเวอร์ชั่นภาพยนตร์

 

Dora and the Lost City of Gold เล่าเรื่องราวของดอร่า (อิซาเบลา โมเนอร์) เด็กสาวในวัย 16 ปี ที่เคยมีชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งสนุกไปกับการสำรวจผืนป่าเขตร้อนชื้นกับเอเลนา (อีวา ลองโกเรีย) แม่ผู้เป็นนักสัตววิทยาและโคล (ไมเคิล พีน่า) พ่อผู้เป็นนักโบราณคดี แต่ความสุขในวัยเด็กนั้นไม่ได้ช่วยทักษะในช่วงวัยรุ่นเอาซะเลย เมื่อเธอถูกส่งตัวไปเข้าโรงเรียนไฮสคูลในอเมริกา และต้องย้ายไปอยู่กับคุณยาย (เอเดรียนา บาร์ราซา) และดิเอโก้ (เจฟฟ์ วอห์ลเบิร์ก) ลูกพี่ลูกน้องของเธอ

 

การไปทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคยสำหรับ ดอร่านักเดินทางผู้กล้าหาญคนนี้ จนกระทั่งเธอและเพื่อนๆ ทั้งสามคนถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มโจรที่ต้องการให้ดอร่าตามหาตัวพ่อแม่ของเธอและสิ่งที่อาจจะเป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ พาราพาต้า เมืองทองคำที่สาบสูญ หลังจากถูกส่งตัวไปเปรู ดอร่าและเพื่อนๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกลุ่มโจรโดยอเลฮันโดร กูเทียร์เรซ (ยูจินิโอ เดอร์เบซ) คนลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่า ดอร่าและบู๊ทส์ (พากย์เสียงโดยแดนนี เทรโจ) ลิงคู่หูของเธอ ก็ได้ออกเดินทางเข้าไปในดินแดนปริศนาเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอและไขปริศนาเบื้องหลังอารยธรรมโบราณหลายร้อยปี

 

 

ทบทวนความสำเร็จในอดีต

 

ในเดือนสิงหาคม ปี 2000 นิคเคลโลเดียนได้ปฏิวัติวงการจอแก้วสำหรับเด็กด้วยซีรีส์อนิเมชันที่จุดประกายจินตนาการและสอนวิธีการแก้ปัญหาและทักษะภาษาไปพร้อมๆ โดย Dora the Explorer คือผลงานอีกหนึ่งชิ้นที่ประสบความสำเร็จเรื่องการตอบรับของผู้ชม ร่วมไปกับซีรีส์เรื่องดังอีกสองเรื่องอย่าง “Blue’s Clues” และ “Little Bear”

 

Dora the Explorer ได้นำเสนอตัวเอกของเรื่องให้เป็น “เด็กหญิงตัวน้อย” ที่รักการผจญภัย มีความขี้สงสัย อีกทั้งเธอยังอยู่ในช่วงวัยก่อนเข้าเรียน และมีความสุขไปกับเพื่อนสัตว์ของเธอ การผจญภัยของดอร่าทำให้เด็กๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของซีรีส์มีปฏิสัมพันธ์กับเรื่องราวด้วยการร่วมไขปริศนาไปกับตัวละครในแต่ละตอนของเรื่อง

 

วาเลรี วอลช์และคริส กิฟฟอร์ด ผู้ร่วมสร้างของซีรีส์นี้ ได้เล็งเห็นว่า Dora the Explorer เป็นเรื่องราวที่จะเข้าถึงเด็กๆ ทั่วโลกได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่จะแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมลาติน ในช่วงเวลาที่ประชาชนเชื้อสายฮิสปานิคในอเมริกากำลังขยายตัว แต่ละเอพิโซดประกอบไปด้วยองค์ประกอบทางวัฒนธรรมและคำศัพท์สเปนง่ายๆ และส่งดอร่าออกสู่การผจญภัยทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายของทุกคน

 

 

การก้าวกระโดดขึ้นจอใหญ่

 

กว่า 20 ปีที่ตัวละครดอร่าอยู่คู่กับผู้ชม ตอนนี้ตัวละครดอร่านั้นถือได้ว่าเธอเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ในระดับโลก การปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้กลายเป็นภาพยนตร์นั้น ตัวละครในเรื่องจะต้องเหมาะกับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยดูมันตอนอายุ 4 ขวบแต่ตอนนี้ 24 ปีแล้ว ไปจนถึงเด็กตัวน้อยๆ ในปัจจุบัน รวมไปถึงพ่อแม่และปู่ย่าตายายของพวกเขาจะต้องรู้สึกสนุกสนานไปกับหนังเรื่องนี้ได้

 

Dora and the Lost City of Gold แนะนำผู้ชมให้รู้จักกับดอร่าวัย 16 ปี แต่ก็ยังคงแง่มุมหลายๆ อย่างที่ผู้ชมรักจากซีรีส์ดั้งเดิมเอาไว้ รวมไปถึงการมีองค์ประกอบภาษาสเปนแบบเดียวกับในซีรีส์ สิ่งที่หนังเรื่องนี้จะพาคนดูไปสำรวจ คือพัฒนาการของตัวละครดอร่า ที่บัดนี้เติบโตเป็นวัยรุ่นแล้ว เธอยังเป็นคนกล้าหาญ มั่นใจในตัวเอง และมีน้ำใจ ทว่าด้วยความที่ดอร่าไม่ได้มีสังคมเพื่อนแบบจริงๆ จังๆ เป็นมนุษย์ ส่งผลให้เธอเข้าสังคมไม่เก่ง ดังนั้นการที่ดอร่าถูกจับโยนเข้าโรงเรียนไฮสคูลแบบปุบปับทำให้เธอปรับตัวไม่ทัน และหลายครั้งกลายเป็นที่มาของความตลกสถานการณ์

 

 

การพึ่งพาตัวเองมาตลอดชีวิตของดอร่าในการเอาชีวิตรอดในป่า ประกอบกับความขี้สงสัยและความตรงไปตรงมาส่งผลให้ดอร่ามีบุคลิกตรงกันข้ามกับเด็กวัยรุ่นปัจจุบันที่สนใจแต่ภาพลักษณ์ของตัวเองในโซเชียลมีเดีย เด็กสาวกล้าหาญผู้สุขใจกับการอยู่ในป่าเขตร้อนชื้นกลับรู้สึกทำตัวไม่ถูกในไฮสคูล ดิเอโก้ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ รู้สึกขายหน้าไปกับการขาดทักษะการเข้าสังคมของเธอ เพื่อนร่วมชั้นหัวเราะเยาะเธอ และแซมมี คนดังประจำโรงเรียน ก็รำคาญกับคู่แข่งทางสติปัญญาของเธอ

 

ความน่าสนใจของตัวละครดอร่าในหนังเรื่องนี้ คือการที่หนังจะมอบบทเรียนดีๆ ให้กับทุกคนในครอบครัวว่า ดอร่านั้นไม่ไม่เคยกลัวการเปลี่ยนแปลง เธอยอมรับมันและตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสและเข้าใจสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นบทเรียนที่เราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้

 

 

อิซาเบลา โมเนอร์กับบทนำ ดอร่า

 

อิซาเบลา โมเนอร์ นักแสดงหญิงวัยรุ่น เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับบท ดอร่า เธอเคยผ่านตาของผู้ชมมาแล้วในหนังอย่าง Instant Family, Transformers: The Last Knight และ Sicario: Day of the Soldado ซึ่งความสามารถทางการแสดงของเธอนั้นเรียกได้ว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นการเล่นตลก ตีบทดราม่าแบบแตกกระจุย ร้องเพลงได้ เต้นได้ รวมไปถึงมีสกิลเป็นนักกีฬาในตัวอีกต่างหาก

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่